แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
23 สิงหาคม 2019, 05:50 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ผิดศีลมานานจะล้างบาปทันไหม  (อ่าน 5055 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 3 มิถุนายน 2008, 23:39 »

ถาม – ดิฉันทำผิดศีลทั้งห้าข้อมานานมาก ด้วยความเป็นคนอวดดีและตามใจตัวเอง แต่ก็เสียใจทุกครั้งที่ทำผิด จนเดี๋ยวนี้แก่ตัวแล้ว ใกล้เกษียณ เพิ่งมาตั้งใจอยากทำทาน ถือศีล และเจริญภาวนาให้จริงจัง อย่างนี้จะช้าเกินไปหรือเปล่า? กรรมชั่วที่ทำไปแล้วอธิษฐานขอชดใช้ให้หมดในชาตินี้จะได้หรือไม่ และอีกกี่ชาติกี่ภพ จึงจะสามารถปฏิบัติธรรมจนล่วงพ้นทุกข์ทั้งปวงได้?



ตราบใดยังไม่ตาย ตราบนั้นเรายังมีศักยภาพของความเป็นมนุษย์ประการหนึ่ง ซึ่งเหนือกว่าเดรัจฉานและแม้เทวดาทั้งหลาย นั่นคือศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น ตลอดจนศักยภาพในการก้าวล่วงทุกข์ทั้งปวง

สัตว์เดรัจฉานนั้น ที่ฉลาดใกล้เคียงมนุษย์ที่สุดคือลิง แต่ถ้าปราศจากมนุษย์ช่วยฝึกให้ ลิงก็ได้แต่หากินตามป่า ไม่พัฒนาจิตวิญญาณตนเองให้อยู่เหนือสัญชาตญาณดิบได้ และต่อให้พยายามฝึกสอนอย่างไร มันก็ผ่านกำแพงโมหะในอัตภาพเดรัจฉาน ทะลุถึงมรรคถึงผลไปไม่ได้เลย ทั้งนี้เพราะลิงขาดสื่อภาษาอันจะเหนี่ยวนำให้เกิดความเห็นชอบในธรรมะชั้นสูง รวมทั้งไม่อาจตั้งสติกำหนดรู้กายใจโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นของประชุมกันชั่วคราวระหว่างรูปนามอันไม่ใช่ตัวตนเลยสักชิ้น

ส่วนเทวดานั้น แม้จะมีภาวะอันเป็นทิพย์เหนือมนุษย์ ก็หาได้เอื้อประโยชน์ให้บำเพ็ญบารมีสะดวกนัก เนื่องจากไม่ต้องอาศัยผู้มีพระคุณในการให้กำเนิด ไม่ต้องอาศัยผู้มีพระคุณสอนสั่ง ไม่ต้องอาศัยผู้มีพระคุณให้ความช่วยเหลือ เมื่อปราศจากผู้มีพระคุณก็ย่อมขาดบุคคลอันพึงบูชาและตอบแทนพระคุณ เกิดมารู้อยู่แค่ไหนก็รู้อยู่แค่นั้น หลงสำคัญผิดอย่างไรก็ต้องหลงสำคัญผิดอย่างนั้น แถมยังอยู่ในภาวะแสนสบาย ไม่ต้องฆ่าแกงสัตว์ก็มีอาหารทิพย์ ไม่ต้องขโมยก็มีสมบัติทิพย์ใช้ ไม่ต้องผิดประเวณีก็มีนางทิพย์เสพสม ไม่ต้องโกหกเพราะรู้กันว่าอะไรเป็นอะไรจากญาณทิพย์ ไม่ต้องกินเหล้าย้อมอารมณ์เพราะอารมณ์นั้นเคลิ้มรัญจวนจากสภาพทิพย์เป็นนิตย์อยู่แล้ว

และเพราะแวดล้อมด้วยเครื่องทิพย์อันพาเพลินตลอดเวลา ที่เทวดาจะเกิดแรงบันดาลใจ หรือเกิดศรัทธาในทางดำเนินเพื่อความพ้นทุกข์นั้นจึงยากนัก มีแต่ศรัทธาจะเสวยสุขต่อไปเป็นนิรันดร์เสียมากกว่า

แต่มนุษย์เกิดมาพรั่งพร้อมปัจจัยให้บำเพ็ญบารมี กับทั้งมีปัจจัยให้เห็นทุกข์ เห็นโทษของความไม่รู้ และบันดาลให้เกิดศรัทธาในทางพ้นทุกข์ได้ตลอดเวลา แถมยังมีเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์คือร่างกายมนุษย์ ช่วยให้เห็นความไม่เที่ยง เห็นความแตกดับได้ เห็นความสกปรกไม่ชวนให้ยึดติดพรักพร้อมอีกต่างหาก ฉะนั้นไม่สายอย่างแน่นอนครับ และหากยังเหลือชีวิตสัก ๗ ปี หรือ ๗ เดือน หรือ ๗ วัน ก็มีโอกาสหลุดพ้นจากทุกข์ได้เด็ดขาด ขอเพียงเจริญสติรู้กายใจโดยความเป็นของไม่เที่ยง ไม่น่ายึดมั่น นี่คือพระดำรัสของพระพุทธองค์

ถ้าเหลือเวลาสัก ๗ วันบนโลกมนุษย์ ชาวพุทธที่รู้จักพระพุทธเจ้า รู้จักคำสอนของท่าน ก็คงไม่ต้องถามว่าจะใช้ความเป็นมนุษย์ที่เหลือให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไร แต่แม้เหลือเวลาอีก ๗๐๐ ปี หากไม่รู้จักพระพุทธเจ้า ไม่รู้จักคำสอนของท่านจริงๆ ก็นับว่าดวงไม่ดีเท่าไหร่ครับ เมื่อวาสนายังไม่สิ้นก็อย่ารีรอต่อไปเลย นับเริ่มตั้งแต่นาทีนี้แหละ เลิกคิดว่าไม่ทัน ถือคติมี ๗ ปีใช้ ๗ ปี หรือแย่ที่สุดมี ๗ วันก็ใช้ ๗ วันนั่นแหละ พระพุทธเจ้ายืนยันอยู่ทั้งคนครับว่าทัน!


โดย ดังตฤณ
ที่มา http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare063.htm
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!