แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
11 พฤษภาคม 2021, 17:45 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๙๗ เมื่อชีวิตต้องติดดอย  (อ่าน 157 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 593



« เมื่อ: 29 กันยายน 2020, 00:23 »

ถาม – ดิฉันลงทุนในหุ้นอย่างผิดพลาดจนขาดทุนหนักเลยทีเดียว จะทนถือแบบนี้อยู่เป็นปีๆ ก็ไม่ได้เพราะต้องเอาเงินมาหมุนใช้จ่าย ตอนนี้กลุ้มใจมากเลยค่ะ


ในรอบปีที่ผ่านมานี้ มีลูกค้าสอบถามเกี่ยวกับดวงในการลงทุนในตลาดหุ้นเป็นจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ลูกค้าบางท่านเล่าว่าเพื่อนร่วมงานได้กำไรเยอะก็เลยมาชวนเธอให้ไปลงทุนบ้าง ในเรื่องนี้ก็เข้าใจดีนะคะว่าคนเราก็อยากปลอดหนี้มีอิสรภาพทางการเงินกันทั้งนั้น แล้วก็แน่นอนเลยค่ะว่าการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพในช่วงราคาที่ถูกต้องนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ถึงอย่างไรก็ต้องไม่ลืมว่าการลงทุนนั้นมีความเสี่ยง ไม่ใช่จะมีแต่ทางได้แต่เพียงอย่างเดียว หรือบางคนเล่นหุ้นปั่นซึ่งใกล้เคียงกับการพนันซึ่งต้องยอมรับความเสี่ยงกันไปว่าถ้าพลาดก็เจ็บตัวกันไปหนักบ้างเบาบ้าง ถ้าหากนำเงินออมมาเล่นก็อาจจะแค่เหลือศูนย์แต่ยังไม่ติดลบ แต่มีคนจำนวนหนึ่งเลยนะคะที่กู้เงินหรือกดเงินสดจากบัตรเครดิตมาเล่นหุ้น กรณีนี้ถ้าขาดทุนแล้วชีวิตจะติดลบไปเลย ลำบากมาก นอกจากนี้ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่นำเงินที่ต้องใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมาลงทุน ถึงจะซื้อหุ้นพื้นฐานดีแต่ก็อาจจะมีบางช่วงเวลาที่ราคาตกไปบ้างตามสภาพเศรษฐกิจ แม้ในที่สุดราคาจะกลับคืนมาก็ตามที แต่ว่าในช่วงที่ต้อง “ติดดอย” ถ้าหากเป็นเงินเย็นก็รอได้ แถมได้เงินปันผลสม่ำเสมอ แบบนี้คงไม่เป็นไร แต่ถ้าเงินไม่เย็นจริงก็ต้องปวดใจเพราะสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องขายทั้งๆ ที่ขาดทุน


ดังเรื่องราวของคุณไนแองการ่า (นามสมมติ) ลูกค้าหญิงซึ่งในวันที่นัดสนทนากันนั้นได้เริ่มการสนทนาโดยให้ข้อมูลลูกค้าว่า “ระวังมีปัญหาเรื่องเงินนะคะ ในช่วงสามปีจากนี้ไปคุณอาจจะต้องอึดอัดเรื่องเงินๆ ทองๆ ระวังในการลงทุนด้วยนะคะ” ลูกค้าตอบว่าตอนนี้ติดดอยหุ้นอยู่ประมาณห้าล้านบาท ฟังแล้วก็ถามไปว่า “เงินเย็นหรือเปล่าคะ” คุณไนแองการ่าตอบว่า “แรกๆ ก็เย็น แต่ตอนนี้เงินหมุนแล้วละค่ะ” สรุปความตามที่ลูกค้าเล่าให้ฟังคือได้ไปลงทุนกับหุ้นตัวหนึ่ง ด้วยความชะล่าใจเพราะกำไรในพอร์ตก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และได้ข่าวว่ามีแนวโน้มที่ราคาจะขึ้นไปอีก เลยทุ่มหมดหน้าตักกันไปเลยทีเดียว แต่ว่าการณ์กลับกลายเป็นว่าราคาหุ้นกลับตกฮวบๆ เรียกว่าตอนนี้ติดดอยอยู่นั่นแหละ คุณไนแองการ่าเล่าว่าคนรู้จักของเธอก็ติดดอยอยู่เหมือนกัน แต่ว่าเขาฐานะดีแถมไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินในตอนนี้เลยทนถือหุ้นดังกล่าวต่อไปได้เพื่อรอวันที่ราคาจะกลับมากำไร ส่วนตัวเธอเองนั้นเห็นทีจะรอไม่ไหว อาจจะต้องขายขาดทุนเพราะมีทั้งเงินกู้และเงินที่ต้องมาใช้จ่ายประจำ ทั้งหมดนำมาลงทุนไปในพอร์ตหุ้น


อ่านดวงแล้วก็บอกเธอไปตามจริงว่า ก็คงจะต้องอดทนกันไปตามเวลาที่บอกนะคะ อย่างไรก็ตามจะเป็นเพียงช่วงเวลาไม่เกิน ๓ ปีนับจากนี้ไป หลังจากนั้นจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามดวงแล้วคุณไนแองการ่าก็มีศักยภาพในการประกอบอาชีพ เดี๋ยวก็หามาคืนที่เคยขาดทุนไปได้ คิดเสียว่าครั้งหนึ่งเราเคยหาเงินได้มากกว่าห้าล้าน ในอนาคตเราก็ต้องหาได้อีกแน่ๆ ตามดวงแล้วไม่ลำบากตอนแก่หรอก ไม่ต้องกังวลในจุดนี้


คุณไนแองการ่าเปิดใจให้ฟังว่ารู้สึกแย่กับตัวเอง เพราะเธอเองเล่าเรียนและมีความรู้มาอย่างดีในด้านการเงิน ทำให้รู้สึกผิดหวังว่าทำไมถึงได้พาตัวเองมาสู่จุดนี้ได้ ปลอบเธอไปว่าบางทีมันก็ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้ความชำนาญแต่เพียงอย่างเดียว เป็นเรื่องของจังหวะเวลาและสถานการณ์ที่จะทำให้สามารถ “ทนจนและทนรวย” ในการถือหุ้นตัวหนึ่งๆ ได้ อีกอย่างถ้าตลาดหุ้นได้กำไรกันง่ายๆ หลายคนคงจะลาออกจากงานไปเล่นหุ้นอย่างเดียวแล้ว (แน่นอนว่ามีคนที่ลาออกจากงานไปเทรดหุ้นเป็นอาชีพนะคะ แต่ว่ามีจำนวนไม่มากนักที่ประสบความสำเร็จจริงๆ) ตอนนี้คุณไนแองการ่าก็ได้บทเรียนแล้ว เรียกว่า “จ่ายค่าเทอม” ไปด้วยราคาสูง ด้วยอุปนิสัยเป็นคนเรียนรู้ได้เร็วของลูกค้าหญิง เชื่อว่าในอนาคตการลงทุนจะรัดกุมมากกว่านี้แน่นอน บางครั้งคนเราก็ต้องผ่านวิกฤตอะไรบางอย่างก่อนที่จะเรียนรู้เพื่อที่จะไม่ผิดพลาดแบบเดิมอีก อีกอย่างชีวิตก็สอนให้เรารู้ว่าแม้กระทั่งความมั่งคั่งและผลกำไรก็ไม่ใช่ของที่เที่ยงแท้ยั่งยืน สามารถหายไปได้เช่นกัน ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นความไม่เที่ยงของชีวิตและอยากจะฝึกปฏิบัติธรรม เพื่อให้ยอมรับได้ในเวลาที่ประสบความแปรปรวนเช่นนี้นะคะ


การลงทุนในหุ้นพื้นฐานดีมีอนาคต โดยใช้เงินออมในส่วนที่ไม่จำเป็นต้องนำมาใช้จ่าย เรียกง่ายๆ ว่าเงินเย็น จะเป็นการลงทุนที่ไม่เครียดและมีความยั่งยืน หรือใครที่คิดจะเล่นหุ้นปั่นก็ต้องพร้อมจะขาดทุนด้วยเช่นกัน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะได้กำไรแต่เพียงอย่างเดียว เคยถามลูกค้าบางท่านทำนองว่าพร้อมจะเห็นพอร์ตติดลบเป็นแสนเป็นล้าน (แล้วแต่เงินที่ลงทุนไป) หรือเกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นได้ไหม ทนได้ไหม ลูกค้าตอบว่า “ขาดทุนพันเดียวก็กลุ้มแล้ว” ถ้าอย่างนี้ควรจะไปลงทุนในสิ่งที่เสี่ยงต่ำแต่กำไรน้อย จะเป็นผลดีต่อสุขภาพจิตมากกว่า อย่าลืมว่าคนเราอยากมีเงินเพราะอยากมีความสุข รวยช้าเสี่ยงต่ำอาจจะเหมาะสำหรับหลายๆ คน เลือกสรรการลงทุนให้เหมาะกับตนเองจะได้ไม่ต้องทุกข์ใจนะคะ


☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!