แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
15 พฤษภาคม 2021, 15:48 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: มรณานุสติ  (อ่าน 10711 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 652



« เมื่อ: 7 มิถุนายน 2008, 01:09 »

ถาม - ผมได้ไปเยี่ยมพี่ชาย (ญาติ) ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์บาดเจ็บสาหัส ส่วนภรรยาและลูกสาวของพี่ชายตายคาที่ คนขับรถก็เป็นอัมพาตตั้งแต่ต่ำลงไปจากคอ มีมือขวาเท่านั้นที่ขยับได้เล็กน้อย
เหตุการณ์นี้ทำให้นึกถึงนึกถึงพุทธปัจฉิมโอวาท และ "มรณัง เม ภวิสสติ" ครับ



สมัยก่อนถ้าได้ยินเรื่องทำนองนี้
จะเกิดความสลดหดหู่
และเฝ้าถามตัวเองซ้ำๆว่าทำไมมีเรื่องแบบนี้
ทำไมคนดีๆต้องประสบกับความหายนะ
หรือโศกนาฏกรรมร้ายๆ
ทำไมอันธพาลตั้งมากมายยังอยู่รกโลก
ไม่เห็นเจออุบัติภัยน่าสยดสยองสมกรรมชั่วที่สร้างทำ
อย่างนี้จะให้ยินดีเชื่อได้อย่างไร
ว่าบาปบุญมีจริง
บุญเป็นฝ่ายชุบเลี้ยงให้ได้ดีมีสุข
บาปเป็นฝ่ายซัดพาให้ตกระกำลำบาก


เช่นเดียวกับตัวเองสมัยไม่เชื่อนรกสวรรค์ชนิดหัวชนฝา
เจ็บใจเสมอเมื่อรู้สึกว่าทำดีไม่ได้ดี
บางช่วงนี่ขนาดถูกกดดันจากสิ่งไร้ตัวตน
ยิ่งตั้งใจทำดี ยิ่งได้ผลตอบแทนในทางลบ
แต่พอหันไปหาอบายมุขบางอย่างเช่นเล่นพนัน
ก็กลายเป็นคนหน้าใส มือขึ้นอย่างเหลือเชื่อ
พูดง่ายๆว่าเป็นช่วงถูกลากลงต่ำ
เข้าใจชัดว่าแรงบีบให้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวนั้น
ปรากฏในรูปของสถานการณ์ชนิดใด


ต่อมาเมื่อทำความเข้าใจเรื่องบุญกรรม
ชนิดเห็นเข้ามาตรงๆถึงต้นรากกรรมคือสภาพจิต
ไม่ใช่แค่ศึกษาผิวๆแบบดูหนังอ่านหนังสือกฎแห่งกรรม
ประเภทฆ่าหมูแล้วตอนใกล้ตายเห็นนิมิตมวลหมูมารุมกระทืบ
ไม่ใช่สักแต่รับฟังว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
แล้วคิดเอาตื้นๆว่าทำดีแล้วต้องรวยทันตาเห็น ผู้คนรักใคร่ทั้งโลก
ทำชั่วเมื่อไหร่ไฟจะไหม้บ้าน โจรจะยกเค้า เงินจะขาดมือในสามวันเจ็ดวัน


ใครเข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมจริงๆจะกลัว
และเห็นโทษเห็นภัยของสังสารวัฏว่าน่าพรั่นพรึงเพียงใด
กรรมบางชนิดนั้น เมื่อจะให้ผล
มันให้ผลด้วยการเล่นงานขนาดสั่นคลอนศรัทธาในความดีทุกรูปแบบ
ที่เคยเชื่อนรกสวรรค์ นิพพาน บุญทำกรรมแต่ง
ก็จะเลิกเชื่ออย่างสิ้นเชิง เห็นเป็นเรื่องงมงาย
หรือกระทั่งหันมาเป็นฝ่ายตรงข้ามกับทุกศาสนาไปเลย


เรื่องความซับซ้อนของกรรมนั้น
พูดไปก็ป่วยการเปล่า ถกกัน หรือเล่าสู่กันฟังเท่าไหร่ๆ
ก็จาระไนได้ไม่ครบ ไม่น่าเชื่อถือ
แต่ถ้าเริ่มเห็นด้วยวิปัสสนา
เห็นเข้ามาถึงความคิดของมนุษย์ --- ของตัวเอง
ว่ามันกลับไปกลับมา และชุ่มด้วยบาปเป็นอันมากเพียงใด
ก็จะทราบชัดว่าความเป็นวิญญาณที่ถูกบดบังด้วยอวิชชานั้น
แท้ที่จริงคือธรรมชาติของแนวโน้มแห่งความหลงผิด
ตัดสินใจเพื่อเชิดชูกิเลส เพื่อความไม่เจริญ


พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าสังสารวัฏนั้นไม่ดี
ควรออกจากสังสารวัฏ
เมื่อละความชั่ว ทำความดีแล้ว อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจ
หลงปลื้มไปกับกลลวงของสังสารวัฏ
ต้องทำใจให้บริสุทธิ์ด้วยปัญญาอันเกิดแต่การภาวนาเสียด้วย


ตอนนี้เห็นคนหน้าตาดี จิตใจผ่องใส มีรอยยิ้มเหมือนนักบุญเพียงใด
ผมก็เลิกผูกใจยึดเป็นสัญลักษณ์ของ 'ความดี' แล้วครับ
เพราะดีนั้นไม่พ่วงด้วยคำว่า 'ตลอดกาล' แน่ๆ
ตราบใดที่ยังต้องลำบากลำบนว่ายทวนกระแสราคะ โทสะ โมหะ
ยังไม่ถึงมรรคผลเพื่อไหลสบายตามกระแสอริยธรรมกัน
อย่าอ้อมค้อมเลย พวกเรานี่แหละ
ที่ท่าทางใจบุญ รูปร่างหน้าตาดีเหมือนเทวดานางฟ้า
พากันไปทำบุญไม่เว้นอาทิตย์


เห็นหลายคนถูกบุญหลอกให้ตายใจ นิ่งนอนว่าตูสบายแน่
ก็พยายามเขี่ยๆต้นแขนไว้ พวกสูทั้งหลาย
พระโมคคัลลาน์มีบุญขนาดเป็นอัครสาวกฝ่ายซ้าย
บรรลุอรหัตผล ทรงอภิญญาตลอดเวลา
ยังดับขันธ์เพราะถูกโจรร้ายทุบตีจนสภาพศพยับเยิน
หลวงพ่อพุธเทศน์โปรดให้คนมากเท่าไหร่ตั้งมั่นในทางถูกทางนิพพาน
ท่านยังรถคว่ำตั้งสองหน
หลวงปู่สุวัจน์ท่านถึงธรรมสูงส่งขนาดไหนแล้ว
ยังหกล้มครึ่งๆจะเป็นอัมพาต
พวกสูทำบุญกันคนละกี่หยด กี่ขันของบรรดาท่านเหล่านี้
ถึงสบายอกสบายใจกันว่าตูนี้สบายแน่...


จะสบายจริงต้องเอาให้ได้แบบที่กรรมไหนๆก็มาคลอนแคลนความตั้งมั่น
ความมีใจมั่นคงรับกรรมตามยถา
ทั้งรู้ทางออกจากวังวน วังเวงทุกข์นี้อย่างเด็ดขาด
หากยังประมาทอยู่ ก็อาจเป็นหนึ่งในชาวโลก
ที่ตายกันวันละประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คนอยู่ในปัจจุบัน
ตายไปทั้งที่ยังไม่เตรียมตัวเตรียมใจ ไม่เชื่ออะไรสักอย่าง
ไม่พกเสบียงติดไว้ใช้เสียบ้าง
ไม่แม้แต่จะคิดว่าเดินทางมาถึงวันสุดท้ายแล้ว


วันพรุ่งนี้จะมีคนตายอีก ๑๕๐,๐๐๐ คน
(ใครไม่เชื่อก็เปิด Online Almanac เอานะครับ
หาด้วยคีย์เวิร์ด World Health Report ก็ได้)
พวกเราส่วนใหญ่คงไม่เป็นหนึ่งในนั้น
เพราะโลกนี้กว้างใหญ่
จำนวนพลโลกมากขนาดที่ตายกันทั้งจังหวัดก็เหมือนไม่แหว่งไปสักนิด
(มิถุนายน ๑๙๙๙ ที่ผ่านมาครบหกพันล้านถ้วนเข้าไปแล้ว)
ผมคิดว่ามีพวกเราไม่กี่สิบ ไม่กี่ร้อย
กับกลุ่มศาสนิกชนกลุ่มอื่นอีกเพียงเรือนพัน เรือนหมื่น
ที่บอกเตือนกัน สะกิดให้ระลึกถึงความตายเป็นอนุสติ
ตามแนวทางของพระศาสดา
เพราะฉะนั้นก็จงเห็นเป็นเรื่องดี ที่อ่านกระทู้กันประมาทอย่างนี้


ความรู้สึกลึกๆอย่างต่อเนื่องว่าเราอาจตายเมื่อไหร่ก็ได้นั้น
ถ้ารู้สึกให้ถูก ต้องไม่เกิดความหดหู่เศร้าหมอง
ตรงข้าม ควรจะยิ่งระวังรักษาจิตใจให้เอ่อด้วยกุศล
ยิ้มแย้มสดใสตลอดเวลา
ทุกวันนี้พวกเราเจอกัน ชอบพูดคุยเรื่องความตายก็ดีแล้ว
ของมันต้องแยกย้ายกันไปตายแน่ๆ
คุยๆไว้เป็นปกติไม่เสียหลายหรอกครับ


ผมเองเฉียดๆประตูมรณังมาหลายหน ด้วยเหตุหลากๆไป
ยอมรับว่ากลัวๆทุกขเวทนาขณะใกล้ตายอยู่
เพราะซึ้งมาแล้วว่าไม่สนุก ไม่สบายเหมือนคิดๆคุยๆฟุ้งปกติอย่างนี้
ตอนยังปกติให้พูดยังไงก็ได้ คุยโขมงโฉงเฉงว่าข้าแน่ ข้าไม่กลัวยังไงก็ได้
แต่ถึงเวลาขึ้นมาจริงๆ
เวลาที่ร่างกายทำตัวเป็นศัตรูร้ายของจิตวิญญาณ
ไม่มีใครเก่งหรอกครับ มีแต่ไหลไปตามสัญญาณฝ่ายบุญ ฝ่ายบาปที่ก่อไว้เท่านั้น


เรื่องของสติขณะใกล้ตายนั้นสำคัญนัก
ลองดูจากสติธรรมดานี่ก็ได้
พวกเราในลานธรรมส่วนใหญ่เข้าใจดี๊ดี
ไม่ควรทำบาป ไม่ควรทำใจให้หม่นหมอง
จึงไม่ควรกระทำ พูด หรือคิดในอันที่จะเบียดเบียนใคร
แต่พอสถานการณ์มาจ่อตรงหน้าเข้าจริงๆ
หาสติที่รู้ว่าไม่ควรเบียดเบียนกันทางกาย วาจา ใจได้จริงสักกี่คน
แล้วถ้าตอนกำลังตื่น กำลังดีๆอย่างนี้ สติยังคลาด
เห็นผิดเป็นชอบได้หลายครั้งหลายหน
เมื่อร่อแร่ใกล้จะไปมิไปแหล่
จะไปดึงเอากำลังสติมาจากก๊อกไหนทัน

 
โดย ดังตฤณ
ที่มา http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/000847.htm?1#1
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!