แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
23 สิงหาคม 2019, 06:12 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: วิธีแก้อกหัก โดย พระอาจารย์ชยสาโร  (อ่าน 24884 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 18 กรกฎาคม 2008, 18:04 »

จากหนังสือ “ลำเดียวกัน” หน้า ๔๑ - ๔๔
=====================


ความรักเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตฆราวาสทุกคน
บางคนถึงกับเอาเป็นสรณะเป็นที่พึ่งของชีวิต   
ซึ่งมักจะทำให้ชีวิตประสบความทุกข์ระทมบ่อย ๆ   
รักได้ ไม่เป็นไร ไม่ผิดศีล ไม่ผิดอะไร   
แต่พุทธศาสนาสอนว่าทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตต้องประกอบด้วยธรรมะ ต้องยอมรับความจริง   
เราต้องพยายามพิจารณาทุกเช้าทุกเย็น
ว่าเราต้องมีความพลัดพรากจากคนที่เรารักทุกคน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง   
เราไม่ตายจากเขา ๆ ก็ตายจากเรา   


อันนี้ไม่ใช่เพื่อทำให้เรารู้สึกกลุ้มใจหรือเศร้าใจ   
แต่เป็นการเปิดจิตใจให้กว้างออกไปรับความจริง   
ซึ่งปกติเราชอบพยายามประคับประคองอารมณ์ที่สบายของเราไว้
โดยการกลบเกลื่อนความจริงบางแง่บางมุมบางประการ   
คือสิ่งที่จะลดรสชาติของอารมณ์นั้น   
เพราะว่าธรรมชาติของคนเรานี้ชอบเพลิดเพลินในอารมณ์ เพลิดเพลินในความรัก   


ถ้าเราเพลิดเพลินในสิ่งใดแล้ว ความเพลิดเพลินนั้นแหละเป็นความยึดมั่นถือมั่น 
เกิดภพ  เกิดชาติ  เกิดความไม่มั่นคง  เกิดความหวั่นไหว   
เพราะว่าอารมณ์ทั้งหลายเป็นของไม่เที่ยง   
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามเหตุตามปัจจัย   
ผู้ยึดมั่นในอารมณ์ย่อมฝืนธรรมชาติไม่ให้เปลี่ยนแปลง


แต่มนุษย์เราจะสู้ธรรมชาติไม่ได้   
มันเป็นการฝืนลม ๆ แล้ง ๆ เป็นการฝืนที่จะทำให้รู้สึกระทมขมขื่น 
รู้สึกเซ็ง  หมดหวัง  สิ้นหวัง   
นักปฏิบัติผู้ปรารภธรรมะจะคำนึงถึงความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เสมอ   
สำนึกปวงไม่เที่ยง  รู้ว่ายึดมั่นในสิ่งที่ไม่เที่ยงเมื่อไร  ก็ต้องเป็นทุกข์ทันที   
คิดอย่างนี้ได้ความรักมันไม่หายหรอก   
ความรักของเราไม่ใช่ว่ามันจะจืดชืด  หมดรสชาติ 
แต่จะเป็นความรักที่สุกงอม  เป็นความรักของผู้ใหญ่ 
ความรักไม่มีโทษอะไร


เรื่องความรักนี้จะต้องสังเกตว่า
มันจะเปลี่ยนสภาพตามความรู้และความเข้าใจในธรรมะของผู้รัก   
หมายความว่าถ้าพวกเราไม่มีสติปัญญาเป็นที่พึ่งภายในใจ
ไม่มีตัวผู้รู้คอยคุ้มครองการดำเนินชีวิต  คอยดูแลสิ่งที่เราทำ  คำที่เราพูด 
เราย่อมมีความรู้สึกขาดความมั่นคง
ซึ่งจะอยู่ลึก ๆ ในใจตลอดเวลา รู้สึกว่าขาดอะไรสักอย่าง   
มีความรู้สึกอย่างนี้แล้ว  เรามักจะพยายามลบความรู้สึกนี้โดยความรัก   
จึงแสวงหาความรักอย่างดิ้นรน กระสับกระส่าย  กระวนกระวาย 
ความรักของเรานั้นจะประกอบด้วยความเห็นแก่ตัว เพราะเกิดจากความอยาก   
แต่ผู้มีที่พึ่งภายในแล้ว มีความมั่นคงภายในใจแล้ว   
จะมีความรู้สึกพอดี ไม่มีอะไรขาดไม่มีอะไรเกิน พอดี ๆ


ผู้ที่รู้สึกพอดีนั่นแหละสามารถให้ความรักด้วยความอิสระ 
มีความรู้สึกไวต่อคนอื่น ต่อความต้องการของเขา   
ความกลัว  ความวิตกกังวลของเขา
สามารถสังเกตเห็นสิ่งแวดล้อมหรือบุคคลรอบข้างอย่างลึกซึ้ง   
เพราะเดี๋ยวนี้คนเราก็พอแล้ว ไม่มีความห่วงอะไร   
จิตที่เต็มไปด้วยธรรมะแล้วเป็นจิตที่สร้างสรรค์มาก   
เพราะว่าไม่มีอะไรบกพร่องพร้อมที่จะช่วยคนอื่นได้   
พร้อมที่จะให้ความรัก ให้ความรักโดยไม่หวังอะไรตอบแทน   


คือเขาจะรักหรือไม่รักเรื่องของเขา 
แต่ว่าเราจะให้  เราพอใจกับการให้   
แต่ไม่มีความต้องการในความรักเพื่อความรู้สึกเปล่าเปลี่ยว   
หรือว่างเปล่าในใจของตัวเอง  มีธรรมะเป็นที่พึ่ง 
ความรักเป็นที่พึ่งไม่ได้ แต่ธรรมะเป็นที่พึ่งได้  
ธรรมะเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในชีวิตมนุษย์



โดย พระอาจารย์ชยสาโร 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 สิงหาคม 2008, 00:01 โดย star4life » บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!