แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
13 พฤษภาคม 2021, 20:07 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ผิดหวังเล็กๆ น้อยๆ แล้วชอบอยากฆ่าตัวตาย  (อ่าน 5464 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 652



« เมื่อ: 6 กุมภาพันธ์ 2008, 02:28 »

ถาม : ผิดหวังเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วชอบอยากฆ่าตัวตาย อย่างนี้แปลว่าชาติก่อนเคยฆ่าตัวตายมาใช่ไหม?


แต่ไหนแต่ไรมา ความอยากตายเป็นจุดยอดแห่งความหดหู่ เมื่อหดหู่ถึงจุดแห่งความอับตันแล้วก็จะรู้สึกว่าแม้แต่อากาศก็หนักทึบ ปราศจากตำแหน่งใด ๆ ในโลกที่โปร่งเบา แล้วในที่สุดก็เหมือนจะหายใจไม่ออก ไม่อยากหายใจอีกต่อไป


ทว่าข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตล่าสุดนั้น สาเหตุของการฆ่าตัวตายอันดับหนึ่งได้แก่ความน้อยใจคิดสั้นชั่ววูบ อันดับสองได้แก่การทนทรมานกับโรคร้ายไม่ไหว และอันดับสามได้แก่การสะสมความเครียดกับความหดหู่จนเกินกัดฟันฝืน


ข้อมูลนี้นี่น่าตระหนกพอสมควรนะครับ เพราะมันแปลว่าสมัยนี้คนเราไม่จำเป็นต้องหดหู่หรือเครียดมากก็ฆ่าตัวตายกันง่าย ๆ แล้ว เหมือนนึกว่าคงมีใครชุบชีวิตเราให้ฟื้นคืนได้ จะมีอะไรน่าตระหนกไปกว่าการที่คนเห็นสิ่งมีค่าที่สุดกลายเป็นสิ่งไร้ค่าที่สุดเล่า?


ถ้าหากผิดหวังเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วอยากฆ่าตัวตาย ก่อนอื่นขอให้ทราบว่าคุณไม่ได้โดดเดี่ยวนะครับ แต่กำลังมีบางสิ่งที่ผิดปกติเกิดขึ้นในสังคมของเรา และสิ่งผิดปกตินั้นก็มีความน่ากลัวเกินกว่าพวกเราจะดูดาย หรือประมาทไปว่ามันจะไม่มาถึงตัวเราหรือคนที่อยู่รอบตัวเรา


เรื่องความอยากตายนี้อย่าเพิ่งไปคิดเรื่องข้ามภพข้ามชาติอะไร เพราะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ควรคิดเรื่องการสั่งสมอารมณ์ผิด ๆ ในปัจจุบันก่อนดีกว่า คนเราจะไม่รู้สึกอ่อนแอ ไม่อยากหนีโลกแบบปุบปับฉับพลัน ถ้าหากกำลังมีความสุขล้นปรี่ ถึงแม้ถูกชะตากรรมตบตีบ้างก็คงไม่ถึงขนาดกล้าได้กล้าเสีย คิดตัดช่องน้อยแต่พอตัว ทั้งที่ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าละจากโลกนี้แล้วจะไปอยู่แห่งหนตำบลไหนกันต่อ


ฉะนั้นหมั่นเติมความสุขให้ตัวเอง และความสุขที่ไม่ต้องซื้อหา ไม่ต้องลงทุนปลูกสร้างที่ไหน ก็คือความสุขจากการรู้ว่าเรายังมีลมหายใจ ในลมหายใจนี้เรายังมีโอกาสจะทำจิตให้แช่มชื่น มีโอกาสคาดหวังว่าทุกสิ่งรอบตัวจะเหมือนฟ้าหลังฝน


ยามที่หดหู่ ท้อแท้ หรือผิดหวังเหมือนจะทนไม่ไหว ให้เตือนตัวเองว่าเอาแล้ว มัจจุราชจะมากวักมือเรียกเราผิดเวลาอีกครั้งหนึ่งแล้ว อย่าปล่อยให้ตัวเองเห็นภาพมัจจุราชกวักมือเรียกจนใจยอมโอนอ่อนผ่อนตาม ให้เติมพลังชีวิตเข้าไป สูดลมหายใจลึก.ๆ ครั้งหนึ่ง แล้วตระหนักว่าความมีชีวิตชีวาที่มากับสายลมหายใจนั่นแหละ ฉุดเราออกห่างจากทางมัจจุราชมาอีกคืบหนึ่ง


คนที่หายใจยาวหนึ่งครั้งทุก ๕ นาที จะเป็นคนที่มีความแข็งแรงออกมาจากภายใน และจะไม่คิดสั้นปัจจุบันทันด่วนง่าย ๆ ขอให้จำหลักการง่าย ๆ นี้ไว้ และไม่ต้องสนใจหาข้ออ้างให้กับความอ่อนแอใด ๆ ไม่ต้องคิดว่าเพราะเคยฆ่าตัวตายในชาติก่อนจึงอยากฆ่าตัวตายอีกในชาตินี้ หลีกหนีไม่ได้ คนเราเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เสมอ ขอเพียงมีความพยายามในทางที่ถูกต้อง


หากพยายามเพิ่มพลังชีวิตด้วยการลากลมหายใจยาว ๆ ไม่เป็นผลสำเร็จ ยังคงมีความหดหู่อยู่ หรือยังไม่อาจสลัดความคิดน้อยเนื้อต่ำใจในหัวทิ้งไปได้ ก็ให้บอกตัวเองว่าไหน ๆ คิดจะตายแล้ว ทำไมไม่ใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายให้คุ้ม ใช้อาทิตย์สุดท้าย หรือสามวันสุดท้ายไปในการแต่งจิตแต่งใจให้สว่างขึ้นด้วยการให้ทาน ไม่ใช่ให้เงินมาก ๆ จนหมดตัว แต่ให้เท่าที่จะให้ได้อย่างสบายใจ ให้อะไรก็ได้ที่พร้อมจะให้ ให้กับใครก็ได้ที่เขาพร้อมจะเอาของเราไปใช้ประโยชน์ การเดินทางตระเวนทำทานจะเหมือนค่อย ๆ หยอดกระปุกสะสมเหรียญแห่งความสุข วันหนึ่งมันเต็มกระปุกขึ้นมา เราค่อยตายตอนนั้นยังไม่สาย


แต่ถึงเวลาที่เต็มกระปุก เราจะรู้จักชีวิตในอีกแง่มุมหนึ่ง ว่าเราสามารถคาดหวังจากตัวเองได้คนเดียว มีเราคนเดียวในโลกที่หวังดีกับตัวเองอย่างแท้จริงถาวร นอกนั้นแปรใจ แปรพักตร์เป็นอื่นได้ทั้งสิ้น ทำให้เราผิดหวังเสียใจได้ทั้งสิ้น จุดนั้นเราจะเริ่มมีความแข็งแรง มีพลังความสว่างไสวให้กับตัวเอง ยืนหยัดด้วยสองขาโดยไม่ต้องใช้ไม้เท้าเหมือนคนพิการ เมื่อจะคาดหวังอะไร ก็มักไม่ไกลเกินความสุขทางใจที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า เฉพาะวินาทีนี้ที่ยังมีชีวิตอยู่
กล่าวอีกนัยหนึ่ง วิธีคาดหวังจากตัวเองที่ฉลาดนั้น คือคาดหวังว่าจะไม่ปล่อยใจตัวเองให้หดหู่ ไม่ให้คิดมากจนซึมเศร้าเกินฉุดรั้ง สารพัดวิธีทำให้จิตแช่มชื่นเป็นล้านทางที่วางแบในโลกรอให้หยิบฉวยแต่เราไม่เคยเอา ก็ลองเอามาใช้ดูสักอันสองอัน แล้วจะซึ้งว่าความคิดขณะจิตเป็นกุศลนั้น ไม่อยากทำลายตัวเองแน่นอนครับ ชาติไหนจะเคยทำมาก่อนหรือเปล่าก็ช่างมันปะไร ขอเพียงชาตินี้เรารู้เหตุรู้ผล รู้จักทำตนให้เป็นสุขอย่างง่าย.ๆ ก็พอ


อย่าเผลอเชื่อตัวเองว่าไม่มีทางเลี่ยง ไม่มีทางสู้ ไม่มีทางทน เชื่อลมหายใจที่ยังมีอยู่ของคุณดีกว่าครับ ตราบใดมันยังมี ตราบนั้นคุณทำอะไรได้มากกว่าที่คิดมากนัก


หากอยากปักใจเชื่อกันจริง ๆ ว่าอยากตายเพราะเคยฆ่าตัวตายมาก่อน ก็ขอให้ทราบข้อมูลจริงบางอย่างไว้ คือคนเคยฆ่าตัวตายนั้น มักจำอารมณ์ที่ตัดสินใจฆ่าตัวตายได้ หากจับพลัดจับผลูได้โอกาสเกิดเป็นมนุษย์ใหม่อีกรอบ ก็จะมีความอ่อนแอทางวิญญาณ ภูมิต้านทานโลกต่ำมาแต่เด็ก เจออะไรนิดอะไรหน่อยจะหวนไปสู่อารมณ์อ่อนแอในการต้านทานอยู่ร่ำไป แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือคุณจะมีความเข้มแข็งในทางคิดตัดช่องน้อยแต่พอตัว เพราะจำอารมณ์ขณะตัดใจลาโลกได้และรู้สึกดีกับมัน พูดง่ายๆว่าอาจใจแข็งขนาดปาดคอตัวเองได้แบบไม่กะพริบตา ทั้งที่กำลังมองเงาตัวเองในกระจกอยู่แท้ ๆ !


จะต้องปาดคอตัวเองด้วยความเศร้าโศกอีกสักกี่ครั้ง จึงจะสามารถเอาชนะความอ่อนแอทางวิญญาณของตนเองสำเร็จ? มันต้องมีสักชาติใดชาติหนึ่ง… เอาเป็นชาตินี้เลยก็แล้วกัน! ยังมีชีวิตอยู่ ยังแก้ตัวได้ ยังตัดสินใจยกตัวเองออกจากเส้นทางมรณะที่น่าเหงาหงอย มาสู่เส้นทางแห่งลมหายใจอันยืดยาวเปี่ยมสุข แปรความอ่อนแอให้กลายเป็นความหนักแน่น เพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ อาจแค่ไม่ถึงหนึ่งในร้อยของชีวิตทั้งหมด คุณจะไม่ต้องย่ำเท้าซ้ำรอยเดิมกลับไปหลงป่าโดยปราศจากเข็มทิศอีก จะไม่เอาหรือ?


โดย ดังตฤณ
ที่มา http://dungtrin.com/prepare/mobile/P1.5.htm
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!