แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
18 กุมภาพันธ์ 2019, 13:05 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ทำทานที่ดีต้องตั้งจิตอย่างไรกันแน่  (อ่าน 3558 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 10 กันยายน 2008, 13:47 »

ถาม – ศึกษาเรื่องการทำทานแล้วอดรู้สึกขัดแย้งไม่ได้ เพราะหลักการทำทานที่ดีอย่างหนึ่ง คือทำแบบไม่โลภ ไม่หวังอยากได้อะไร แต่ขณะเดียวกันก็ควรทำทานด้วยความศรัทธาในผลแห่งทาน เลยสงสัยว่าควรตั้งจิตไว้อย่างไรแน่


ผมจะแยกให้ดูเปรียบเทียบเป็นข้อๆอย่างนี้ก็แล้วกันนะครับ

๑) ถ้าทำบุญแล้วเจาะจงว่าขอให้รวยขึ้น ขอให้ถูกหวย ขอให้มีคนเอาเงินมาประเคนใส่มือทันตาในสามวันเจ็ดวัน อย่างนี้เรียกว่าเป็นการทำบุญที่ประกอบด้วยความโลภ เงินที่ใช้ในการทำบุญนั้นเปรียบเสมือนเงินลงทุนของนักธุรกิจที่ขึ้นต้นด้วยความหวังผลตอบแทน แต่หากทำบุญด้วยความเชื่อว่าการทำบุญอย่างสม่ำเสมอ แม้ทีละน้อยก็ละลายความตระหนี่ได้มาก ผลย่อมเป็นความสบายใจ ไม่คับแคบ แล้วในที่สุดใจที่สบายย่อมช่วยให้กายไม่ลำบาก เรื่องดีๆย่อมตามมาเอง อย่างนี้เรียกว่าเป็นการทำทานด้วยศรัทธา

๒) ถ้าทำบุญแล้วเจาะจงว่าขอให้สวยขอให้หล่อ ขอให้รูปร่างหน้าตาผิวพรรณเป็นที่หนึ่งอย่าได้รองใคร อย่างนี้เรียกว่าเป็นการทำบุญที่ประกอบด้วยความโลภ เงินที่ใช้ในการทำบุญนั้นเปรียบเสมือนเงินลงทุนของคนเข้าร้านเสริมสวยหรือคนเข้าทำศัลยกรรมตกแต่ง แต่หากทำบุญด้วยความเชื่อว่าการทำบุญด้วยใจอันเปี่ยมด้วยความเคารพศรัทธา ผลย่อมเป็นความเบิกบาน แล้วในที่สุดใจที่เบิกบานย่อมช่วยให้กายผุดผ่อง แม้ชาติหน้ามีจริงย่อมมีรูปร่างหน้าตาที่เข้ากันได้กับจิตซึ่งผุดผ่องด้วยแน่ๆ อย่างนี้เรียกว่าเป็นการทำทานด้วยศรัทธา

๓) ถ้าทำบุญแล้วเจาะจงว่าขอทำเฉพาะกับพระดังๆ ผลจะได้งอกเงยมากมายและรวดเร็ว อย่างนี้เรียกว่าเป็นการทำบุญที่ประกอบด้วยความโลภ แต่หากทำบุญด้วยความคิดว่าแม้พระที่ยากจนและไร้ชื่อเสียงก็นุ่งห่มจีวร ช่วยสืบทอดพระศาสนา ทำหน้าที่เป็นหลักใจให้ชาวบ้านในเขตหนึ่งๆ ควรที่เราจะทำถวายทานแด่สงฆ์ให้ทั่วๆ ผลที่เกิดกับตนเองย่อมตกแต่งให้จิตคิดเกื้อกูลพระศาสนาโดยรวมอย่างแท้จริง เมื่อจิตเล็งที่ศาสนาโดยรวมย่อมให้ผลใหญ่ประมาณมิได้อยู่ในตัวเอง อย่างนี้เรียกว่าเป็นการทำทานด้วยศรัทธา

กล่าวอย่างรวบรัด ให้คิดง่ายๆครับว่าทำบุญแล้วบุญจะช่วยให้เราไม่ลำบาก ทำให้เรากำจัดความตระหนี่อันเป็นต้นเหตุแห่งความลำบากที่แท้จริง ตลอดจนทำให้เราฉลาดในการเกื้อกูลพระศาสนา นี่แหละเป็นนโยบายการทำบุญที่ประเสริฐ เป็นประกันไม่ให้บุญโดนตัดกำลังไปด้วยอำนาจมืดแห่งความโลภเสียกลางทาง

 
โดย ดังตฤณ
ที่มา http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare074.htm
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!