แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
18 กุมภาพันธ์ 2019, 13:04 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๐๒๖ เมื่อไหร่จะเจอเนื้อคู่ และจะรู้ไหมว่าเป็นคู่ของเราจริงๆ  (อ่าน 41514 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 7 กรกฎาคม 2008, 14:36 »

ถาม – ตอนนี้เป็นโสดค่ะ อยากรู้ว่าเมื่อไหร่จะเจอเนื้อคู่ และดวงบอกได้ไหมคะ ว่าคนที่เข้ามาตอนนั้นเป็นคู่เราจริงๆ


 
คำถามนี้หมอดูได้รับมาบ่อยๆ ค่ะ ทีนี้ต้องนิยามคำว่า "เนื้อคู่" กันก่อน สำหรับความหมายของคนที่ถาม น่าจะประมาณๆ ว่าเป็นคนที่จะได้แต่งงานกัน คบกันยาวๆ ไม่ใช่ผ่านมาแล้วผ่านไป   ตอบคำถามส่วนแรกว่า “อยากรู้ว่าเมื่อไหร่จะเจอเนื้อคู่” ก็ตอบได้ว่าดวงบอกได้ว่าจะมีโอกาสมีความสัมพันธ์ในลักษณะนี้เมื่อไหร่  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องดูพื้นฐานเดิม (กรรมเดิม) ของแต่ละดวงก่อนว่าเจอแล้วจะคบกันได้นานไหม
 

ยกตัวอย่างลูกค้าชายท่านหนึ่ง มาตรวจดวงด้วย เขาถามว่า พี่คิดว่าผมมีแฟนแล้วหรือยัง  ดิฉันเห็นว่าลักษณะชีวิตคู่ของเขาถ้ามีแล้วจะคบได้นาน เลิกกันยาก  ก็เลยบอกไปว่ามีแล้ว เพราะดวงแบบนี้ถ้ามีแล้วก็คบยาวเลย เขาก็บอกว่าใช่ มีแฟนแล้ว แล้วก็ถามว่าควรจะแต่งงานเมื่อไหร่ดี


ส่วนในรายที่ชีวิตรักมาแนวๆ เลิกกันง่าย มีคู่ใหม่มาเรื่อยๆ ชีวิตคู่เปราะบางง่าย ก็ทายได้นะคะ ว่าจะมีเพศตรงข้ามเข้ามาสร้างความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวเมื่อไหร่ แต่ว่าถ้าไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองให้อยู่ในกรอบของทาน ศีล ภาวนา แล้วละก็ สภาวะของชีวิตคู่มันก็จะแตกหักแยกทางกันง่าย ตามทางกรรมเดิมที่เคยทำไม่ดีไว้


หรือบางดวงค่อนข้างอาภัพในเรื่องนี้ ก็แนะนำให้ทำทาน รักษาศีล ภาวนา โดยไม่หวังผลตอบแทน จะได้เป็นบุญใหม่ๆ ที่อาจจะช่วยในเรื่องคู่ครองให้ดูดีขึ้นได้ค่ะ


คำถามต่อไป “ดวงบอกได้ไหมคะ ว่าคนที่เข้ามาตอนนั้นเป็นคู่เราจริงๆ” คือสำหรับคนที่เข้ามาในแง่ชู้สาว ดิฉันก็คิดว่าเป็นคู่จริงๆ แต่ว่าเป็น คู่บุญจริงๆ หรือคู่บาปจริงๆ อันนั้นต้องไปดูกันอีกที เพราะบางคนเข้ามาให้ได้ใช้กรรม (ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องเคยมีกรรมไม่ดีต่อกันไว้ อาจจะทำบาปมากับคนอื่นๆ แต่กรรมจัดสรรให้ได้มาใช้กับคนนี้ ซึ่งไม่ได้มีกรรมต่อกันมาตรงๆ ก็ได้) อยู่กันไป ทะเลาะตบตีกันไป แต่ไม่เลิกกันสักที แบบนี้จะเรียกว่า “คู่แท้” ก็ได้ แต่ว่าเป็น “คู่บาปแท้ๆ”


การโคจรไปของดวงดาว ก็คือการให้ผลของกรรมนั่นเองค่ะ ถ้าจังหวะนั้นเป็นช่วงที่บุญให้ผล จะได้เจอคนที่ดี ดาวที่บอกเรื่องคู่ที่เข้ามา จะดูแล้วสะอาดๆ ดูดี แต่ถ้าเป็นช่วงที่จะเจอคู่บาป คนที่เข้ามานั้นจะมาด้วยดาวที่เป็นพวกดาวบาปเคราะห์ สัมพันธ์กับดาวไม่ดีๆ ก็จะเป็นคนที่ดูไม่สว่างนัก และในฝ่ายของเจ้าของดวงเอง ก็มีโอกาสจะหลงเขาเข้าก็ได้ เพราะมีดาวแห่งความหลงจรมาทับหรือมาสัมพันธ์กับดาวที่แทนตัวเองอยู่


หลายคนที่มาดูดวงด้วย เห็นดาวแล้วก็ต้องเตือน ว่าคนที่เข้ามานี่คุณดูดีๆ นะคะ  และก็ต้องเตือนให้ระวังความหลงของตัวเองด้วยว่ายังมีมาก อย่าเพิ่งถลำใจถลำกายไปเยอะ ให้ดูสถานการณ์ไปก่อน ดวงไหนมีลักษณะที่เพศตรงข้ามที่เข้ามา มักคิดเรื่องเพศเสียเป็นส่วนใหญ่ ก็ต้องเตือนให้ระวัง ทางที่ดีคือให้รักษาศีลห้าและภาวนา ทำบุญอย่างเข้าใจ ไม่ใช่ทำบุญหวังผลทั้งหมดเพื่อเป็นการเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้น โอกาสที่คู่เวรจะตามทันจะได้น้อยลง


ทีนี้ถามว่าดวงบอกได้ไหมว่าสำหรับคนที่เข้ามาจะคบได้ยาว ก็บอกได้ค่ะ ด้วยจังหวะของกรรมที่มาให้ผล ทำให้ดวงดาวในขณะนั้น อยู่ในลักษณะที่ดี มีความเข้มแข็ง อยู่ได้นาน ฯลฯ แต่ว่าจำไว้อย่างหนึ่งค่ะว่า ในสังสารวัฏนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน จะยึดว่าคนนี้คือคู่ของเราไปชั่วชีวิต โดยไม่ทำกรรมดีใหม่ๆ ระหว่างกันเพิ่มเลย มันเป็นไปได้ยาก ถ้าว่าตามหลักโหราศาสตร์คือ ดาวจรในดวงมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้เหตุการณ์เรื่องราวต่างๆ มันแปรเปลี่ยนไป ซึ่งเป็นไปได้ทั้งในทางที่ดีขึ้น หรือในทางที่เลวลง


อย่างไรก็ตามการใช้ชีวิตในแต่ละวันของเรา มีผลมากต่อการเปลี่ยนแปลงของดวง กรรมใหม่ๆ ที่ทำลงไปทุกวัน ส่งผลต่ออนาคตของเราเป็นอย่างยิ่ง ใครที่อยากเจอคนดี ก็เคยแนะนำไปแล้วในบทความในห้องนี้นะคะ  และเมื่อได้คนดีๆ แล้วก็อย่าละเลยที่จะสานต่อบุญให้งอกงามไปในทางสว่างด้วยกันทั้งสองคน คนเอาชนะดวงได้ ถ้าทำดีให้ดีจริงๆ ค่ะ



☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจดูดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 กรกฎาคม 2008, 00:03 โดย star4life » บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!