แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
15 พฤษภาคม 2021, 15:46 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: สมบัติสุดท้าย  (อ่าน 1490 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 652



« เมื่อ: 20 มกราคม 2014, 19:24 »

ธรรมชาติจะริบทุกอย่างจากเราไปหมด หลังจากล่อให้หลงเข้าใจผิด คิดว่าเป็นของเราเต็มที่แล้ว

คำสอนหนึ่งของพุทธศาสนาที่ทุกคนฟังแรกๆแล้วรู้สึกขัดๆ ไม่อยากเชื่อ หรือเชื่อแต่ไม่ทราบจะทำใจให้คล้อยตามได้อย่างไร นั่นก็คือ ทุกสิ่งไม่ได้มีตัวตน เป็นสภาพประกอบประชุม และบีบคั้นไปสู่ความแตกดับ ถูกทำลายให้กลายเป็นอื่นทั้งนั้น

การใส่ใจฟัง ตลอดจนการรับฟังคำสอนนี้ได้แต่เนิ่นๆ ถือเป็นตัวตัดสินว่าใครมีสิทธิ์พ้นทุกข์บ้าง และใครบ้างที่ยังคงต้องเวียนวนอยู่กับอ่างทุกข์อ่างร้อนต่อไปนานๆ

ผมจำความรู้สึกแรกๆได้ ตอนอยากรู้ว่าทำไมมีคนพูดว่า ‘ตัวกูไม่ใช่ของกู’ เพราะนึกเข้ามาที่แขน ขา หัว ตัว ของตนเองอย่างไร ก็บอกได้คำเดียวว่า "มันใช่ชัดๆ แล้วจะไม่ใช่กูได้ยังไง"

ต่อมา ผมได้ฟังพุทธพจน์ที่ว่า "เราไม่ได้สร้าง ไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง แต่ก็ร้องว่าของเรา ของเรา" ผมก็เริ่มตาสว่างขึ้นมาหน่อยหนึ่ง เพราะนึกขึ้นมาได้ว่าก่อนมีหนึ่งหัว ห้านิ้ว และตับไตไส้พุงอย่างนี้ ผมไม่เคยไปสร้างทำ หรืออยู่ฝ่ายออกแบบที่ไหนเลย อยู่ๆก็ได้อะไรๆมาอย่างนี้แบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่ มีหน้าที่หลักแค่ยึดว่า นี่ของเรา นี่ตัวเรา เท่านั้น

อีกพุทธพจน์หนึ่งที่ทำให้หายสงสัยในระดับความคิด คือที่พระพุทธองค์ตรัสถามเหล่าภิกษุว่า "กายใจนี้เที่ยงหรือไม่เที่ยง? (แน่นอนว่าไม่เที่ยงพระเจ้าข้า) สิ่งใดไม่เที่ยง เราควรตามเห็นว่าเป็นทุกข์หรือเป็นสุข? (แน่นอนว่าเป็นทุกข์พระเจ้าข้า) ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ควรหรือที่เราจะตามเห็นอยู่ว่านั่นเป็นเรา เป็นตัวตน?" (แน่นอนว่าไม่ควรพระเจ้าข้า)

อ่านทีไร ตาสว่างทีนั้น แต่ไม่สุด เพราะในความไม่ใช่ตัวตนที่แสดงความไม่เที่ยงตลอดเวลา มันมีความรู้สึกยึดมั่นเหนียวแน่นว่าดี น่าเอา และน่าหาอะไรมาบำรุงให้น่าพอใจยิ่งๆขึ้น

สำหรับฆราวาสเรา การทำความรู้จักกับข้อเท็จจริงนี้ไม่ใช่เพื่อจะหลุดพ้นกันวันนี้ แต่ทำให้วันนี้ระแคะระคายขึ้นมาบ้าง เล็งเห็นความจริงตรงทิศตรงทางขึ้นมาบ้าง เพื่อจะได้ต่อยอดเป็นความเห็นแจ้งต่อไปตามลำดับ

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราเล็งที่จุดหมายสูงสุด เราจะพบตนเองอยู่บนเส้นทางขึ้นสูงไปเรื่อยๆ กับทั้งมีเหตุผลชัดเจนว่าเหตุการณ์แต่ละอย่างในชีวิต เราควรปล่อยให้มันมีอิทธิพลลากเราลงต่ำไหม ทำไมเราถึงต้องฝืนทวนกระแส ไม่ทำอย่างที่คนในโลกเขาทำๆกัน คำตอบที่ชัดเจนให้กับตนเองเท่านั้น จะเป็นประกันความปลอดภัยในการเลือกใช้ชีวิต กำหนดทิศทางให้ชีวิตได้ถูกต้องเสมอ แม้ในขณะเกิดอะไรผิดพลาดใหญ่โตเพียงใดก็ตาม

ยังไงทุกสิ่งก็ต้องหายไปหมด ไม่ใช่ของเราทั้งหมด แล้วเราจะไปมัวทำผิด หรือติดอยู่กับความทุกข์อันเกิดจากความฝันที่ต้องสลายตัวแน่ๆกันทำไม หาสมบัติสุดท้ายเช่นความรู้แจ้งให้สบายใจไม่ดีกว่าหรือ?


ดังตฤณ

กรกฎาคม ๕๖

ที่มา http://bit.ly/1jhx8hO
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!