แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
15 พฤษภาคม 2021, 23:58 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: เจริญมรณสติก่อนนอน  (อ่าน 3740 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 652



« เมื่อ: 17 พฤศจิกายน 2011, 11:10 »

ถาม - ทุกวันก่อนจะเข้านอนผมจะคิดว่าตัวเองกำลังจะตาย แล้วระลึกถึงสิ่งดีๆ ที่เคยทำไว้ พบว่าทำให้นอนได้ดี เหตุที่ฝึกทำแบบนี้เพราะเคยฟังพระท่านสอนว่าก่อนตายเราจะไปตามจิตที่เราคิด ก่อนนอนผมจึงคิดในสิ่งที่ดีๆ และคิดว่าเรากำลังจะตาย เพื่อว่าถึงเวลาใกล้ตายจะได้ไปดี ไม่ทราบว่าวิธีการนี้เป็นอย่างไรครับ

คือจริงๆ แล้วนะ เอาแค่ง่ายที่สุดเลยนะ คุณไม่ต้องไปนึกจินตนาการก็ได้
ถ้าบางคน หลายคนจะนึกว่ามันสะกดจิตตัวเอง มันหลอกตัวเองนี่หว่า
เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เอาแบบที่ไม่ต้องหลอกตัวเอง
คุณพิจารณาไปตามจริงว่าหายใจเข้า หายใจออก
แล้วเกิดความรู้สึกว่า เออ นี่ ถ้าอย่างนี้เขาเรียกว่ายังมีชีวิตอยู่
แต่ถ้าหากว่ามันกำลังจะตาย
หายใจเข้าไปแล้ว แล้วก็หายใจออกมาแล้ว มันจะไม่กลับเข้าไปอีก
แค่พิจารณาตามจริงอย่างนี้นะ
แล้วรู้สึกถึงท่านอนที่มันกำลังปรากฏอยู่ตามจริงตรงนั้นน่ะ
แค่นี้ก็เรียกว่าเป็นการเตรียมตัวตายได้แล้ว

คือเวลาที่มันจะตายจริงๆ มันจะนึกออกขึ้นมา
ทุกคืนๆ ที่สั่งสมมา สมมุติว่าคุณมีเวลาสั่งสมสิบปี
เอาสามร้อยหกสิบห้าคูณสิบเข้าไป มันได้สามพันกว่าวัน
คุณได้ฝึกซ้อมสามพันกว่าครั้ง มันเกิดกำลังอย่างใหญ่หลวงนะ
คือช่วงที่ฝึกร้อยวันแรกมันจะยังไม่เห็นผล
แต่พอเข้ามากลางทาง ปีที่ห้า ปีที่หก
มันจะเริ่มรู้สึกเลยว่า เอ๊ย ตอนตาย มันจะเป็นอย่างนี้จริงๆ
คือเป็นความรู้สึกเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา

บางคนจะเห็นเป็นนิมิตการตายเลยนะ
มันจะเกิดสมาธิขึ้นมา เพราะการฝึกแบบนี้มันสั่งสมพลัง
พลังของสติ พลังของความเห็นจริง
ว่าร่างกายต่างกับศพก็ตรงที่ว่าร่างกายยังหายใจอยู่ก็เท่านั้นเอง ยังมีไออุ่นอยู่เท่านั้นเอง
นอกนั้นเหมือนศพทุกอย่าง พอมันเกิดความเห็นจริงในระดับนั้น
จิตมันจะเกิดความตั้งมั่น เป็นสมาธิ
เป็นสมาธิอันเนื่องจากการเจริญมรณสติ
จิตที่ตั้งมั่นแล้ว เป็นสมาธิแล้ว เป็นอุปจารสมาธิ หรือเป็นฌานแล้วนี่นะ
มันจะเห็น มันจะย้อนกลับมาเห็นเลยว่าร่างกายนี่นะ เน่าเปื่อยผุพัง
แสดงอาการเน่าเปื่อยผุพังให้ดู
มันเป็นการเลียนแบบของจริง มันเป็นนิมิตที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงก็จริง
แต่ว่ามันตรงกับความจริงว่าร่างกายมันต้องเน่าเปื่อยผุพังอย่างนี้
อันนี้อยู่ในสติปัฏฐานสูตรนะ อยู่ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าแนะนำให้เจริญ เป็นมรณสติ
ดีแล้วนะครับ ทีทำอยู่นะครับ ดีแล้ว

โดย ดังตฤณ
ที่มา http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=670:2011-10-05-08-30-02&catid=41:dungtrins-answer&Itemid=59
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!