แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
26 สิงหาคม 2019, 12:08 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: คู่ที่อยู่กันด้วยบุญ  (อ่าน 11240 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 28 เมษายน 2008, 23:47 »

ถาม - ทราบมาว่าคู่ครองจะอยู่ด้วยกันดีต้องมีบุญหนุนนำ แต่สงสัยว่าคู่ที่อยู่กันด้วยบุญนั้น หมายถึงบุญที่ทำร่วมกันในชาติที่แล้วหรือในชาตินี้คะ?


การที่มีอัตภาพได้มาเจอกันแล้วรู้สึกดี
ก็ถือว่าเป็นบุญเก่าที่ให้ผลเป็นกุศลวิบากอยู่แล้ว
นั่นเป็นของในอดีตล้วนๆ
นับแต่วินาทีแรกที่พบกัน
แม้ว่าวิบากเก่าอาจจะยังให้ผลไม่หมดสิ้น
มีแรงหนุนให้อยากคบหา
หรือมีความหนุนเนื่องให้เกิดเหตุการณ์ดีๆ ปัจจัยประกอบดีๆ
ก็ต้องถือว่าทั้งสองต้องเลือกเอาเอง กำหนดเอาเอง
ว่าจะทำปัจจุบันให้เป็นอย่างไร
ถางทางอนาคตให้ดีร้ายแค่ไหน

จะเลี้ยงความรู้สึกดีต่อกันไว้ได้นั้น
บุญเก่าอาจมีส่วนในแง่ของการเอื้อปัจจัย
แต่ไม่ได้เป็นประกันชัดเจนเหมือนบุญใหม่แน่นอน
ทำนองเดียวกันกับที่เราอาจใช้ชีวิตตอนต้นเร่งสร้างเงินทอง
เมื่อมีฝากธนาคารหลายๆล้านแล้ว
ก็เรียกว่าเป็นปัจจัยหนุนเนื่องที่ดี ที่จะสร้างความสุขสมบูรณ์ให้ชีวิต
แต่ใครจะรู้ คนบางคนพอมีเงินมาก แทนที่จะใช้ในทางดี
กลับเอาไปเล่นพนัน ลงขวดเหล้า ลงอ่างน้ำ
เป็นพิษสุราเรื้อรังก็ได้ เป็นเอดส์ก็มี
หรือแย่น้อยกว่านั้นหน่อยก็อาจเอาแต่กินๆนอนๆ
เงินทองไม่สั่งสมเพิ่มขณะที่ต้องจ่ายมากตามฐานะที่รวยมาก
ในที่สุดก็หมดแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเมื่อเวลาผ่านไป

ทำนองเดียวกัน สมมุติว่าสองคนสร้างบุญมาด้วยกัน
ชาติใกล้ชักชวนกันทำทานเป็นงานอดิเรก
ต่างฝ่ายต่างก็ได้แดนเกิดร่ำรวยไม่ขัดสน
พอมาเจอกัน คบกัน อยู่ด้วยกันไม่ทันไร
อยากทำธุรกิจค้าขาย ก็อาจรวยไม่รู้เรื่อง

ชาติใกล้เตือนกันและกันตั้งใจรักษาศีลให้บริสุทธิ์
ต่างฝ่ายต่างมีรูปร่างหน้าตาต้องใจเพศตรงข้าม
พอมาเจอกัน ก็เอ็นดูเสน่หา หลงใหลในกันและกันรุนแรง
ชนิดที่ใครอื่นหมื่นแสนก็ทำให้หลงไม่ได้เท่า

ชาติใกล้อาจจูงมือกันเข้าวัดเข้าวา
ฝึกภาวนาให้เกิดความตั้งมั่นทางจิตใจ
เจริญปัญญาให้แก่กล้าหวังความหลุดพ้นในที่สุดด้วยกัน
ตั้งความปรารถนาว่าจะพบเพื่อเกื้อกูลกันให้ถึงที่สุดทุกข์
ไม่ขวางกันและกันในเส้นทางมรรคผล
พอมาเจอกัน ก็เกิดความผ่องใส เย็นรื่น
แค่อยู่ด้วยกันเฉยๆก็อาจเป็นแรงสะกิดอีกฝ่ายให้สงบลงจากทุกข์
และโน้มน้าวกันให้ใฝ่แต่เรื่องแสนดี งดงาม ไม่เป็นที่ระคายต่อกัน
เจอพระสงฆ์องค์เจ้าก็แต่ที่ดีๆ
ไม่ลุ่มหลงประเภทพาญาติโยมลงเหว เป็นต้น

หน้าที่ของวิบากฝ่ายกุศลเป็นอย่างนั้น ให้ผลตามเหตุปัจจัยเป็นเรื่องๆ
ผมเคยพบคู่ตัวอย่างที่วิบากเก่าให้ผลดีรุนแรงพรั่งพร้อมมาบ้าง
ในลานธรรมนี่ก็มีอยู่สองสามคู่
(อยู่ในสังคมพุทธขนาดใหญ่ก็ดีหน่อย ตรงที่มีตัวอย่างให้ดูทุกชนิด)
ประเภทนี้จะได้เปรียบตรงที่เจอกันปุ๊บจะรู้สึกว่าเข้ากันได้ปั๊บ
และเกิดแรงบันดาลใจจะทำกุศลชนิดล้นๆร่วมกันแต่แรก

อย่างไรก็ตาม มีอีกมากนัก ที่ทำบุญมาด้วยกันแค่ระดับทาน
อาจรวยร่วมกัน เจอกันยิ่งรวยมหารวยเป็นบ้าเป็นหลัง
แต่ปัญญาที่จะประคองรักร่วมกันอาจขาดไป
ได้กันแล้วก็เบื่อกัน ไม่ต่างกับเสพสมบัติชนิดอื่นๆ
ฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงอาจมักมากในกามจนต้องออกไปเลอะเทอะข้างนอก
และคนมีเงินนั้น ผิดศีลได้มากข้อนัก คงไม่ต้องขยายความ

มีอีกมากนัก ที่ชวนกันรักษาศีลมาก่อน
จะโกหกนั้นไม่เอา บี้มดตบยุงก็ไม่ยอม
แต่ขาดทานบารมีร่วมกันมา ชวนกันอดออม ชวนกันตระหนี่เสียมาก
เพราะไม่รู้ค่าของทาน ไม่เชื่อผลของทาน
เกิดมาเจอกันอาจจะรักกันดูดดื่มปานจะกลืน
เพราะรูปสวยด้วยกันทั้งคู่ แต่ขอโทษ ต้องกัดก้อนเกลือกินจนตาย
ถึงสัญญาเก่าที่เจือด้วยความบริสุทธิ์ของศีลจะดึงรั้งไม่ให้นอกใจกัน
ก็อยู่ร่วมกันอย่างอัตคัดขัดสน ผอมแห้งแรงน้อย เจ็บออดๆแอดๆ
ก็เป็นเหตุให้เกิดความเบื่อหน่ายกันและกันอันเนื่องจากความเป็นอยู่ได้อีก

โดยความไม่สมบูรณ์ของ ทาน ศีล ภาวนา ที่บำเพ็ญมาร่วมกัน
คู่รักที่เป็นปุถุชนทั่วไปจึงมักขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือหลายสิ่ง
ที่จะเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงตามวิถีทางธรรมชาติ ให้มั่นคงในรักต่อกัน
หรือให้มีความสุขสดชื่นบำรุงจิตใจกันและกัน
ฉะนั้นถ้าหากอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีปัจจัยปรุงแต่งชนิดที่เป็นกุศล
หล่อเลี้ยงให้เกิดความชุ่มชื่นใหม่ๆ ทวีขึ้นทุกๆวัน
ก็เป็นธรรมดาที่ความรักจะโรยราลงตามธรรมชาติใจ
ที่เบื่อหน่ายของเก่าซ้ำซากจำเจ

เท่าที่เคยเห็นคู่ที่ติดใจกันและกันโดยเนื้อหนัง
เวลาเบื่อจะหน่ายยิ่งกว่าเห็นปลาทูเค็ม
เล็บยังไม่อยากจะแตะ เงาก็ไม่อยากจะเห็น
นี่คือธรรมชาติเสื่อมโทรมทางความรู้สึกในกาม

เท่าที่เห็นคู่ที่ทำบุญร่วมกันทุกวัน
(ครั้งที่ผมบวชเมื่อครบอายุ จะมีโอกาสเห็นตัวอย่างมากรายในละแวกวัด)
จะสัมผัสได้ถึงกระแสชนิดหนึ่ง เยือกเย็น อ่อนโยนเป็นธรรมชาติ
กระแสชนิดนี้เหนี่ยวรั้งจิตวิญญาณทั้งฝ่ายชายและหญิง
ให้เกิดความรู้สึกด้านดีต่อกัน
แม้เบื่อกันทางเนื้อหนังแล้ว ก็ยังน่าจะอุ่นใจ เย็นกาย
ไม่รู้สึกรังเกียจอีกฝ่ายเลย เหมือนแต่ละฝ่ายเป็นส่วนเติมความเย็นให้แก่กัน
เข้าใกล้กันแล้วไม่ร้อน อยู่ร่วมกันนานแล้วไม่จืด
เพราะคอยเติมความเย็นให้ทวีขึ้นเรื่อยๆ
(ต้องดูปัจจัยภายในเช่นเจตนาและความใจบุญแท้จริงด้วยนะครับ
หลายคนเลย ชาวพุทธเรา ที่ทำบุญแบบส่งๆ
หรือทำสักแต่หวังแลกความรักแบบง่ายๆ อันนั้นก็ทำบุญแบบไม่ฉลาดนัก)


และเท่าที่มีโอกาสสัมผัสจริง
คู่ที่หมั่นชวนกันภาวนาร่วมกัน ตะลอนๆหาวัดด้วยกัน
จะมีสายสัมพันธ์อีกลักษณะหนึ่งให้สัมผัสรู้สึก
มีความละเอียดอ่อนลึกซึ้งยิ่งกว่าคู่รักประเภทที่กล่าวมาข้างต้นมาก
คือนอกจากกระแสความเยือกเย็นที่สื่อเป็นสายสัมพันธ์เหนียวแน่นแล้ว
ยังมีความอบอุ่นมั่นคงอีกชนิดหนึ่ง ให้ความรู้สึกโปร่งเบา ปลอดภัย
และมีความแน่นอนกว่ากันมาก
อยู่ร่วมกันนานๆแล้วเมื่อกระแสจิตจูนตรงกัน
ทั้งในระดับของการมีใจเปิดเป็นทาน
ช่างให้ทั้งทรัพยทาน อภัยทาน วิทยทาน ธรรมทาน
ทั้งในระดับของการมีใจสะอาดเป็นศีล
บริสุทธิ์สว่าง ห่างจากการคลุกกิเลสหยาบหนา
ทั้งในระดับของการมีใจตั้งมั่นเป็นสมาธิ
มีความมั่นคงแน่วแน่ในภายใน เป็นที่พึ่งให้แก่กันและกัน รวมทั้งตัวเองได้
ทั้งในระดับของการมีใจปล่อยวางอย่างเป็นพุทธิปัญญา
ไม่ยึดมั่นถือมั่นแม้ในกันและกันรุนแรง
แบบนี้นะครับ ไปไหนก็เป็นความชุ่มฉ่ำ สุกสว่างให้กับทุกที่ ทุกคนที่ใกล้ชิด

พูดแล้วเหมือนนิยาย ;-) แต่ก็คือความจริง
มีจริง เป็นไปได้จริง ขอให้มีพื้นฐานธรรมะอยู่ในใจของทั้งฝ่ายชายฝ่ายหญิง
เมื่อมาพบกัน รู้จักกัน ก็เกิดเรื่องจริงที่เหมือนอิงนิยายได้ทั้งนั้น
เผลอๆนักประพันธ์จะคาดไม่ถึง จินตนาการไปไม่เจอด้วยซ้ำ
เนื่องจากนักประพันธ์ส่วนใหญ่ขาดความเข้าใจที่แท้จริง
ว่าคู่อุดมคติตามแนวพุทธแท้ๆนั้น มีองค์ประกอบ มีปัจจัยอุดหนุนมาอย่างไร

โดย ดังตฤณ
ที่มา http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/001500.htm
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!