แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
15 พฤษภาคม 2021, 15:04 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: คนที่มาจากสวรรค์ ตายแล้วมักได้กลับไปสวรรค์จริงหรือไม่  (อ่าน 5971 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 652



« เมื่อ: 2 ตุลาคม 2008, 16:11 »

ถาม – เคยได้ยินมาว่าถ้ามาจากสวรรค์ ตายไปแล้วก็จะกลับสู่สวรรค์ หรือมีแนวโน้มว่าจะได้กลับสวรรค์มากกว่าคนอื่น ไม่ทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรครับ?

ก็มีส่วนอยู่เหมือนกันครับ คือพวกที่เพิ่งละจากความเป็นเทพลงมาสู่ความเป็นมนุษย์นั้น น่าจะติด ‘นิสัยสวรรค์’ บ้างไม่มากก็น้อย เพราะลงถ้าเคยมีบุญขนาดขึ้นไปเสวยสวรรค์ ก็น่าจะส่องสะท้อนว่าเคยประพฤติชอบประพฤติควรไว้มากมายก่ายกอง ดังนั้นพอกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก ก็จัดว่ามีทุนเก่ามาสร้างกำไรบุญครั้งใหม่มากกว่าชาวบ้านชาวช่องเขา

อย่างไรก็ตาม ถ้าบุญเก่าสู้กิเลสใหม่ไม่ไหว ประตูสวรรค์ก็ปิดสนิทได้เหมือนกัน คนเราเกิดมาเท่ากันอยู่อย่าง คือไม่มีใครรู้เรื่องราวอดีตหนหลัง ไม่มีใครรู้ด้วยตนเองว่าบุญเป็นเหตุแห่งสุข บาปเป็นเหตุแห่งทุกข์ สิ่งที่คนทั้งโลกเชื่อถือและยึดมั่นตรงกัน ก็คือถ้าเอาให้ได้อย่างใจเดี๋ยวนี้ถึงจะเป็นสุข แต่ถ้าไม่ได้อย่างใจเดี๋ยวนี้จะเป็นทุกข์ เงื่อนไขอันน่าสลดใจประการนี้แหละ ที่ทำให้เหล่าเทวดาตกสวรรค์กลับสวรรค์กันไม่ค่อยถูก

ถ้าคุณอยู่เฉยๆ ไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ยินยลสนใจอะไรเลยสักพักเดียว สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือจิตที่เศร้าหมอง หดหู่ ฟุ้งซ่านสารพัด หรือถ้าคุณไม่ตั้งใจไว้ล่วงหน้าอย่างมั่นคงว่าจะรักษาศีล ในที่สุดคุณจะพบตัวเองอยู่ภายใต้แรงกดดันให้กระทำผิดแล้วๆเล่าๆ ใจอ่อนไม่กล้าสู้กิเลสซ้ำๆซากๆ

นั่นแปลว่าธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ำ โลกนี้ไม่ได้มีแต่แรงดึงดูดวัตถุให้ติดอยู่กับแผ่นดิน ทว่ายังมีแรงดึงดูดจิตให้ติดอยู่ในห้วงความมืดมิดแห่งกองกิเลสอีกด้วย ไม่ว่าเคยมาจากที่สูงแห่งไหน เมื่อคุณตกเข้ามาอยู่ภายใต้แรงดึงดูดของโลกนี้ คุณจะอยู่เฉยไม่ได้ ต้องขวนขวายตะเกียกตะกายขึ้นสูงอยู่ตลอดเวลา จึงอาจรอดพ้นแรงดึงดูดแห่งขุมกิเลสมหาภัยไปเสียได้

พูดง่ายๆ หากมองกันที่จิตนะครับ จิตที่เคยสั่งสมบุญไว้มากในปางก่อน ย่อมมีบุญเก่าเตือนให้ต่อบุญ แต่ไม่เป็นประกันว่าจะกระตุ้นให้ขยันต่อบุญได้ทั้งชาติ ความขยันทำบุญไม่อาจเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่ต้องด้วยความเข้าใจว่า บุญคือสิ่งที่ทำให้เป็นสุขทั้งปัจจุบันและอนาคต กับทั้งลงมือทำบุญอย่างต่อเนื่องทุกวัน ไม่ทำด้วยกายอย่างน้อยก็ทำด้วยวาจา ไม่ทำด้วยวาจาอย่างน้อยก็ทำด้วยใจคิด

หลายคนในหมู่พวกเรา เคยมีจิตแบบเทวดา ภพก่อนย่อมได้เป็นเทวดา กับทั้งเมื่อหมดเวลาเสวยบุญบนสวรรค์ชั้นฟ้า ยังได้รับการคุ้มครองจากบุญเก่า ตกแต่งให้มีจิตแบบมนุษย์ จึงสมควรได้มาเข้าท้องมนุษย์

แต่ครั้นเมื่อเป็นมนุษย์แล้ว เขาต้านทานแรงดึงดูดของกิเลสร้ายไม่ไหว แปรปรวนไปมีจิตแบบสัตว์นรก ตอนตายย่อมมีภาวะที่รองรับจิตแบบสัตว์นรกโดยไม่ต้องจ้างให้ใครสร้าง และไม่อาจอวดอ้างว่าฉันมาจากสวรรค์ชั้นฟ้า ฉันควรมีอภิสิทธิ์กลับสวรรค์

สรุปคือจิตเป็นต้นเหตุของสวรรค์และนรก จิตดีสร้างสวรรค์ จิตชั่วสร้างนรก ต้องว่ากันเป็นคราวๆชาติต่อชาติ ไม่มีอะไรตายตัวครับ

โดย ดังตฤณ
ที่มา http://dungtrin.com/mag/?5.prepare
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!