แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
8 พฤษภาคม 2021, 20:43 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๐๘๔ ทำยังไงถึงจะตัดใจให้ขาดได้คะ  (อ่าน 26223 ครั้ง)
rosso
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 6


« เมื่อ: 21 เมษายน 2008, 21:09 »

มีเรื่องอยากระบายและขอคำปรึกษาค่ะ

ได้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่ง โดยผ่านการแนะนำจากเพื่อน คือเค้าเป็นเพื่อนของเเฟนเพื่อนอีกทีค่ะ ตอนแรกไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่า ก็ได้เพื่อนเพิ่มอีกคนหนึ่งนั้น ประกอบกับไม่ค่อยได้อยู่เมืองไทย ไปๆมาๆได้เจอกันบ้าง แต่ก็คุยกันสม่ำเสมอในระยะแรก
เวลากลับมา ก็ไปไหนมาไหนด้วยกัน รู้สึกดีๆต่อกัน แต่เราเองก็ไม่กล้าถามค่ะ ว่าระหว่างเรามันคืออะไร เพราะว่า มันเหมือนจะเป็นแฟนแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกัน ประกอบกับเราไม่ค่อยเคยคบใครเป็นแฟน เลยไม่รู้จะตัวยังไง

เรื่องราวก็เลยตามเลยมาได้สักระยะ จนวันหนึ่งมีเหตุการณ์ที่ไม่เข้าใจ เรารู้สึกทนไม่ไหว เลยถามเค้าว่าตกลงนี่เอาไงดี นี่เราเป็นอะไรกัน เพราะตอนนั้นเราคิดวาถ้าไปต่อไม่ได้ หยุดไปเลยน่าจะดีกว่า ตอนนั้นคบกันมาได้สี่ห้าเดือนแล้ว
เค้าก็บอกว่าเราไม่เคยพูดเลยว่าเราคิดยังไง พูดออกมาก็ดี เค้าก็บอกว่าต้องการมีเราอยู่ แต่ให้ไปคิดดีว่าเราเองต้องการยังไง หลังจากนั้น ผ่านไปก็เหมือนๆจะดี แต่ก็ยังมีเรื่องคอยกวนใจตลอด ไม่เข้าใจกันในเรื่องเล็กๆน้อย

จนเราทนไม่ไหวถามเค้าไปอีก หลังจากผ่านเหตุการณ์ครั้งแรกไปประมาณเดือนครึ่ง สุดท้ายแล้ว เค้าบอกว่า กับเรายังไม่ถึงขั้นเป็นแฟน เป็นเหมือนคนที่แค่ดูๆกันอยู่ เหมือนเพื่อนแต่มากกว่าเพื่อน แต่ก็ยังไม่ใช่แฟน (เรากับเค้าเดินจูงมือกัน -__- แต่ยังไม่มีเคยมีอะไรลึกซึ้งกัน) เค้าเองก็ไม่อยากปิดโอกาสตัวเอง ยังอยากเจอคนอื่นอยู่ แล้ววันนั้นเค้าก็พูดออกมาว่าเค้าก็คุยกับคนอื่นอยู่เช่นกัน เค้าก็ถามว่าเรารับได้ไหม

ตอนนั้นยอมรับว่าตกใจและเสียใจมาก แต่เมื่อถึงนาทีนั้นเราก็ไม่แน่ใจว่าควรปล่อยคนคนนี้ไปดีไหม ไม่มั่นใจพอที่จะปล่อยเค้าไป เราก็เลยตอบโอเค ไม่รู้ว่าอวดดีหรืออะไร แต่เราก็พูดไปว่า งั้นเราก็ดูคนอื่นด้วยแล้วกันนะ เพราะตลอดเวลาที่เราคบเค้าเราไม่ได้มองใครเลย เราถือว่าทำแบบนี้ไม่แฟร์

เพื่อนเราทุกคนว่าเราหมดว่าเราโง่ที่ยอมเป็นตัวเลือกให้เค้า ทำไมไม่เลิกๆไปเลย เพราะอยู่อย่างไม่ชัดเจนจะอยู่ไปทำไม แต่เราเองก็ยังเลือกที่จะคบกันแบบไม่ชัดเจนแบบนี้ต่อไป เหตุการณ์ก็เป็นเหมือนเดิม คือเหมือนจะดีขึ้นเป็นพักๆ แต่ก็ไม่เข้าใจ ไม่พูดกัน เรากับค่อยก็ไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนัก เนื่องจากที่เรามีภารกิจที่ต้องเดินทางไปมาบ่อย

เค้าเองก็คิดว่าเค้าเป็นคนที่หน้าตาดี ฐานะการงานดีทุกอย่าง คือสำหรับเรา เค้าถือว่าธรรมดา แต่เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงได้ชอบเค้าขนาดนั้น ทั้งที่เป็นคนที่เหมือนจะเฉยๆชาๆ ไม่หวาน แต่เวลาเจอกันอยู่ด้วยกันแล้วเรารู้สึกดี แบบบอกไม่ถูก

ด้วยหน้าที่การงานของเค้า ก็ทำให้ได้เจอผู้หญิงที่หน้าตาดีๆมากมาย และส่วนใหญ่เท่าที่ได้ยินมาก็มีผู้หญิงเข้ามาหาเค้าตลอด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทำให้เราเจ็บปวดใจอยู่ตลอด เราพยายามตัดใจ พยายามจะเลิก แต่ก็ไม่เคยทำได้

จนพอรู้จักกันได้ครบปี เรากับเค้ามีเรื่องไม่เข้าใจกันอีก เนื่องจากเค้าเป็นคนที่ติดเพื่อนมาก แล้วเราก็แอบงอนเค้าที่ไม่บอกว่าเค้าจะไปเที่ยวกับเพื่อนเค้า แต่ต้องรอให้เราถามถึงจะบอก เราก็รู้ว่าเค้าไม่ชอบให้เราไปถามโน่นถามนี่ เพราเค้าเป็นคนที่มั่นใจและเป็นตัวของตัวเองมากๆ มีโลกส่วนตัวสูง จนวันนั้นทะเลาะกัน เค้าก็หายไป เราเองก็เคือง เราก็ไม่โทรไป ไม่ได้คุยกันประมาณสามอาทิตย์ แต่สุดท้ายเราทนไม่ไหว โทรไปหา แมสเสจไป ทำทุกอย่าง ไม่มีการตอบรับใดๆ

เราก็เริ่มใจเสียแล้วว่า ทำไมมีอะไรไม่ยอมคุยกัน ทำไมถึงทำให้ไม่เข้าใจกันแบบนี้ จนเราต้องไปขอร้องให้เพื่อนเราช่วยคุยกับเค้าหน่อย ว่ามีอะไรก็ขอให้มาคุยกัน สุดท้ายแล้วเค้าเลยโทรมาขอเลิกกับเรา ตอนแรกเราไม่ได้รับโทรศัพท์ เค้าเลยแมสเสจมาบอกเลิก เราตกใจมาก เลยโทรกลับไปถามว่านี่คืออะไร

เค้าก็บอกว่าเค้าไปคิดดูแล้วว่าเราคงไปกันไม่ได้ ให้ตัดใจจากเค้า เพราะเค้าเองคงยังไม่เลือกใครตอนนี้ อยากอยู่คนเดียวอยู่กับเพื่อนมีความสุขไป  เราเสียใจมาก ขอร้องให้เค้าคิดดูใหม่ แต่ก็ไม่มีประโยชน์ เค้าบอกว่าถ้าเป็นเพื่อนกันก็ได้นะ เราก็บอกว่าแล้วตลอดเวลาที่ผ่านเราไม่ใช่เพื่อนหรือ เค้าก็ถามเราว่าเราแน่ใจหรือว่าที่ผ่านมาคือเพื่อน

ในใจเราเรายอมรับตามตรงว่าเรารักผู้ชายคนนี้ แต่จะให้ทำยังไงได้ในเมื่อเค้าเองไม่เคยพูดอะไรกับเราเลย การแสดงออกกับคำพูดอะไรก็ไม่เคยทำให้เราเข้าใจอะไรได้ชัดเจน เรายอมรับว่าเราผิดเองที่ยังคบกับเค้า คือเค้าก็ทำให้เราคิดไปเองทุกอย่าง เราเองเสียใจมากแต่ตอนที่คุยกับเค้าเราก็ยอมรับเพราะเราบอกให้เค้าคิดให้ดี เค้าก็บอกคิดดีแล้ว เราก็บอกว่าได้ งั้นเราก็คงยอม

หลังจากนั้นเราก็ร้องไห้หนักมาก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ร้องไห้ทุกวัน สุดท้ายทนไม่ไหว ก็โทรไปหาเค้าครั้งหนึ่ง เค้าเองก็คุยปกติ เราเองก็เจ็บปวดมาก แต่ก็ต้องพยายามตัดใจ หลังจากนั้นไม่ได้โทรไปหาเค้าอีกเลย

จนผ่านไปเดือนครึ่ง อยู่ๆเค้าก็โทรมา ถามหาเราว่าเราหายไปไหนมา ทำไมหายไปเลย รู้ไหมว่าเค้าคิดถึง เรางงมาก ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น พูดคล้ายตัดพ้อว่าทำไมไม่ติดต่อมา เราก็เลยถามว่าให้เราทำยังไง ก็เค้าบอกเองว่าไม่ต้องให้เราติดต่อไปแล้ว เค้าบอกว่าโทรมาได้นะ แล้วก็ดูกันต่อไปหลังจากนี้เรากับเค้าระหว่างเราจะเป็นยังไงต่อไป

หลังจากนั้นก็กลับมาติดต่อกัน เราก็พยายามจะทำใจให้คิดกับเค้าว่าเป็นเพื่อนให้ได้ ทั้งที่ก็รู้ทั้งรู้ว่าก็ยังรักอยู่ เราไม่รู้ตัวเลยว่าที่เราทำไปนี้คือการให้ความหวังตัวเอง และสุดท้ายช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมานี้เราไม่ค่อยได้มาเมืองไทยก็เลยไม่ค่อยได้คุยกับเค้า แต่ก็ยังติดต่อกันทุกเดือน ยังคุยดีปกติทุกอย่าง

แล้วเมื่อไม่กี่วันนี่เองก็ได้รู้เรื่องที่ทำให้เสียใจมากๆ เพราะเพื่อนเรามาบอกว่าเห็นเค้าไปกับผู้หญิงคนหนึ่ง
ซึ่งเหมือนจะจบกันแล้ว เราตกใจและเสียใจอีกครั้ง ทั้งที่ไม่ควรจะมีอาการแบบนี้ เพราะเค้าเองก็มีสิทธิ์ไปไหนมาไหนกับใครก็ได้ แล้วเรากับเค้าก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน

เราเลยโทรไปหาทั้งที่ไม่ได้คิดว่าจะโทรไป ถามเค้าว่าตกลงนี่ยังอยากจะให้เราคุยอยู่ด้วยไหม เค้าก็บอกคุยสิ เราก็บอกว่าแน่ใจหรือที่ยังอยากจะให้เราคุยต่อไป เค้าก็บอกว่าทำไมล่ะ เราก็ดูๆกันไปก่อนสิ ไม่ได้รีบร้อนอะไร ค่อยๆดูกันไป
คือเราคาดหวังว่าเราจะพูดอะไรออกมาสักอย่าง เช่น เค้าคบกับคนอื่นแล้วหรือมีแฟนแล้ว คือเราอยากได้ความชัดเจนจากปากของเค้า สุดท้ายแล้วก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรทั้งนั้น

เราเองตอนนี้อยากจะตัดใจให้ขาดหลังจากที่พยายามมาหลายเดือน ที่ก็ทำไม่ได้สักที ทรมานมากๆค่ะ เคยคิดว่าเราคงไปทำบาปทำกรรมกับเค้าไว้เยอะ ถึงไม่สามารถหลุดไปจากตรงนี้ได้

เราไม่เคยสมหวังในเรื่องความรักเลยค่ะ ตั้งแต่เด็กจนโตมาก็ไม่ได้คบกับใคร ไม่ค่อยมีผู้ชายเข้ามาในชีวิต ไม่ทราบว่าทำไมเหมือนกัน แล้วก็ไม่เคยอยู่ในเหตุการณ์ที่ไม่ชัดเจนแบบนี้ค่ะ เพราะเท่าที่เคยคบผู้ชายมาก็ตกลงเป็นแฟนกันตามปกติ แต่ก็ไม่เคยคบกับใครได้นาน มีแฟนมาทั้งหมดสามคน คบไม่เคยเกินปีเลยสักคน ตอนแรกก่อนที่เพื่อนจะแนะนำผู้ชายคนนี้มาให้ เราก็เลิกกับแฟนคนที่แล้วมานานเป็นปีๆ แล้วก็บอกกับตัวเองแล้วว่าอย่าได้หาเรื่องเลย กลัวที่จะต้องเสียใจ

แล้วก็ต้องมาเสียใจอีกจนได้ และครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ทั้งที่พยายามระวังตัวระวังใจแล้ว ตอนนี้อยากหลุดจากความเจ็บปวดนี้ไปเหลือเกินค่ะ ทนทรมานมาเป็นปีๆแล้วค่ะ T-T

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและขอคำแนะนำด้วยค่ะ




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 เมษายน 2008, 18:53 โดย Yaowalak » บันทึกการเข้า
แสงเก้า
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 165



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 25 เมษายน 2008, 22:47 »

สวัสดีครับคุณ rosso 

แวะมาบอกว่าทางทีมงานได้รับทราบปัญหาของคุณแล้วนะครับ
รออีกหน่อยนะคับ  เดี๋ยวพี่ๆ คงจะมีคำตอบดีๆมาให้คุณได้อ่านครับ

ระหว่างนี้อยากให้คุณลองสังเกตนะครับ ว่าระหว่างวันคุณก็ไม่ได้ทุกข์ตลอดเวลา
บางเวลาก็ทุกข์ บางเวลาที่ลืมๆไป ก็ไม่ได้ทุกข์ ไม่ได้เศร้าใช่ไหมครับ
และที่ทุกข์ขึ้นมาทุกครั้งก็เริ่มต้นจากการที่คุณเผลอไปคิดถึงเรื่องของเขา จิตใจมันเลยเศร้าขึ้นมา

ถ้าเห็นตรงนี้แล้ว อยากให้ลองสังเกตอีกหน่อย ว่าความเศร้าแต่ละครั้งก็ไม่เท่ากัน
บางทีก็เศร้ามาก บางทีก็เศร้าน้อย บังคับ หรือเอาแน่เอานอนกับมันไม่ได้ 

สังเกตได้อย่างไร ลองมาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ 

ลองอ่านคำตอบตาม link ด้านล่างของพี่แอสตันดูนะครับ น่าจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย
http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=499.msg1398#msg1398

บันทึกการเข้า

หลวงพ่อจะไปอยู่กับพระพุทธเจ้า ถ้าเอ็งอยากจะไปอยู่กับหลวงพ่อ อยู่กับพระพุทธเจ้า ก็ทำลาย"ความรู้สึก" ให้หมดเสีย ใช้ "สติ" นั่นแหละ กอปรกับความเพียรไม่ท้อถอย สักวันหนึ่งเอ็งจะค้นพบความจริง ก็ไปอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องเกิด ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องตาย เท่านั้นเองหรอก - หลวงพ่อประสิทธิ์ ถาวโร วัดถ้ำยายปริก
aston27
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 261


« ตอบ #2 เมื่อ: 26 เมษายน 2008, 10:22 »

เข้ามานั่งรับฟังด้วยความเห็นใจครับ

มนุษย์เรามีทุกข์เพราะความรักกันมากมายจังนะครับ 

ตอบแบบตรงประเด็น
ถ้าอยากหลุดจากความเจ็บปวดนี้จริงๆ..

อย่าปฏิเสธมัน ยอมรับมัน อย่าดิ้น อย่าเกลียดมัน

ใจมีทุกข์ให้รู้ว่าทุกข์
เจ็บปวด รู้ว่า เจ็บ
เสียใจ รู้ว่าเสียใจ
ไม่ชอบ รู้ว่าไม่ชอบ
ใจมันดิ้นรน อยากพ้นความเสียใจ รู้ว่าอยาก รู้ว่าดิ้น

คนที่ทุกข์เพราะความรัก ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก
แต่เพราะไม่ยอมรับความจริง ปฏิเสธความจริง
และดิ้นรนอยากให้ความจริงมันเปลี่ยนไปเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น

กุหลาบมีหนาม เป็นเรื่องธรรมชาติ
หนามมันแหลมคม ก็เป็นความจริงของธรรมชาติ

แต่กุหลาบกับหนาม มันก็อยู่ของมัน
มันไม่ได้วิ่งมาไล่ทิ่มไล่แทงเรา

เราต่างหากที่ไปเด็ด ไปหยิบมันขึ้นมา กำไว้ในมือ
แล้วก็ร้องครวญครางว่า เจ็บ..เจ็บจัง.. เจ็บมาก
แล้วก็ไปนั่งถามกุหลาบว่า ทำไมนะ ทำไมเธอต้องมีหนาม
ทำไมหนามเธอต้องคม ทำไมต้องทำให้ฉันเจ็บ

แต่ไม่เคยรู้ตัวว่า ใจเราเองนี่แหละ คือต้นเหตุ

ทุกข์ของคุณ เกิดเพราะใจ ก็ต้องดับที่ใจ
แต่พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้เข้าไปดับทุกข์ทื่อๆแบบนั้น

ท่านสอนว่า ความดับแห่งทุกข์ เกิดเพราะจิตมีปัญญา
ย้ำว่า "จิต" มีปัญญา ไม่ใช่ "เรา" มีปัญญานะ

คือถ้า "เรา" มีปัญญา มันง่ายมาก คุณสั่งตัวเองได้เลย
ต่อไปนี้ อย่าคิดอะไร อย่าทุกข์ จงชิลชิล สบายๆ
ทำได้ไหมล่ะ ไม่ได้ใช่ไหมครับ

ก็ที่พยายามแล้วล้มเหลวมาตลอด ก็วิธีแบบนี้แหละ

ถามว่า.. ทำยังไง "จิต" ถึงจะมีปัญญาได้
ก็ต้องหัดศึกษา สังเกต ตามรู้ ตามดูกายใจของตัวเอง

ตามรู้ ตามดู เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติของกายใจ
เมื่อรู้ เมื่อเข้าใจ ธรรมชาติ หรือความจริง ของกาย ของใจ
ก็เท่ากับสะสมปัญญา และจะยอมรับความจริงของทุกข์ ของสุข

คุณจะเข้าใจโลก เข้าใจชีวิต
มีชีวิตอย่างรู้เท่าทันความจริงของสุข ของทุกข์ ที่เกิดในจิตใจ

ว่าทุกอย่างเป็นของชั่วคราว ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ และบังคับไม่ได้
บางคนเรียกว่า มันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวเรา

ที่บอกว่าธรรมชาติของกายใจ มันเป็นอย่างนั้น
พระท่านเรียกว่า ลักษณะที่แท้สามอย่าง ของกายใจ หรือเรียกเก๋ๆว่า ไตรลักษณ์

คนที่เห็นไตรลักษณ์บ่อยๆ จะเห็นเลยว่า

สุขก็ชั่วคราว ทุกข์ก็ชั่วคราว เฉยๆ ก็ชั่วคราว
สบายก็ชั่วคราว เมื่อยก็ชั่วคราว เฉยๆ ก็ชั่วคราว
คิดดี ก็ชั่วคราว คิดไม่ดีก็ชั่วคราว เฉยๆ ไม่คิดอะไร ก็ชั่วคราว

วิธีตามรู้ตามดู กายใจ ที่ว่ามา เราเรียกว่า การเจริญสติ
สติ คือความรู้สึกตัว เป็นอาวุธเดียว ที่ใช้เรียนรู้กายใจได้ ตามความเป็นจริง

บางคนเรียกการเจริญสติว่า การภาวนา
ภาวนา แปลว่า ทำให้เจริญขึ้น

อ่านมาถึงตรงนี้ คุณ rosso สังเกตไหม
ว่าถ้าคุณสนใจ สิ่งที่ผมเขียน ทุกข์ในใจมันจะเบาลง

นี่แหละ ที่เรียกว่า ทุกข์ก็ไม่เที่ยง
ไม่เที่ยง ไม่ใช่เพราะคุณชอบ หรือไม่ชอบมัน
แต่เพราะจิตคุณถอนออกมาจากเรื่องเดิมที่คิด

ที่ถอนออก ก็ไม่ใช่เพราะคุณอยาก หรือไม่อยาก
แต่เพราะมันไปจดจ่อ ไปสนใจในสิ่งอื่น

ฉะนั้น ผมแนะนำว่า ให้หมั่นไหว้พระ ทุกเช้าเย็น
แล้วพยายามรู้สึกตัว กายเคลื่อนไหว คอยรู้สึก
ใจเคลื่อนไหว คอยรู้สึก

ช่วงนี้ งดดูทีวี งดฟังเพลงสักสามวัน เจ็ดวัน
เอาเวลาไปทำงานการที่คุณต้องรับผิดชอบ
เสร็จแล้ว มาอยู่บ้าน อยู่กับตัวเอง ทำงานบ้านไป

ทำงานบ้าน กายเคลื่อนไหว ก็คอยรู้ รู้สบายๆ รู้เล่นๆ
ใจเคลื่อนไหว ก็คอยรู้ เช่นเช็ดฝุ่นอยู่ นึกถึงเขา ก็รู้ทัน
ได้ยินเสียงโทรศัพท์ แล้วรู้สึกกังวล ดีใจ เสียใจ ก็รู้ทัน

และทุกครั้งที่คุณเผลอไปคิดนึก เรื่องอะไรไม่สน ให้รู้ทัน ว่าคิด
รู้ทันว่าจิตมันแว่บออกไปคิดนะ ไม่ต้องสนใจเรื่องที่คิด
แล้วคอยรู้ คอยดูความเปลี่ยนแปลงของจิตใจ ไปทั้งวัน

ทำแบบนี้ให้ได้สักเดือนนึง อย่าใจร้อน
เพราะนี่ไม่ใช่โฆษณาแชมพู จะได้รับรองผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ลอง
แต่ถ้ามีเวลา ปลีกวิเวก ไม่ออกนอกบ้าน ไม่ดูทีวี ไม่อ่านหนังสือพิมพ์

ไม่ทำตัวให้เข้าไปอยู่ในความคุ้นเคยเดิมๆ ที่จะทำให้ทุกข์กลับมา
คุณจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง ยิ่งกว่าพรีเซนเตอร์แชมพูคนไหนๆ

ถ้าคุณเห็นกระบวนการแว่บไปคิด แล้วเห็นความคิดมันดับเอง
นั่นแหละ คุณสอบผ่าน ป.1 ของการเจริญสติแล้ว

อธิบายมายืดยาว เพราะคุณถามว่า "ทำยังไงถึงจะตัดใจให้ขาด"
อาวุธที่ใช้ตัดใจได้ขาดจริงๆ คือสติและปัญญานี่แหละ

ที่ผ่านมา คุณมีจิตใจยาวยืดเป็นเส้นเดียว ตั้งแต่ตื่นจนหลับ
เป็นจิตที่หลงอยู่ในโลกของความคิด และการไหลตามกิเลส

แต่การมีสติ จะช่วยแบ่งซอยชีวิตคุณออกเป็นท่อนๆ
ให้คุณหลงสั้นลงๆ ทุกข์ที่ดูจะยืดยาวมาราธอน ก็จะถูกแบ่งเป็นท่อนสั้นลงๆ

สติจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก สำหรับการมีชีวิต
จากทุกข์มาก ก็ทุเลา เป็นทุกข์น้อย แล้วก็ค่อยๆน้อยลงๆเรื่อยๆ

อะไรที่ไม่จำเป็นก็ไม่ทุกข์เลย เพราะสติปัญญาที่สะสมไว้ในจิตใจ
มันจะเป็นเหมือนตะแกรงร่อนกรวดออกไปให้เรา โดยอัตโนมัติ

ทั้งหมดที่พูดมา ผมรับรองว่าทำได้ แต่ต้องขยัน
หมั่นทำบ่อยๆ อย่าท้อ อย่ารีบคาดหวังผล

เราหลงหลับอยู่กับห้วงแห่งทุกข์เพราะความคิด มานานแสนนาน
จะปลุกให้จิตมันตื่น ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ภายในวันสองวัน

บอดี้เชพ ยังต้องเข้าคอร์สกันเป็นเดือน
อันนี้มันเป็นการปฏิวัติจิตใจ และสติปัญญาตัวเองใหม่ ก็ย่อมต้องอาศัยเวลา

เชื่อผมนะ 
บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #3 เมื่อ: 26 เมษายน 2008, 15:15 »


จากพฤติกรรมที่เล่ามา เขาอาจชอบคุณ แต่ไม่ได้รักค่ะ
การที่เขาไม่ยอมทำสิ่งใดให้ชัดเจน เพราะไม่ต้องการถูกผูกมัด
ไม่ต้องการมีความสัมพันธ์ที่จริงจังกับคุณ

และเพื่อเป็นการ "แทงกั๊ก"
ถ้าเมื่อใดจะถอย
ก็จะพูดได้เต็มคำว่า ไม่ได้ตกลงกันว่าเป็นแฟน
ไม่ใช่การทอดทิ้ง ไม่ต้องรับผิดชอบ
และไม่มีใครมีสิทธิเป็นเจ้าของใคร
ไม่มีใครว่าอะไรเขาได้
ถ้าจะคบต่อก็บอกว่า มากกว่าเพื่อน
เพื่อให้เกิดความหวัง ให้คุณสนใจ และทุ่มเทให้เขาพิเศษกว่าคนอื่น

เพราะถ้าเมื่อใดหลุดปากว่าคบคุณเป็นแฟน
คุณก็จะยิ่งติดเขา หวงแหนยึดเป็นกรรมสิทธิ์มากขึ้น
เพราะคุณไม่มีใคร และเคยผิดหวังในเรื่องความรักมาก่อน
คุณก็จะยิ่งทุ่มเท เพื่อชดเชยในสิ่งที่อาจคิดไปว่า
เคยทำผิดพลาดต่อคนรักในอดีต
ดังนั้น  ก็จะไม่ยอมให้ความรักครั้งนี้หลุดลอยไปอีก
 
และถ้ายิ่งคุณเร่งรัด เซ้าซี้ถาม
เพราะความสงสัยอยากรู้ ต้องการความแน่ใจ
ต้องการหลักประกันที่มั่นคงของหัวใจ

เขาก็จะยิ่งรำคาญและตีตัวออกห่าง
เพราะเขาต้องการที่จะมีอิสระ ไปไหนมาไหน คบใครก็ได้
และมีคุณเก็บไว้ เผื่อเลือก เพื่อซับน้ำตาเวลาที่เขาเหงาหรือพลาดหวังจากคนอื่น
เนื่องจากเขารู้ว่า คุณรักเขามาก รอคอยเขาอยู่เสมอ และให้อภัยเขาได้เสมอ

เมื่อเห็นคุณห่างๆ ไป และเขาว่างไม่มีใคร
ก็จะลองติดต่อมา เพื่อหยั่งท่าทีว่าคุณยังเหมือนเดิมกับเขาหรือไม่
ถ้าพบว่า คุณยังเป็นสมบัติของเขาเหมือนเดิม ก็อาจกลับมาใกล้ชิด
ทำให้คุณเกิดความหวัง แต่เมื่อพบคนใหม่ถูกใจมากกว่า เขาก็จะเริ่มถอย
เมื่อคุณวิ่งตาม ทวงถาม เริ่มจริงจังกับเขา
เขาก็จะบอกเลิกคุณอีก วนไปเวียนมาดังนี้ค่ะ

การที่เขายังไม่มีสัมพันธ์ทางกายลึกซึ้งกับคุณ
ก็เพราะยังกลัวว่า คุณจะไม่ยอมเลิกราง่ายๆ ยึดเขาไว้ไม่ยอมปล่อยมากขึ้น
หรือเป็นเพราะโอกาส และสถานที่ยังไม่เหมาะสม
คุณยังไม่ไว้วางใจเขามากพอ

ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังเป็นสิ่งที่ดึงดูดเขาไว้ให้กลับมาหาคุณอีก
แต่เมื่อใดที่เขาบรรลุความต้องการ และเบื่อแล้ว
ถ้าเขาไม่ได้รู้สึกรักคุณเลย
ก็จะหาทางออกไปจากชีวิตคุณทุกวิถีทาง

ถ้าคุณจะคบกับเขาต่อไป ก็ต้องวางจิตแบบสบายๆ
ถูกใจก็คบกันไป และพร้อมที่จะเลิกราได้ โดยไม่รู้สึกอะไรค่ะ
ไม่ทุ่มเทใจให้ความหวัง และไม่คาดหวังสิ่งใดจากตัวเขา

แต่โดยพื้นฐานแล้ว คุณเป็นคนจริงจังต่อชีวิต
ต้องการความชัดเจนในเรื่องคู่ ต้องการความอบอุ่น
ความใกล้ชิดและเอาใจใส่จากคนรักมากๆ
จึงเป็นการยากที่จะมีความสัมพันธ์ในรูปแบบที่ลงตัวกับนิสัยของเขาได้ค่ะ

ดังนั้น ควรเว้นระยะห่างจากเขาให้มาก ไม่ควรติดต่อไป
ถ้าเขาก็ติดต่อมา ก็ระวังใจไว้ ตอบไปตามมารยาท
ถ้าคิดว่า ยิ่งคุย ยิ่งจิตแกว่ง ไม่สามารถคุมตัวเองไม่ให้เกิดความหวัง
ก็ไม่ควรรับสาย ไม่ควรพบปะเขา

หันความสนใจ ไปทุ่มเทกับสิ่งอื่น เช่น งาน หรือการเรียน
หาเวลาให้ความสงบแก่จิต อ่านหนังสือ หรือฟังธรรมะ
ไปพักผ่อนกับเพื่อนฝูง หรือครอบครัว
หากิจกรรมช่วยเหลือสังคม เช่น ชมรมอาสาสมัครต่างๆ
พบปะ ผู้คนที่มีน้ำใจ และเป็นคนดีจริงใจกับคุณ
ซึ่งมีอยู่มากมายหลากหลาย รอคุณอยู่
คุณก็จะลืมเขาได้ในที่สุด

ถ้าช่วงนี้ คุณรู้สึกทุกข์มาก และสับสน
มีเรื่องราวใดเกิดขึ้น สามารถเข้ามาเล่าสู่กันฟังได้ค่ะ
มีเพื่อนๆ หลายๆ ท่าน พร้อมที่จะเป็นกัลยาณมิตร
และรับฟังคุณ เป็นที่ปรึกษาให้คุณอยู่เสมอค่ะ   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 เมษายน 2008, 15:40 โดย mayrin » บันทึกการเข้า
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 593



« ตอบ #4 เมื่อ: 28 เมษายน 2008, 13:52 »

สาธุกับคำตอบของพี่ๆ น้องๆ ค่ะ 

แนะนำให้คุณ rosso ฟังซีดีตามที่คุณ sittnn แนะนำไว้ในกระทู้นี้ค่ะ
http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=341.msg659#msg659

และดาวน์โหลดหนังสือเรื่อง พลิกนิดเดียว และ หัดรู้ หัดดู
ในห้องสารส่องใจ ไปอ่านดูนะคะ 

โชคดีค่ะ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 1 พฤษภาคม 2008, 00:03 โดย star4life » บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
rosso
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 6


« ตอบ #5 เมื่อ: 28 เมษายน 2008, 17:07 »

กราบขอบคุณทุกความเห็นที่กรุณาเข้ามาแนะนำค่ะ

หลังจากที่ไม่ได้เข้ามาอ่านหนึ่งอาทิตย์ เหนื่องจากมีภารกิจที่ต้องเดินทางแล้วเพิ่งกลับมาค่ะ
แต่ระหว่างที่ไม่ได้อยู่เมืองไทยหนึ่งอาทิตย์ เพื่อนของเราก็ได้ไปสืบเรื่องราวแล้วโทรมาเล่าให้เราฟังเพิ่มเติม ทำให้เรายิ่งเสียใจและร้อนรนมากกว่าเดิมค่ะ

ทราบแล้วว่าเค้าคนนั้นกำลังคบความสัมพันธ์เช่นเดียวกับเรา คือมากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟนกับผู้หญิงคนนั้นจริงๆ และดูจะให้ความสำคัญกับคนนั้นมาก และอาจมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันแล้ว
โลกมันกลมมั้งคะ เนื่องจากผู้หญิงคนนนั้นเป็นเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนสนิทเราอีกที(คงไม่งงนะคะ)
เค้ากับเธอคนนั้นเป็นเพื่อนกันมานานแล้วหลายปีค่ะ อาจจะห้าหกปี แต่ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆถึงมาถูกใจกัน
เค้าชอบเธอคนนั้นเพราะเธอคนนั้นนิสัยดี เรียบร้อย อ่อนหวาน
ซึ่งต่างจากเราที่ดูเข้มแข็ง ห้าว ไม่เรียบร้อย

เรารู้สึกเสียใจมากค่ะ เสียใจทั้งที่เคยคิดว่าไม่น่าจะเสียใจได้มากกว่านี้อีกตั้งแต่ที่เค้าบอกเลิกกับเรา
ความรู้สึกสับสนปนเปคละเคล้าไปค่ะ ซึ่งรู้สึกไม่ดีเลยค่ะ ไม่ดีรเหมือนกับทำไมเราเองถึงคิดอะไรฟุ้งซ่าน
ใจเราเองรักเค้าแสนจะรัก แต่ก็ถูกทำร้ายเหมือนโดนแทงข้างหลัง
ตอนแรกเราก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับผู้หญิงคนนั้น แต่ทำไปทำมา ทำไมเรากลับรู้สึกขยะแขยงคนทั้งคู้นี้ก็ไม่ทราบ
เรารู้สึกว่าเหมือนทั้งสองคนก็รู้เห็นเป็นใจ ตอนแรกเราไม่คิดว่าผู้หญิงจะทราบว่าผู้ชายทำอย่างไร
แต่หลังจากที่เพื่อนเรามาเล่าให้ฟัง ทางด้านผู้หญิงก็ทราบดี และไม่สนใจ ไม่แคร์เลย เพราะเหมือนเธอก็รู้ว่าผู้ชายก็คบกับผู้หญิงอีกคนอยู่

ตอนแรกเรามีตวามคิดว่าอยากคุยกับเธอคนนี้ ไม่ได้ต้องการอะไร ไม่ได้ต้องการเค้ากลับมาหรืออะไร เค้าคบกันดีก็คบกันไป เราคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรอีกแล้ว
แต่ที่เราอยากคุยกับเธอคนนี้ เพื่อตอบคำถามบางอย่างในใจเรา คำถามที่อยากจะรู้ว่าเค้าเอาเวลาที่ไหน เวลาที่เค้าหายไป ที่เค้าพูดอ้างกับเราว่าไปกับเพื่อนคนนนั้นคนนี้ เค้าไปกับใคร และอีกหลายเรื่องซึ่งเราไม่สามารถได้คำตอบจากเค้าคนนั้น และจนวันนี้ยังเป็นเรื่องที่คาใจเราอยู่

แต่เราก็ไม่แน่ใจว่าเธอคนนั้นจะยอมคุยกัยเราไหม เราจะแย่กว่าเดิมหรือไม่ถ้าได้คุย เพราะสภาพตอนนี้แย่ลงเรื่อยๆ ไม่สามารถกินอะไรได้ เมื่อพยายามกินเข้าไป ก็อาเจียนออกมาหมด
เธอคนนั้นจะนำเรื่องไปบอกเค้า แล้วเค้าจะกลับมาต่อว่าเราหรือไม่ ตอนนี้คิดไปต่างๆนานาค่ะ
จิตใจดิ่งลงสู่เหว

เราไม่รู้จะควบคุมตัวเองให้ได้ดีไปอีกนานแค่ไหนค่ะ การงานยังทำได้ดี เพราะต้องรับผิดชอบ แต่จิตใจแย่มาก พยายามนิ่งให้ได้ พยายามปล่อยวาง พยายามคิดว่าช่างมันเถอะ แต่มันเป็นๆหายๆค่ะ แล้วเจ้าความรู้สึกที่อยากรู้นั้นก็รุนแรงเหลือเกิน ซึ่งมันก็ทำให้เราร้อนรนขึ้นมาได้เรื่อยๆค่ะ เราต้องเดินหน้าต่อไปอย่างไรดีคะ
หรือถ้าหนีไปจากสิ่งเหล่านี้เราจะหนีไปได้ตลอดหรือเปล่าคะ ที่ทำอย่ทุกวันนี้เหมือนวนไปวนมา ไม่มีทางออกเลยค่ะ


บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #6 เมื่อ: 28 เมษายน 2008, 21:00 »


ลองมองย้อนกลับสักนิดดีไหมค่ะ
คุณชัดเจนว่า คบเขาแบบแฟน และทุ่มเท

แต่ เขา "ยังไม่ใช่"
ไม่เคยเอ่ยปากว่า คุณคือ คนที่เขาเลือกเป็นแฟน
เป็นเพียงคนที่เขาบอกว่าคบกันแบบ "ดูๆ" กันไป

ซึ่งหมายความว่า จะใช่ หรือ ไม่ใช่ก็ได้
สำหรับผู้ชายบางคน คำว่า "คนพิเศษ"
ไม่ได้มีความหมายว่า เป็นคนรัก นะคะ

ผู้ชายบางคน ใช้คำนี้ เพื่อเป็นเครื่องล่อ
เป็นกับดักให้ผู้หญิงรู้สึกว่า ตัวเองสำคัญ
แต่ไม่ได้หมายว่า ผู้หญิงคนนั้น สำคัญสำหรับเขานะคะ

เพราะถ้า สำคัญ ก็ต้องแคร์ความรู้สึกกันค่ะ

การมีจุดให้พะวง สงสัย ไม่แน่ใจ
เหมือนหนังสือที่ยังไม่ถูกเปิดอ่าน
ดูลึกลับและเย้ายวน
เหมือนที่เขาไม่รู้ว่า คุณคิดอย่างไรกับเขา
เขาก็ยิ่งพยายามเอาชนะ ค้นหาคำตอบ

ซึ่งถ้าเขารู้แน่ชัดแล้ว ว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับเขา
ถ้าเขารักคุณ เขาจะดีใจ
ไม่รีรอที่จะสานสัมพันธ์ให้คืบหน้า
ยกย่องให้เกียรติ แนะนำคุณต่อครอบครัวและเพื่อนฝูงของเขา

แต่ถ้าไม่ เขาเห็นเป็นเพียงเกม
เขาก็จะมีความรู้สึกว่า ตัวเองประสบความสำเร็จในเกมกีฬาล่ารักนั้น
ภาคภูมิใจในเสน่ห์ของตัวเอง คุยฟุ้งบอกเล่ากับเพื่อนฝูง
ว่าเขาไม่ได้ทำอะไรมากมาย ผู้หญิงก็หลงรักเขารวดเร็วแล้ว
และเขาก็จะเห็นคุณเป็นของตาย หมดความหมายทันที

ซึ่งถ้าคุณเร่งรัด เขาก็ยิ่งมองว่า คุณรีบร้อน
ดูไร้ค่าในสายตาเขามากขึ้นนะคะ

การที่เขามีผู้หญิงอีกคน
ซึ่งก็เคยบอกคุณแล้วว่า คบคนอื่นด้วย แบบเดียวกับที่คบคุณ
ซึ่งเขาเข้าใจว่าคุณยอมรับได้

ถ้าคุณกระวนกระวายไปสืบถาม ให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนนั้นมาก
ในขนาดที่อีกฝ่ายเยือกเย็น และเฉยๆ ให้อิสระเขาตัดสินใจ
เขาจะรู้สึกว่า คุณไปราวีผู้หญิงของเขาด้วยความหึงหวง
ทั้งๆ ที่ คุณไม่ได้เป็นอะไรกับเขา
และเขาไม่ได้บอกว่าคบคุณในฐานะแฟน

คิดในแบบคนของเจ้าชู้ ว่าถ้าแค่ "ดู ๆ"
คุณยังตามหึงเขาขนาดนี้ ถ้าเลือกเป็นแฟนกัน
เขาคงไม่มีโอกาสได้กระดิกตัว

รังแต่จะทำให้เขาถอยห่างคุณมากขึ้นน่ะคะ

สำหรับผู้หญิงอีกคน ซึ่งน่าจะหัวสมัยใหม่
จัดเจนโลกมากกว่าคุณ รู้จักวางหมาก เดินเกม
ให้เขาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เหมือนปล่อย แต่จริงๆ มัดไว้
เหมือนให้อิสระภาพ แต่เอาตัวไปผูกพันลึกซึ้ง

ถ้าคุณคุยด้วยเล่าเรื่องให้ฟัง เธอคงจะไม่แคร์
(เพราะรู้มาก่อนแล้ว)
อาจแสดงความเห็นใจคุณ
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เธอจะถอยนะคะ

และคุณก็ไม่สามารถจะพิสูจน์ได้ว่า
เธอจะตอบคำถามคุณตามความจริงหรือไม่

ถ้าเธอบอกว่า ไม่มีความสัมพันธ์กับเขา
คุณก็ยังเป็นทุกข์ เพราะระแวงสงสัย ไม่เชื่อ

แต่ถ้าเธอย้ำความสัมพันธ์ของเธอกับเขา
คุณก็จะยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น เป็นทุกข์เช่นกัน

ดังนั้น ประโยชน์ที่ได้ก็คงจะแทบไม่มีเลยค่ะ
 
บันทึกการเข้า
rosso
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 6


« ตอบ #7 เมื่อ: 28 เมษายน 2008, 21:57 »

ขอบคุณสำหรับคำตอบของคุณ mayrin ค่ะ
เพราะฉะนั้นเราควรหยุดทุกอย่างแล้วใช่ไหมคะ เพราะคุยกับเธอคนนั้น คงไม่คุยแล้วค่ะ

แต่การที่จะหยุดและตัดเค้าไปเลยนั้น เราไม่มั่นใจว่าเราจะทำได้ค่ะ เพราะพยายามทำมาหลายที เหมือนจะได้ แต่เค้าก็กลับมาแหย่ๆตลอด ยิ่งเรานิ่งเค้าก็กลับมา

แต่ที่เราแย่เพราะเพื่อนเรามาบอกเรา เหมือนทำให้เราบ้าขึ้นมาอีกรอบน่ะค่ะ

มันตัดไม่ออก ตัดไม่ขาด เค้ากลับมาพูดดีๆ ก็ใจอ่อนไป เวลาโทรมาก็รับโทรศัพท์ทุกที หรือบางทีทนไม่ไหว ก็โทรไปเองซะงั้นน่ะค่ะ

เรื่องนี้กระทบกับจิตใจเรามาก จนลามมาถึงเรื่องงาน พาลอยากลาออกไปด้วย T-T เพราะงานของเราต้องพบปะผู้คนน่ะค่ะ ต้องยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ค้นพบว่าบางทีการที่จิตใจมันไม่ค่อยดี ฝืนมากๆเข้า เหมือนมันยิ่งทรมานค่ะ

แต่ยังไงก็จะพยายามสู้ต่อค่ะ จะต้องทำให้ได้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ คืบหน้าต่อไปอย่างไร จะกลับมารายงานผลค่ะ ของคุณทุกๆความเห็นอีกครั้งค่ะ







บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #8 เมื่อ: 29 เมษายน 2008, 12:03 »


ถ้ายังตัดทีเดียวไม่ได้
ก็ค่อยๆ ถอยค่ะ เช่น เคยโทรหาเขาทุกวัน
ก็เปลี่ยนเป็นวันเว้นวัน
จากวันเว้นวัน ก็เปลี่ยนเป็น 2 - 3 วัน โทร 1 ครั้ง
จนถึงอาทิตย์ละครั้ง และเดือนละ 1 ครั้ง จนกระทั่งไม่โทรอีก
ซึ่งคุณก็เคยทำได้  เคยไม่โทรหาเขามาแล้ว 1 เดือน
ครั้งนี้ก็ย่อมทำได้เช่นเดียวกันค่ะ

และแต่ละครั้งก็สังเกตความรู้สึกของตัวเองไปด้วยค่ะ
คุณจะเห็นว่า ความทุกข์ทน ร้อนรนกระวนกระวายนั้น
จะค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ เมื่อหมดเหตุปัจจัยที่จะมากระตุ้น
คือ รูป รส กลิ่น เสียง ของเขา
จิตมนุษย์เป็นสิ่งที่พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปได้ทั้งในทางดีและทางเสื่อม
ขอเพียงเราไม่อดทนไม่ท้อถอย

ส่วนการที่เขาโทรมา ก็ไม่ควรรับค่ะ
แต่ถ้าคุณยังไม่เข้มแข็งพอ ก็ลองรับบ้าง ไม่รับบ้าง
ซึ่งเขาคงจะไม่โทรมาบ่อยนัก
จนกระทั่งไม่รับสายเขาเลย และเปลี่ยนเบอร์โทร

เพราะถ้าเขามีใจผูกพันคิดคบคุณจริงจัง
เขาควรจะเป็นฝ่ายที่ขวนขวาย
และทำสิ่งใดเพื่อให้มาใกล้ชิดคุณมากกว่าเดิม
ไม่ใช่โทรมานานๆ ครั้ง เมื่อเห็นคุณเงียบไป
หรือในเวลาที่เขาเหงา ทะเลาะกับอีกคน
ทำให้คุณดีใจ เกิดความหวัง แล้วก็หายเงียบไป
หลุบๆ โผล่ๆ ไม่มีความเสมอต้นเสมอปลาย

ระยะเวลาจะช่วยเยียวรักษาบาดแผลทางใจ
และทั้งคุณและเขาได้มีโอกาสทบทวน
ความรู้สึกของตัวเองด้วยค่ะ

ถ้าเขาเห็นว่า จะต้องสูญเสียคุณไปจริงๆ
เขาแน่ใจตัวเองแล้วว่าจะเลือกคุณ
เขาจะรีบกลับมาสานสัมพันธ์กับคุณให้มากขึ้น
และเอ่ยปากคบคุณเป็นแฟนอย่างจริง
ถึงเวลานั้นคุณก็จะเป็นฝ่ายเลือกและตัดสินใจค่ะ

แต่ก็ขอให้ลองมองให้ไกลไปในอนาคต
ถ้าคุณตกลงปลงใจ แต่งงานกับเขา
และเขาก็ยังเป็นเขา
ปฏิบัติตัวตามนิสัยเดิมอันเปลี่ยนแปลงได้ยาก
คุณจะยิ่งทุกข์มากขึ้นกว่านี้มากมายนัก
ที่ต้องคอยรอเขากลับบ้าน คอยโทรตามเขา
คอยหวาดระแวงว่า เขาจะมี "คนพิเศษ" คนต่อไปๆ ไม่รู้จบหรือไม่

ลองทบทวนว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา
คุณคบกับเขา มีความสุขหรือมีความทุกข์มากกว่ากัน
การกระทำใดที่เบียดเบียนตนเองให้เป็นทุกข์และเดือดร้อน
เราไม่ควรกระทำค่ะ

ผู้ที่กระทำกรรมดีร่วมกันมา
สัมพันธ์ภาพระหว่างกัน ซึ่งเป็นผลของกุศล
ก็จะเป็นความสุข ความชื่นบาน
เป็นคู่บุญซึ่งจะคอยประคับประคองกันและกันนั้น
ฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคต่างๆ
จะเป็นผู้ที่ช่วยส่งเสริมเราให้เจริญยิ่งขึ้นไป

แต่ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขา
เริ่มกระทบกระเทือนต่อหน้าที่การงาน
ทำให้คุณตกต่ำลงในวิชาชีพ และถึงกับตกงานได้ในอนาคต
ก็แสดงว่า การคบกับเขาไม่ทำให้คุณเจริญรุ่งเรืองขึ้น
ทั้งในด้านจิตวิญญาณและการดำเนินชีพ

ลองมองอีกมุมว่า
เขาอาจจะไม่ใช่ คนที่เคยร่วมบุญ
เคยกระทำกรรมดีร่วมกับคุณมา
คู่ควรที่คุณจะฝากชีวิตไว้ในอุ้งมือค่ะ

เราเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองค่ะ
ถ้าเรายอมให้ผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง เดินผ่านเข้ามา
สามารถมีอิทธิพล กำหนดชะตาชีวิตของเรา
โดยเขาไม่ได้มาร่วมรับผิดชอบใด
ก็ดูเป็นการไม่ยุติธรรม และไม่รัก ไม่เมตตาตัวเองเองค่ะ

ถ้าเราไม่รักตัวเอง ไม่ตระหนักในคุณค่าของตน
ปล่อยให้ตัวเองเป็นทุกข์ตกต่ำ หม่นหมอง
คนอื่นก็จะไม่เห็นค่าของเราเช่นกันค่ะ

ตนย่อมเป็นที่รักที่สุดของตนค่ะ
เขาก็ย่อมรักตัวเอง ต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเขา
เลือกคนที่เขาอยู่ด้วยแล้วมีความสุข มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิต
เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติที่ถูกกิเลสของเขาค่ะ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 เมษายน 2008, 12:24 โดย mayrin » บันทึกการเข้า
rosso
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 6


« ตอบ #9 เมื่อ: 29 เมษายน 2008, 15:14 »

ขอบคุณคุณ mayrin ที่เข้ามาให้คำแนะนำค่ะ

ปกติด้วยภารกิจส่วนตัวทำให้เราไม่ค่อยได้อยู่เมืองไทยอยู่แล้วค่ะ โดยปกติก็ไม่ค่อยได้โทรหาเค้าเท่าไร
อันนี้เป็นเรื่องที่เค้าเคยบ่นๆเมื่อตอนสมัยแรกที่เวลาเรามาเมืองไทยแล้ว บอกว่าทำไมเค้าไม่ค่อยว่างมาเจอเลย
เค้ากลับเคยย้อนเรามาว่า แล้วเวลาที่เค้าต้องการให้เราอยู่กับเค้า แล้วเราไปอยู่ไหน

ซึ่งแตกต่างจากคนปกติทั่วไปที่หากเค้าต้องการเจอหรือโทรหาก็สามารถทำได้

อีกเรื่องที่เรายังคอยทำร้ายทำลายความรูสึกตัวเองเหมือนหยิบมีดมาแทงตัวเองอยู่ทุกวันก็คือ เราเองไม่เคยดีพอสำหรับใคร
ซึ่งเรื่องนี้เป็นเหมือนปมด้อยหรือจุดอ่อนของเรามาตั้งแต่ไหนแต่ไรค่ะ คือแม้ภายนอกเราจะดูมั่นใจ เข้มแข็ง ดูแลตัวเองได้
แต่ความจริงแล้วเราเป็นคนที่ไม่เคยมั่นใจในตัวเองเลย ไม่ว่าในเรื่องไหนๆ
แล้วจากประสบการณ์ที่เจอๆโดยเฉพาะเรื่องความรักที่ผิดหวังก็ยิ่งตอกย้ำให้เรารู้สึกว่า เราไม่ดี ไม่ดี ทั้งที่พยายามจะปรับปรุงตัวเองเรื่อยมา เพราะใครๆก็อยากเป็นคนดี หรือถ้าทราบว่าเรามีอะไรที่ไม่ดีก็จะพยายามแก้ไข แต่เรารูสึกว่า ไม่เคยมีโอกาส หรือไม่เคยทำได้สำเร็จเลย

คือเราเป็นคนที่ใจร้อนมาก อารมณ์ขึ้นเร็วลงเร็ว แฃละเป็นคนที่พูดเร็ว แต่ในบางครั้งเราไม่ได้โกรธหรืออะไรที่คนรอบข้าง ถ้าไม่ใช่คนที่รู้จักเราจริงๆก็จะคิดว่าเราโกรธ ทั้งที่จริงเราไม่ได้เคืองหรืออะไรเลย

ตอนนี้ก็เลยมีแต่คำถามซึ่งเพื่อนสนิทที่คอยคุยปลอบใจเราต้องมานั่งตอบมานั่งฟัง ก็คือเราเลวร้ายมากเลยหรือ ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่างเลยหรือ เราเข้าใจค่ะ ว่าไม่มีใครเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบ ที่เหมือนเราไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง ไม่เคยดีในสายตาใครทั้งนั้นค่ะ ซึ่งความรูสึกนี้มันบั่นทอนอะไรหลายๆอย่างในชีวิตของเรา แม้เราจะพยายามคอยบอกตัวเอง เพื่อสร้างกำลังใจว่ามันคงไม่ขนาดนั้นหรอก แต่ใจก็ยังคอยคิดทำให้ตัวเองรู้สึกไม่ดี

เราเคยรู้สึกว่าเราอาจจะเป็นโรคจิตหรือเปล่าที่ยำคิดย้ำทำแบบนี้ เคยคิดจะไปพบจิตเเพทย์ เพราะบ่อยครั้งมีความคิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่าถึงขนาดว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ค่ะ แต่ไม่ได้คิดฆ่าตัวตายนะคะ ไม่กล้า ใจไม่ถึง กลัวเจ็บด้วย

ตอนนี้บางแวบก็รู้สึกแบบนั้นค่ะ คือเดี๋ยวคิดได้ ว่าโอเคนะ ทุออย่างจะผ่านไป แต่บางทีก็คิดไม่ได้ค่ะแบบกลับไปย้ำคิดเรื่องต่างๆ เพื่อนก็ยังมาพูดๆๆๆเรื่องของเค้าอยู่ จนเราคิดว่าเราอาจจะต้องตัดเพื่อนบางคนไปในช่วงเวลานี้ ที่เรากำลังอ่อนแอเหลือเกินอยู่ค่ะ

ยังไงก็จะพยายามต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #10 เมื่อ: 29 เมษายน 2008, 16:18 »


จิตปุถุชนผู้หนาแน่นด้วยกิเลสทุกคน
เหมือนลำธารที่ไหลคดเคี้ยวเลี้ยวไปมา
ดังนั้นเราอย่าเอาคุณค่าของตัวเองไปวัดกับจิตใคร
เพราะมันไม่มีทางเที่ยงตรงได้

ของสิ่งใดจะมีคุณค่ามีความหมาย
ขึ้นอยู่กับบุคคลที่มีความต้องการมัน
ในกาลที่เหมาะสมเท่านั้น
คนที่หลงทางหิวโหยอยู่กลางป่า
ย่อมต้องการน้ำและอาหารมากที่สุด
แม้จะมีผู้หยิบยื่นทองคำสูงค่าให้
แต่เขาย่อมพอใจจะรับน้ำดื่ม

ดังนั้นการที่คนหนึ่งไม่พึงใจเรา
ไม่ได้หมายความว่า เราไม่มีค่า
หากแต่ เราไม่ได้ "ถูกกับกิเลส"
ถูกกับความต้องการในเวลานั้นของเขา

การที่ได้เกิดมาในอัตภาพมนุษย์อันสูง
มีอาการครบสามสิบสอง
พบพระพุทธศาสนาในปัจจุบันชาติ
ถือว่าเป็นบุญอันใหญ่ เป็นโชคดีอันยิ่ง
เป็นสิ่งล้ำค่าอันประมาณไม่ได้
อย่าคิดทำลายโอกาสอันดีนี้ทิ้งเสีย

นับแต่วินาทีแรกที่เราได้ลืมตามองโลกบัดนี้
เราก็เป็นสิ่งมหัศจรรย์ เป็นสิ่งล้ำค่าที่สุด
ของผู้ให้กำเนิดเรา มีคนอีกหลายคนที่รักเรา
และอีกมากมายที่พร้อมจะรัก

จิตของมนุษย์เป็นสิ่งที่มีกำลัง
สามารถฝึกฝนได้ ขึ้นอยู่กับเราที่ตั้งไว้
ถ้าเราบอกตัวเองว่า เราเป็นคนที่ดี เป็นคนที่มีค่า
จิตเราจะน้อมไปตามแนวทางที่เราตั้งไว้
และจะเปล่งประกายออกมาให้คนอื่นได้เห็น ได้ซึมซาบตามไปด้วย
ถ้าเราคิดว่าตัวเองแย่ ความรู้สึกที่ออกมาสู่คนภายนอก
เขาก็จะสัมผัสได้ในลักษณะเดียวกัน
บันทึกการเข้า
aston27
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 261


« ตอบ #11 เมื่อ: 29 เมษายน 2008, 17:12 »

เข้ามาช่วยคุณ mayrin ตอบอีกแรง

ผมไม่ได้มีญานหยั่งรู้วาระจิตคุณนะครับ
แต่สัมผัสจากตัวหนังสือคุณได้ว่า คุณกำลังฟุ้งซ่าน

ครั้งแรกที่ตอบ ผมพยายามช่วยให้คุณแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
เพราะต้นเหตุมันไม่ได้เป็นเพราะ เขาทำอะไร ทำทำไม และเพราะอะไร

มันไม่สำคัญว่าเขาจะมีผู้หญิงอีกกี่คน
เหมือนหรือต่างจากคุณ
หวาน เปรี้ยว มัน เค็ม หรือขม กว่าคุณ
รู้จักกันมานานหรือเพิ่งเมื่อวานนี้

มันไม่สำคัญ ว่าผู้หญิงคนนั้นจะรู้ หรือไม่รู้
จะมีอะไรกัน หรือยังไม่มี ลึกซึ้ง หรือตื้นเขิน

ต้นเหตุของปัญหา มันอยู่ที่ใจคุณเองนี่แหละ

ใจที่ยึดมั่นถือมั่น ในสิ่งที่เขาเคยทำ เคยพูด เคยแสดง
ใจที่ไม่พอใจ ไม่ยอมรับ ในสิ่งที่เกิดขึ้น และเป็นอยู่
คุณยังนั่งฟุ้งซ่าน ว่าทำไม ทำไม ทำไม

แทนที่จะรับรู้ เข้าใจ และยอมรับ

ช่วงนี้ ฝนตกบ่อยๆ
บางคนชอบ ก็มีความสุข
บางคนเฉยๆ ก็ไม่สุข ไม่ทุกข์
บางคนไม่ชอบ ก็ทุกข์

ฝนตก ไม่ใช่ปัญหา ฝนไม่ใช่ต้นเหตุของทุกข์
คนต่างหาก ที่มีปัญหากับฝน พอใจบ้างไม่พอใจบ้าง
ชอบใจบ้าง ไม่ชอบใจบ้าง

แต่ที่แน่ๆ
ฝนไม่ได้ตก เพราะมีใครชอบหรือไม่ชอบ
ฝนไม่ได้ตก เพราะมีใครทุกข์ หรือสุข

มันตกเพราะเหตุและปัจจัยมันเป็นอย่างนั้นเอง

ฉันใดฉันนั้น เขาไม่ได้เป็นสาเหตุที่คุณทุกข์หรอก
คุณนั่นแหละ ที่ปรุงความไม่ชอบ ไม่ถูกใจ ไม่พอใจ ในสิ่งที่เขาทำ

นี่อาจจะไม่ใช่คำแนะนำที่คุณอยากได้ยิน
แต่ผมไม่มีคำแนะนำที่ตรงประเด็นกว่านี้

ผมมีคติว่า ทุกข์เกิดที่ใจ ก็ต้องเข้าไปแก้ที่ต้นเหตุ

คุณจะใช้เวลาอีกร้อยวัน นั่งรู้สึกแย่ นั่งสงสัย คร่ำครวญ
คุณจะร้องไห้ให้น้ำตาเต็มปี๊บอีกสามปี๊บ
มันก็ไม่ช่วยอะไร นอกจากยืดเวลาทุกข์ของคุณออกไปเรื่อยๆ

ดีที่สุด ก็คือทุกข์จนชิน และชา
แต่มันจะไม่ดีกว่าเหรอ ที่คุณจะเข้าใจและยอมรับ..ว่า..

มันเกิดขึ้นแล้ว และมันเป็นของมันอย่างนั้นเองแหละ
และไม่ว่าจะเพราะอะไร แค่ไหน ยังไง ก็ไม่สำคัญอะไรเลย

เพราะไม่วันใด ก็วันหนึ่ง มันก็จะผ่านไป
ถ้าคุณยอมรับมันช้าหน่อย มันก็ผ่านไปช้า
แต่ถ้ายอมรับมันเร็วหน่อย มันก็ผ่านไปเร็ว

ชีวิตคนเรามันสั้นนิดเดียวนะคุณ
ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำ ว่าพรุ่งนี้เราจะยังหายใจอยู่ไหม

แล้วทำไม เราจะต้องเอาเรื่องแย่ๆที่ควรจะเป็นอดีตไปแล้ว
มาทำให้เรารู้สึกแย่กับปัจจุบัน และอนาคตด้วย

ที่จริง ผมก็ไม่ได้ต่างอะไรจากคุณเลยนะ เรื่องความรักน่ะ
ผมไม่ใช่คนหน้าตาดี ไม่รวย มีแฟนมากี่คนก็ไม่เคยลงตัว
ผ่านการแต่งงานมาแล้วครั้งนึง ผมสิควรจะรู้สึกไม่มั่นใจมากกว่าคุณ

แต่ผมก็เลิกทุกข์กับเรื่องนี้มานานแล้ว
การมีแฟน หรือไม่มีแฟน ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของชีวิต

ผมไม่ได้ตอบปัญหาเรื่องนี้ แบบนี้ ให้คุณเป็นคนแรก
และคุณก็คงไม่ใช่คนสุดท้าย ที่ต้องทุกข์เพราะเรื่องรัก

ประสบการณ์ที่มีมา ทำให้ผมอยากบอกว่า
คนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกับคุณ

ก็เหมือนเด็ก ที่สะดุดหกล้ม หัวเข่าถลอก ข้อศอกถาก ปากเจ่อ
แล้วก็ร้องไห้ สะอึกสะอื้น โทษโน่น โทษนี่ ที่ทำให้สะดุด

ทั้งๆที่ ถ้าเพียงแต่ตั้งสติ ลุกขึ้น ไปล้างหน้า ล้างตา ทำแผล
สามวันก็หายแล้ว

จะดีกว่าไหม ถ้าจะมีมุฑิตาจิต ยินดีที่เขาได้คบกัน
อโหสิ ในกรรมเก่า ที่เขาทำกับเรา

แล้วเราก็กลับมาดูแลชีวิตตัวเอง เดินหน้าต่อไป
เลิกคิดฟุ้งซ่าน เลิกติดต่อ เลิกยุ่งเกี่ยว

ผมเป็นได้แค่คนบอกทาง
แต่การตัดสินใจเป็นของคุณ

โชคดีนะครับ
บันทึกการเข้า
rosso
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 6


« ตอบ #12 เมื่อ: 30 เมษายน 2008, 15:02 »

กราบขอบพระคุณในคำตอบและคำแนะนำอีกครั้งค่ะ

ตอนนี้คงอยู่ที่ตัวเราเองใจเราเองอย่างเดียว อยู่ที่เราจะทำได้ไหมเท่านั้นแล้วจริงๆค่ะ ไม่เกี่ยวอะไรกับใครทั้งนั้น
ใจเราเองล้วนๆ

เมื่อคืนได้เรื่องราวเข้ามาใหม่ที่ทำให้ร้อนรนทุกข์ทรมานขึ้นมาอีกครั้ง คือหาเรื่องร้อนรนเอง ดิ้นพราดๆทรมานเอง
ไอ้ความอยากรู้แล้วไม่สร้างสรรค์นี่ทำร้ายเราเองได้มากมายนักค่ะ

มีเพื่อนมาบอกอีก ว่าเค้านั้นคงแน่นอนกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว เพราะไปรับไปส่งกันทุกวัน และที่ทำงานของเราก็รับรู้การมีตัวตนของหญิงคนนั้น ทั้งที่เค้าคนนี้ไม่เคยทำกับใครมาก่อน
เท่านี้เราก็กลับมาฟูมฟายอีกไม่เป็นอันหลับอันนอน จะเข้ามาระบายในนี้คอมก็ไม่เป็นใจ

เราถามตัวเองไปมาว่าจะทำอะไรต่อไป ทำยังไห้พ้นไปจากสภาพนี้ เรามีทางเลือกอะไรบ้างที่ดีๆ อะไรจะตอบความต้องการของเราในตอนนี้ เพื่อนเราคนหนึ่งอุตส่าห์อยู่คุยกับเราจนสว่าง ใช้มาหมดแล้วทุกถ้อยคำ คำแรงๆที่ทำให้ปวดใจ แต่ตรงความจริงทีสุด ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกับเค้าคนนั้นเลย เราก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำอะไรทั้งนั้น เค้าไม่ได้เลือกเรา เราทำอะไรไม่ได้อีกต่อไป หนทางเดียวคือตัดใจ

เพราะถ้าโทรไปเคลียร์ไปถามก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะเค้าอาจจะตอบหรือไม่ตอบ หรือถ้าตอบด้วยคำพูดแรงๆเราจะรับได้ไหม แล้วจะทำให้ตัดใจได้จริงหรือ เค้าก็จะยิ่งรำคาญเพราะเค้าเลือกคนนั้นไปแล้ว ไม่เกิดประโยชน์ใด อีกอย่างหากเค้าแคร์เราจริงหรือแคร์เราอยู่บ้าง คงไม่ปล่อยให้เหตการณ์มันเป็นแบบนี้ วันดีคืนดีก็อาจจะแค่โผล่มาหยั่งเชิงดูเล่นๆว่ายังรัก ยังรอเค้าอยู่หรือเปล่าก็เท่านั้น

หรือถ้าจะโทรไปคุยกับทางฝ่ายโน้น ก็ยิ่งไม่มีประโยชน์เข้าไปใหญ่อย่างที่คุณ mayrin ได้เคยตอบไว้ แต่เพื่อนเราบางคนแนะนำให้คุยไปเลย เพราะว่า ตอนนี้เราไม่มีอะไรจะเสียเเล้ว แต่เพื่อนเราบางส่วนก็บอกว่า เธออาจจะไปบอกเค้าคนนั้น เรื่องราวจะกลายเป็นว่าเราไประราน ซึ่งพอมาคิดก็ถูกอีก ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรเลยสักอย่าง ไม่มีค่าอะไรเลยสักอย่าง

ต้องขอโทษที่พูดจาวนเวียนวนไปวนมาฟุ้งซ่านอยู่แบบนี้ค่ะ ทั้งที่คนเราควรจะมีพัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้นในแต่ละวัน หรืออย่างน้อยก็คงตัว ไม่ดิ่งลงแบบนี้ เราไม่ได้ใช้สติในการแก้ไขปัญหาให้ได้ดีเท่าที่ควร ปล่อยให้อารมณ์และความรูสึกในด้านที่ไม่ดีฉุดรั้งให้จมอยู่ในความทุกข์ ไม่มีใครช่วยอะไรได้ กี่หมื่กี่พันคำแนะนำอาจเป็นแนวทางให้ได้ แต่คนที่จะแก้ได้ดับได้ มีเพียงเราเองคนเดียว ใจเราเองเท่านั้น

คิดได้เป็นระยะๆ แต่ทำไม่ได้ตลอดรอดฝั่งเสียค่ะ ขอกำลังใจด้วยนะคะ เราจะพยายามต่อไป จะสู้ต่อค่ะ ขอบคุณค่ะ

บันทึกการเข้า
aston27
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 261


« ตอบ #13 เมื่อ: 8 พฤษภาคม 2008, 20:17 »

ขอกำลังใจมา ก็ให้ครับ

กำลังใจ  

แต่อยากบอกว่า ตอนนี้ใจคุณก็ไม่ใช่ที่พึ่ง
เพราะมันออกแนว ไม่รักดีหามจั่ว แต่รักชั่วไปหามเสาซะมากกว่า

ที่พึ่งของคุณคือพระรัตนตรัย และสติของคุณเอง

สวดมนต์ไว้มากๆ บ่อยๆ แล้วคอยรู้ทันใจที่แต๊ดแต๊ดแต๋ ออกไปเที่ยว
มันชะแว๊บ ไปคิดถึงเรื่องนั้น ก็รู้ว่ามันออกไป
ชะแว๊บไปคิดเรื่องโน้น ก็รู้ว่ามันออกไป

รู้ตรงที่มันชะแว๊บ ไปนี่แหละ รู้บ่อยๆที่สุด เท่าที่จะสามารถรู้ได้
หลงนาน รู้ตัวช้า ก็ไม่เป็นไร รู้แล้วจบลงแค่รู้ ไม่ห้ามนะ

มันอยากคิด ปล่อยมันคิด เราคอยตามรู้ลูกเดียว
พอไม่คิด ก็กลับมาอยู่กับลมหายใจ

อยู่กับลมหายใจ ก็อยู่แบบสบายๆ ไม่ต้องเพ่งไว้ ไม่ต้องเกาะแน่น
รู้ลมแล้วใจมันฟุ้ง ก็รู้
ใจมันสงบ ก็รู้

มันเป็นยังไง รู้ว่าเป็นอย่างนั้น

แล้วทุกข์ที่เกาะอยู่มันจะค่อยๆคลายออกๆๆๆๆ เอง

แต่อย่าอยากคลายนะ แต่ถ้าเผลอไปอยาก ก็เป็นกิเลส ต้องตามรู้

ลองทำดูนะครับ ตอนทุกข์เยอะๆนี้แหละ นาทีทองของนักเรียนวิปัสสนา

บันทึกการเข้า
rosso
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 6


« ตอบ #14 เมื่อ: 9 พฤษภาคม 2008, 18:06 »

ตอนนี้เหมือนเรื่องราวมันจะไม่ยอมจบง่ายๆค่ะ

หลังจากเราพยายามหลบตัว ไปทำใจ แต่ตอนนี้เราก็โดนผู้หวังดีที่ไม่ประสงค์ออกนามคุกคามอยู่
เราได้รับโทรศัพท์แปลกๆ ไม่โชว์เบอร์ โทรมาพูดเรื่องของเค้ากะเธอคนนั้นให้เราฟัง
ตอนแรกที่เราคุยด้วยเพราะเราคิดว่าเพื่อนเราอำเล่น แต่มันไม่ใช่
นอกจากนั้นก็ยังมีการก่อกวนกันทางอีเมล์ และมีการส่งข้อความมาเป็นระยะๆ
แต่เนื่องจากเราไปๆมาๆไม่ค่อยได้อยู่ไทยเท่าไร เราจึงโดนโทรศัพท์แปลกๆนั้นเพียงหนึ่งหรือสองครั้ง
แต่เท่าที่ทราบจากที่คนที่บ้านบอก ก็ทราบมาว่ามีคนโทรมาที่บ้าน ถามหาเรา พอถามว่าเป็นใครก็ไม่บอก
ซึ่งในจำนวนเพื่อนที่รู้เบอร์บ้านเรานั้นมีน้อยมาก

ตอนนี้มีอาการจิตตกมาก เพราะเรารู้สึกว่า ทำไมพอเราพยายามที่จะหยุดแล้วทุกเรื่องเกี่ยวกับเค้าคนนั้น
เราลบเบอร์เค้าออกไปทั้งหมด ลบทุกอย่างเกี่ยวกับเค้าทั้งหมด
แต่เราก็ยังต้องเจออะไรแบบนี้อีก หรือว่าเราต้องหนีต่อไปอีกคะ
เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ เปลี่ยนอีเมล์ กลับมาเครียดอีกรอบ เพราะมันจะทำให้เราวุ่นวายมากเพราะทั้งเบอร์และอีเมล์ที่ใช่ปัจจุบัน ใช้ติดต่อเรื่องงานอยู่ด้วย

เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเราแล้วจริงๆค่ะ เรื่องปวดใจยังไม่หายดี แต่มาประสาทหวาดระแวงกับการก่อกวนที่มีมาเป็นระยะๆอีก ตอนนี้เหนื่อยและท้อมากค่ะ
บันทึกการเข้า
กร
เกิดมาเพื่อจะเรียนรู้ทางที่จะไม่เกิดอีก
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 318



เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 9 พฤษภาคม 2008, 23:40 »

เรื่องคนตามคอยรังควานเนี่ย
ผมพบแนะนำได้ในวิธีทางโลก เพราะทางธรรมพี่ๆ เค้าก็แนะนำกันหมดแล้ว
 
ทาง email ก็ block เมล์เค้าซะ เค้าจะไม่รู้ว่า คุณ block

ทางมือถือ ถ้าคุณใช้เครื่องที่ block เบอร์ได้ ก็ block เบอร์นั้นซะ หลายยี่ห้อ หลายรุ่นสามารถทำได้
เครื่องคุณจะไม่ดัง ไม่สั่น เวลาเบอร์นั้นโทรมา แต่มันจะโชว์เป็น missed call ในเครื่อง
หรือถ้าส่ง sms มา ก็จะอยู่ใน screening box ชื่อเรียก box จะขึ้นกับรุ่นของโทรศัพท์
แล้วก็ไม่รับเบอร์แปลกๆ ถ้าไม่รู้จัก ก็ไม่ต้องรับ ให้เพื่อนรับให้ แล้วถามก่อนว่า มาจากไหน

หรือถ้าเครื่อง block เบอร์ไม่ได้ ก็ลองถามเครือข่ายที่คุณใช้บริการ
น่าจะ block ให้ได้ ที่ผมทราบก็พอมีให้บริการนี้อยู่

ส่วนเบอร์บ้าน อันนี้คงเลี่ยงไม่ได้ครับ ถ้ามีเบอร์บ้านหลายเบอร์ เอาเครื่องแฟกซ์ไปต่อเบอร์ที่เค้าโทรมาก็ได้
พอโทรมาแล้วเป็นสัญญาณแฟกซ์บ่อยๆ เดี๋ยวก็เลิกโทรไปเอง

ส่วนทางธรรม ลองปฏิบัติดูเถอะครับ ธรรมของพระพุทธเจ้า เป็นธรรมที่ไม่เนิ่นช้า
ให้ผลทันตาเห็นครับ 
บันทึกการเข้า

ไม่ว่าปัญหาอะไรเข้ามา เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
ทำใจไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำใจ
ปัญหามันก็อยู่ใต้ไตรลักษณ์ เกิดได้ก็ดับได้
aston27
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 261


« ตอบ #16 เมื่อ: 10 พฤษภาคม 2008, 11:34 »

บางเรื่องมันเป็นวิบาก เป็นผลของกรรมเก่าที่ตามมาให้ผล
แต่อย่างที่บอกเสมอว่า ปัญหา กับทุกข์ มันคนละส่วนกัน

มีปัญหามาก ไม่ได้จำเป็นว่าทุกข์จะต้องมากเป็นเงาตามตัว

ถ้ามีสติ ไม่ไปให้ค่ากับมันมาก แล้วก็แก้ปัญหาด้วยสติปัญญา
วิธีแก้ทางโลก คุณกร ก็แนะนำไปแล้ว

วิธีทางธรรม ช่วงนี้ ก็อย่างที่บอก ไหว้พระ สวดมนต์ แผ่อุทิศส่วนกุศลบ่อยๆ
แล้วไปทำบุญช่วยพระสงฆ์ที่อาพาท ปล่อยปลา ทำบุญช่วยผลิตสื่อธรรมะ

ทำบุญทุกครั้งก็อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร ให้พ่อแม่ ให้เพื่อนและศัตรู

เวลาใครโทรมา ถ้าทำวิธีที่คุณกรแนะนำยังไม่เป็น ให้พยายามรู้ทันใจตัวเองไว้
กลัว ก็รู้ทันใจที่กลัว รำคาญ ก็รู้ทันใจตัวเอง โกรธ ก็รู้ทัน

แต่แค่รู้ ไม่ห้าม ไม่กด  แต่ถ้ามันโกรธมากจนอยากด่า ก็รู้ทันที่ความอยาก

เทคนิคทางโลกคือ รู้ว่าเป็นเขาก็ยกหูออก ให้เขาพูดไป
เรามานั่งดูจิต ดูใจตัวเอง นั่งดู  ไม่ได้ให้ข่มนะครับ

เวลาเจอสถานการณ์แบบนี้ ถ้าคุณรู้ทันบ่อยๆ คุณจะค่อยๆเข้าใจเรื่องการดูจิต
แล้วคุณจะกลัวโทรศัพท์แปลกๆที่ว่าน้อยลง เผลอๆจะชอบเสียอีก
เพราะมันช่วยให้คุณเห็นสภาวะชัด

แล้วทุกอย่างจะแสดงความจริงให้คุณเห็นว่า

กลัว ก็ชั่วคราว ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
รำคาญ ก็ชั่วคราว โกรธ ก็ชั่วคราว
อยากด่า ก็ชั่วคราว รู้สึกดี รู้สึกแย่ ก็ชั่วคราวทั้งนั้น

แต่ที่คุณยังต้องโดนมันวิ่งไล่ เพราะคุณวิ่งหนีนั่นแหละ

สมัยเด็กๆ ผมเคยกลัวหมา เจอมันเห่าเป็นต้องวิ่ง
จนมีคนสอนว่า ยิ่งวิ่ง มันจะยิ่งไล่ เพราะมันรู้ว่าเรากลัวมัน

วันนึงผมใจกล้า มันไล่เห่ามา ผมหันไปหามันเลย
ปรากฏว่ามันชะงัก ถึงจะยังเห่า แต่ก็ไม่กล้าเข้ามา

ความรู้สึกกลัวคน กลัวผี หรือสภาวะอะไร ก็เหมือนกัน
ถ้ากล้าๆหน่อย หันมายืนดู คอยรู้มันอย่างไม่กลัวเกรง
มันจะหดไปให้คุณเห็น

อย่าอ่อนแอมากนะครับ ผมไม่ช่วยแล้วนะ เพราะช่วยมากกว่านี้ไม่มีประโยชน์
ต่อจากนี้ คุณต้องช่วยตัวเองแล้ว 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!