แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
14 พฤษภาคม 2021, 08:32 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: การเป็นเกย์ขัดขวางมรรคผลนิพพานหรือไม่?  (อ่าน 5605 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 652



« เมื่อ: 6 กุมภาพันธ์ 2008, 02:18 »


ถาม – ผมเป็นเกย์ครับ แบบว่าไม่แต๋วนะครับ ตั้งแต่วัยุร่นจะไม่รู้สึกรู้สากับผู้หญิง ต่อให้สวยหรือหุ่นดียั่วน้ำลายชายทั่วไปขนาดไหน ต่างจากตอนเห็นผู้ชายมาดเท่ๆ เห็นแล้วถึงจะฮอต คุณดังตฤณเคยบอกมาหลายครั้งว่าที่ผิดปกติทางเพศเพราะเคยประพฤติผิดทางเพศ เพราะฉะนั้นก็จะไม่ถามถึงสาเหตุ แต่อยากถามว่าการเป็นเกย์นี่ขัดขวางมรรคผลนิพพานไหม? ผมอยากหลุดพ้นไปก็เพราะทุกข์หนักเรื่องความรู้สึกทางเพศของตัวเองนี่แหละครับ



ถ้าไม่ได้มีจิตบิดเบี้ยวมาก ทุกคนก็มีสิทธิ์บรรลุมรรคผลหมดแหละครับ จิตที่บิดเบี้ยวมากจนหมดสิทธิ์ดัดให้ตรงถึงขั้นทรงฌานรู้นิพพานนั้น จะมีอยู่สองพวกคือ

๑) มีอวัยวะของสองเพศในร่างเดียวกัน โลกนี้มีไม่มากนัก แต่ก็มีอยู่จริงทั้งในอดีตและปัจจุบัน

๒) ทำอนันตริยกรรม คือฆ่าพ่อแม่ ฆ่าพระอรหันต์ เป็นพระที่ทำความแตกแยกกับหมู่สงฆ์ และทำร้ายพระพุทธองค์ถึงขั้นห้อพระโลหิต

ที่สำคัญ ผมแน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะเห็นตัวอย่างของจริงมาแล้วคือ ถ้าเกย์คนไหนดำรงตนเป็นพุทธแท้ จะสามารถแก้ปัญหาความเบี่ยงเบนทางเพศได้อย่างแน่นอน หมายความว่าอาการบิดเบี้ยวเล็กๆอันเกิดจากความเบี่ยงเบนทางเพศจะหายไป เปิดโอกาสให้ปฏิบัติธรรมขั้นสูงขึ้น เกิดความเห็นอันเที่ยงตรง รับรู้ธรรมชาติตามจริง ว่าไม่มีสิ่งใดเที่ยง แม้แต่จิตและความรู้สึกนึกคิดก็ดับไปเป็นขณะๆอยู่ตลอดเวลา จึงไม่มีสิ่งใดเป็นตัวตนเลย

การดำรงตนเป็นพุทธแท้ที่จะแก้ปัญหาความเบี่ยงเบนทางเพศได้ มีอยู่ ๓ ระดับ ได้แก่ ทาน ศีล และภาวนา

๑) ทาน ในที่นี้คือการช่วยเหลือให้คนที่รู้สึกแย่ๆกับตนเอง ได้มีมุมมองที่ดีขึ้น นับถือตนเองมากขึ้น มีความสุขกับชีวิตของตนเองมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับเรื่องทางเพศ เช่นเขาดูถูกตัวเองว่าโง่ ก็ให้กำลังใจเขาว่าเด็กเกิดมามันโง่กันทุกคน ที่หายโง่ได้ก็เพราะเริ่มทำเรื่องฉลาดๆ เช่นไม่ดูถูกตัวเอง และต่อสู้เพื่อให้รู้มากกว่าเมื่อวาน หากคุณค่อยๆพูดหยอด ค่อยๆปลอบ กระทั่งเขารู้สึกดีและมีกำลังใจ ผลสะท้อนกลับคือคุณจะรู้สึกดีขึ้นกับตนเองมากกว่าเคยทีละนิด ยิ่งคุณรู้สึกดีกับตนเองเพราะช่วยเหลือผู้อื่นสำเร็จมากขึ้นเท่าไร ความรู้สึกด้านไม่ดีก็ย่อมลดน้อยถอยลงตามส่วน

อาการลดน้อยถอยลงของความรู้สึกไม่ดีกับตนเองนั่นแหละ แสดงให้เห็นว่าวิบากมืดถูกเจือจางด้วยบุญใหม่ๆ วันหนึ่งคุณจะพบว่าความเห็นค่าของตนเอง จะทำให้ความบิดเบี้ยวเบี่ยงเบนเบาบาง และกระทั่งเหมือนหายไปจากใจ แม้ไม่หายขาดสนิท ก็ไม่ติดใจกังวลหรือต้องทนทุกข์มากมายนัก เปิดโอกาสให้บำเพ็ญบุญเพื่อความเป็นพุทธแท้ในขั้นต่อๆไปได้คล่องขึ้น

๒) ศีล ในที่นี้ต้องพูดในระดับศีล ๘ หากคุณยอมงดเว้นการเสพกาม ตลอดจนไม่เสพเครื่องกระตุ้นกามเช่นอาหารหลังเที่ยง ที่นอนนุ่มสบาย และการดูหนังฟังเพลงอันย้อมใจให้เกิดความโลภ ความโกรธ ความหลง ก็จะเป็นการทวนกระแส ไม่ปล่อยตนให้ถูกดึงดูดอยู่ใต้อำนาจกรรม ซึ่งก็เท่ากับเจือจางวิบากทางเพศให้บรรเทาเบาบางลงด้วย

การถือศีล ๘ ที่จะแก้การเบี่ยงเบนทางเพศนั้น ไม่จำเป็นต้องถึงขนาดงดเว้นให้ได้ทุกวัน เอาแค่เดือนละ ๔ หน นับเอาวันพระเป็นหลักก็ดี นานไปความตั้งใจงดเว้นจะกลายเป็นวินัย กลายเป็นแบบทดสอบความอดทน และกลายเป็นเครื่องเสริมสร้างความเข้มแข็ง ก่อให้เกิดความรู้สึกมั่นคงขึ้นอย่างมาก

เมื่อห่างเครื่องกระตุ้นราคะ เอาชนะการครอบงำของราคะได้เดือนละ ๔ วัน พอครบปีคุณจะรู้สึกดีขึ้น ความหมกมุ่นทางเพศลดลง ซึ่งก็จะมีผลให้ความเบี่ยงเบนทางเพศลดลงไปด้วย ตามสัดส่วนของความมั่นคงทางใจ ที่คุณสามารถรักษาวินัย ซื่อสัตย์กับตนเองได้

๓) ภาวนา การภาวนาหมายถึงการอบรมจิตให้สงบจากกิเลส ปลอดโปร่งจากราคะและโทสะหยาบๆ ตลอดจนเอาชนะความหลงผิด มีจิตตื่นรู้ขึ้นเห็นความจริง เช่นเห็นกายเป็นของไม่สะอาด น่ารังเกียจ ไม่มองกายด้วยความเป็นเครื่องล่อให้อยากเสพกาม แต่มองเห็นทุกซอกมุมแห่งความจริงทางกาย ว่ามีแต่คราบไคลเหงื่อสกปรกแฝงอยู่ทุกขุมขน มีแต่การสะสมขี้ฟันอยู่ทุกวินาที มีแต่การไหลเข้าไหลออกตามทวารหนักทวารเบา อะไรดีๆเข้าทางปาก เดี๋ยวเดียวออกมาเป็นอะไรเสียๆทางก้น ไม่เว้นแต่ละวันแต่ละคืน

การมีสติระลึกรู้อยู่เรื่อยๆ เล็งกายไปตรงไหนก็เจอแต่หน่อเหม็นแนวเหม็น จะทำให้ความรู้สึกทางเพศลดลง เห็นตามจริงมากขึ้นเรื่อยๆว่าทั้งกายเรากายเขาเป็นของเน่าเปื่อย ไม่ใช่สิ่งน่ารักน่าใคร่ จิตของคุณจะอยู่เหนือความรู้สึกทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นเพศตรงข้ามหรือเพศเดียวกัน เมื่อกายไม่อาจกระตุ้นความมาดหมายทางเพศได้ ความเบี่ยงเบนทางเพศก็ย่อมทำอะไรจิตคุณไม่ได้เช่นกัน

และในที่สุด เมื่อพินิจเห็นกระทั่งจิตของคุณก็ต้องเสื่อมไป มีคิดดี มีคิดชั่ว มีครุ่นคิดทางเพศ มีเลิกครุ่นคิดหนักอก คุณจะวางได้กระทั่งความกังวลว่าตัวเองเป็นหรือไม่เป็นเกย์ เพราะเห็นอย่างแท้จริงว่าเป็นเกย์หรือไม่เป็นเกย์มันเริ่มขึ้นที่จิต เริ่มขึ้นที่คิด เพียงคุณไม่มองว่าจิตและความคิดเป็นตัวคุณ แต่เห็นเป็นสภาวะที่เกิดแล้วต้องดับตลอดวันตลอดคืน ความเบี่ยงเบนทางเพศย่อมหายไป ณ ที่ที่คุณรู้แจ้งนั้น

เมื่อสั่งสมบารมีทางทาน ศีล และภาวนามาถึงระดับหนึ่ง กายใจคุณจะปฏิวัติ เหมือนเป็นคนใหม่ เป็นตัวตนใหม่ เริ่มจากจิตที่สว่าง อบอุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งหายขาดจากรสนิยมผิดธรรมชาติในตน นี่คือสิ่งที่ผมเห็นจากคนที่เขาเอาจริงเอาจังในเส้นทางสายสว่างของพุทธแท้มาแล้วครับ



โดย ดังตฤณ 

ที่มา http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare083.htm
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!