แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
15 พฤษภาคม 2021, 15:26 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: วิธีพูดเพื่อส่งคนใกล้ตายให้ไปดี  (อ่าน 1956 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 652



« เมื่อ: 7 พฤษภาคม 2013, 16:37 »

ถาม - คุณพ่อใกล้จะเสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็ง ถ้าอยากให้ท่านไปสบาย จะมีวิธีพูดให้ท่านฟังแล้วสบายใจได้อย่างไรคะ

เอาสูตรสำเร็จของพระพุทธเจ้าเลยก็แล้วกัน
ท่านให้เข้าไปไถ่ถาม ให้เข้าไปพูดคุย
เพื่อที่จะให้คนไข้คนป่วยที่ใกล้จะต้องจากไปนี่นะได้เกิดความสบายใจ
ได้เกิดการถอนจากอาการยึดมั่นถือมั่นทั้งปวง
คำว่าทำให้ถอนจากอาการยึดมั่นถือมั่นทั้งปวงคือทิศทาง
แต่วิธีการของแต่ละคน ก็อาจแตกต่างกันไปแล้วแต่รายละเอียด
ซึ่งเรารู้จักคุณพ่อมาว่าคุณพ่อยังห่วงอะไรบ้าง
คุณพ่อยังมีความยึดมั่นถือมั่นอะไรมากบ้าง
คุณพ่อยังคิดไม่ดีในเรื่องอะไรติดค้างอยู่บ้าง
ถ้าหากว่าเรารู้แล้วเราก็ค่อยๆ พูดทีละเปลาะๆ

ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านให้แนวทางไว้คร่าวๆ อย่างนี้
อาจจะเริ่มต้นถามว่า ยังห่วงอะไรอยู่บ้าง
ถ้าบอกว่า ยังห่วงลูก ยังห่วงหลาน
เราก็บอกท่านว่า เออ เดี๋ยวลูกเดี๋ยวหลานก็ตายตามไปเหมือนกัน
ไม่มีใครอยู่ตลอด ไม่มีใครที่จะน่าห่วงอยู่ในโลกนี้ไปอีกหลายๆ ร้อยปี
ทุกคนจะต้องสิ้นภาวะความน่าห่วงในโลกนี้ ไปตามกรรมของแต่ละคน

หรือถ้าหากว่าท่านยังห่วงสมบัติ
ท่านยังห่วงเรื่องของความได้เปรียบเสียเปรียบ ผลประโยชน์อะไรต่างๆ
เราก็พูดให้ฟังว่า เหล่านั้นก็ไม่มีใครสามารถที่จะครอบครองได้ตลอดไปเช่นกัน
ในที่สุดต่อให้ครอบครองได้อีกเป็นร้อยๆ พันๆ ปี
สิ่งของเหล่านั้นมันก็หมดค่าไปแล้ว

ถ้าหากว่าเราเห็นนะครับว่าท่านสามารถที่จะละหรือว่าถอน
จากความยึดมั่นถือมั่นอะไรที่มันหยาบๆ ได้แล้ว
เราก็ถือโอกาสพูดถึงที่คนตายอยากรู้มากที่สุดเลย
ก็คือ ตายแล้วจะไปไหน ตายแล้วจะเป็นยังไง
ขอให้เชื่อเถอะว่ามนุษย์ทุกคนนะต่อให้ปากแข็ง ต่อให้พูดกี่ครั้งกี่หนก็แล้วแต่ว่า
ฉันไม่เชื่อว่าชีวิตหน้ามี ฉันไม่เชื่อเรื่อง นรก สวรรค์
แต่พอใกล้ตายนะครับ มันไม่เหมือนตอนกำลังมีชีวิตนะ มันคนละเรื่องเลยนะ
ความรู้สึกมันจะอยากรู้ขึ้นมาว่า ตายแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

ให้เราถือโอกาสตรงนั้นนะพูด พูดในแบบที่พระพุทธเจ้าให้พูด
อันนี้ถือว่าพระพุทธเจ้าเป็นคนไกด์ (guide) นะครับ
ท่านบอกให้ระลึกถึงบุญ ระลึกถึงกุศลที่เคยทำมา
แล้วก็บอกว่าบุญกับกุศลที่ทำให้ใจสบาย ที่ทำให้ใจสว่างนั่นแหละ
เป็นเหตุให้เข้าถึงความสบายที่มันยิ่งกว่าในโลกมนุษย์นี้
ได้แก่ ความเป็นทิพย์ของสวรรค์
เราก็พูดให้ท่านฟังว่าสวรรค์มีชั้นไหนบ้าง สวรรค์มีชั้นที่หนึ่ง ชั้นที่สอง ชั้นที่สาม
จาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี
ลองไปค้นหา ลองไปศึกษาดูว่าสวรรค์แต่ละชั้น
ท่านบรรยายสรรพคุณไว้ยังไง
เพื่อที่จะให้คนที่ใกล้จะต้องจากโลกนี้ไปได้ระลึก
ได้เอาจิตไปผูกอยู่กับสิ่งที่มันน่าสบายใจกว่า
สิ่งที่กำลังจะต้องจากไป โลกที่กำลังจะต้องจากไป

นอกจากเราจะบรรยายสรรพคุณสวรรค์วิมานอะไรต่างๆ แล้ว
สิ่งสำคัญก็คือเราต้องพูดถึงต้นเหตุให้สามารถเข้าถึงได้
ต้นเหตุนั้นก็คือ ก่อนอื่นเลยละความพอใจในโลกนี้เสีย
แล้วก็มีความพอใจ ทำความพอใจในบุญในกุศลที่เคยทำมา
ความพอใจในบุญในกุศลที่เคยทำมานั่นแหละ
จะเป็นตัวปรุงแต่งจิตให้เกิดความสว่างไสว
ปรุงแต่งจิตให้เกิดความเบิกบาน สำราญ
แล้วก็มีความพร้อมที่จะจากไปด้วยความสงบ ไม่ทุรนทุรายนะครับ


พูดกับท่าน อันนี้เป็นแค่หลักการคร่าวๆ
แต่ว่าเวลาคุณพูดจริงๆ คุณต้องสังเกตอาการของท่านเองด้วย
แล้วก็ตัวคุณเองจะต้องมีธรรมะ
ทั้งในแง่ของความรู้และในแง่ของความเย็น

นอกจากคุณจะบรรยายเรื่องของสวรรค์ ให้ท่านฟังได้แล้ว
ใจของคุณจะต้องมีความเย็นให้ท่านรู้สึก
มันเหมือนกับเปิดแอร์แล้วก็เปิดเพลงให้ฟัง
เปรียบเทียบนะ แอร์ก็คือใจของเรา
กระแสทางใจของเราที่มันมีความอ่อนโยน ที่มันมันมีความเยือกเย็น
ส่วนเสียงเพลงก็คือเสียงของธรรมะที่เราอ่าน หรือว่าเราพูดให้ท่านฟัง
อาจจะเอาคำพูดของพระอาจารย์ที่ไหนที่เราเคารพมาพูดให้ท่านฟังก็ได้
หรือว่าเอาซีดีเสียงของท่าน มาเปิดให้ท่านฟังก็ได้
ขอให้ท่านได้ฟังอะไรดีๆ นึกภาพตามได้ถึงสิ่งดีๆ ก็แล้วกันนะครับ

แล้วสำคัญอย่างหนึ่งคือจะต้องไม่แสดงความเศร้าโศกเสียใจให้ท่านเห็นนะ
เพราะอาการเศร้าโศกเสียใจจะเป็นพันธะ จะเป็นแรงยึด
ให้ท่านเกิดความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ ถ้าหากว่าอาลัยอาวรณ์ปุ๊บนี่
บางทีพูดมาตั้งยืดยาวนะ เสียเปล่าเลยนะครับ คือไม่มีประโยชน์เลย
เนื่องจากว่าอาการทางใจของคนใกล้ตาย
สิ่งสำคัญที่สุดคืออาการปล่อย คืออาการทิ้ง
คืออาการลอยตัวเหนือจากภาวะที่มันเป็นภาระเก่าๆ หรือว่าความรุ่มร้อนเก่าๆ
แม้กระทั่งลูกเมีย แม้กระทั่งบุคคลอันเป็นที่รัก ก็อย่าให้ท่านยึด
แต่ให้ท่านยึดเอาความดีความงาม
ให้ท่านนึกออกว่า ท่านเคยทำอะไรดีๆ มาไว้บ้าง
ถ้าหากว่าท่านนึกออกมากเท่าไหร่
นั่นก็ยิ่งประกันว่าท่านจะไปสบายได้มากขึ้นเท่านั้นนะครับ


โดย ดังตฤณ
ที่มา http://bit.ly/15wt6My
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!