แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
19 สิงหาคม 2019, 16:51 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: คบกับแฟนเพื่อพึ่งพาทางการเงิน จะได้รับผลอย่างไร?  (อ่าน 5566 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 3 พฤษภาคม 2008, 23:15 »

ถาม: ถ้าเราพึ่งพาแฟนในเรื่องการเงิน โดยอาจเป็นแค่แฟนที่มีความสัมพันธ์ทางกาย หรือเป็นคนที่แต่งงานแล้วขนาดรุ่นราวคราวพ่อแต่เขาเต็มใจให้เงินช่วยเหลือ จะเกิดวิบากกรรมกับเราอย่างไร หรือคนที่หลอกเอาเงินกับแฟนหลาย ๆ คนพร้อมกันจะได้รับผลอย่างไร และจะมีหลักยึดอย่างไรที่จะเอาชนะความจำเป็นหลายอย่างที่บีบคั้นให้เราต้องพึ่งพาเขาได้บ้าง


การเงินบางส่วน กับความเป็นอยู่ทั้งหมด แตกต่างกันมากครับ  หากยังต้องพึ่งพาการเงินจากใครเพื่อการดำรงชีวิตทั้งหมด  อันนั้นถือว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณอย่างสูง  และควรมีส่วนของสิทธิ์ตัดสินใจกำหนดทิศทางชีวิตเราได้มาก  อย่างเช่นค่านิยมในสมัยหนึ่ง  พ่อแม่สามารถยกลูกสาวให้ใครก็ได้โดยไม่ต้องถามความเห็นชอบ  หรืออย่างเช่นปัจจุบัน ผู้เลี้ยงดูย่อมมีสิทธิ์ส่งคนในอุปการะเข้าโรงเรียนไหนก็ได้  โดยไม่จำเป็นต้องไถ่ถามเสียก่อนว่าเห็นด้วยไหม หรืออยากเรียนไหม


กรณีเป็นหญิงที่ได้รับการอุปการะจากชายสูงอายุนั้น  ก็ต้องดูก่อนครับว่าตกอยู่ในเงื่อนไขไหน ขอแบ่งคร่าวๆ

๑) เป็นภรรยาคนเดียวที่ถูกต้องตามกฎหมาย  ข้อนี้ก็เหมือนกับภรรยาทั่วไป  ทางศีลธรรมไม่มีข้อจำกัดว่าอายุมากน้อยกว่ากันเท่าใดจะเกิดบาปเกิดกรรม  จะมียกเว้นก็เพียงแต่งหวังสมบัติถ่ายเดียว  ผลก็เกิดทำนองเดียวกับคนที่ทำกรรมอันเจือด้วยความโลภทั้งหลาย  ส่วนใหญ่จะออกทำนองเสวยภพอันไม่เป็นที่ภูมิใจ  จะต้องมีสายตาช้อนมองขึ้นไปริษยาคนที่เหนือกว่า เป็นต้น


๒) เป็นอนุภรรยาที่ภรรยาตามกฎหมายยินยอม  ข้อนี้เสวยผลทำนองเดียวกับข้อแรก (ขึ้นอยู่กับว่าหวังความรักหรือหวังสมบัติด้วย) ไม่มีวิบากให้ถึงอบาย เนื่องจากมีการยินยอมด้วยกันทุกฝ่าย การยินยอมในที่นี้หมายถึงการอนุญาตทางวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีความเต็มใจเป็นพื้นฐาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับหรือใช้เล่ห์กลใดๆ


๓) เป็นอนุภรรยาที่ภรรยาตามกฎหมายไม่ยินยอม ข้อนี้เป็นกรรมในการละเมิดสิทธิ์
มีวิบากให้ถึงอบาย เพราะจิตตกต่ำดำมืดมากพอเท่านั้น ที่ละเมิดสิทธิ์ทางเพศได้ ส่วนที่ว่าจะไปอบายชั้นต้นหรือชั้นลึก ก็ขึ้นอยู๋กับปัจจัยประกอบ เช่นมีความละอายไหม มีความคิดจะเลิกเมื่อถึงเวลาอันควรไหม เอาเงินที่ได้ไปเลี้ยงดูพ่อแม่หรือบำเรอสุขแก่ตนเอง มีความซื่อสัตย์เฉพาะกับชายที่เลี้ยงดูตนหรือยุ่งกับคนอื่นด้วย ฯลฯ นอกจากนั้น ยังอาจต้องคำนึงถึงบุญด้านอื่นๆในชีวิต เช่นถ้าผิดศีลข้อกาเมนี้ข้อเดียว แต่ศีลข้ออื่นสะอาดหมด รวมทั้งเป็นคนกตัญญูรู้คุณ (กับทั้งพ่อแม่และชายที่เลี้ยงดู) อันนี้ก็อาจมีผลหน่วงเวลาให้วิบากที่ต้องเสวยในอบายยืดออกไป เพราะชิงกำลังกับวิบากฝ่ายกุศลไม่ไหว


ผมจำแนกออกเป็น ๓ ข้อง่ายๆ ที่จริงยังมีปัจจัยยิบย่อยที่ต้องว่ากันอีกเยอะครับ ตัวอย่างเช่นตอนแรกถูกผู้ชายหลอก ไม่รู้ว่ามีภรรยาแล้ว แต่มารู้ภายหลังก็ตัดสินใจเลิกทันที หรือยังยื้ออยู่ด้วยความปวดใจ หรือยังดื้อทนคิดแย่งมาเป็นของตัวคนเดียว ฯลฯ ขอให้คำนึงง่ายๆว่าถ้าเป็นปัจจัยทางกุศล ก็จะแบ่งเบาวิบากให้เบาลง แต่หากปัจจัยเป็นอกุศลเสียมาก ก็จะทวีน้ำหนักวิบากให้หนักขึ้นไปอีก



สำหรับหลักยึดเพื่อเอาชนะความบีบคั้นทางการเงิน ก็ต้องพิจารณาเป็นสองแง่ครับ


๑) หากเขาไม่มีภรรยา เราไม่ได้รักเขา เขาหยิบยื่นข้อเสนอและเงินทองให้ เราก็ต้องถามตัวเองดีๆว่าอยากเป็นคนที่ยืนทะนงอยู่ได้ด้วยสองขาของตนเองท่ามกลางความลำบาก หรืออยากสืบความอ่อนแอแบบผู้หญิง ให้ต้องไปเกิดเป็นเพศอ่อนแอและหวังพึ่งพาอย่างนี้อีก ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเลือก ไม่ใช่ว่ามีถูกมีผิดอยู่ที่ตรงนั้น นารีมีรูปเป็นทรัพย์ ถ้าคุณพอใจใช้รูปแลกทรัพย์อย่างถูกต้องก็จบที่ความพอใจตรงนั้น แล้วก็เตรียมใจยอมรับผลอันเกิดจากการขายรูปด้วยความเข้าใจ คำแนะนำเพิ่มเติมคือเก็บหอมรอมริบไว้ให้ดี วันหนึ่งเมื่อเลิกแล้ว ก็จะได้ใช้เงินลงทุนทำอะไรของตัวเอง พึ่งพาตัวเองได้ อย่างนี้ก็แบ่งเบาวิบากที่จะบันดาลให้เกิดความอ่อนแอได้มากเหมือนกันครับ


๒) หากเขามีภรรยา รู้ว่าภรรยาเขาหึงหวง เขาฝืนใจภรรยาและซื้อเราหวังเป็นของเล่นชิ้นใหม่ เราก็ต้องบอกตัวเองว่าปัจจุบันถูกวิบากเก่าเล่นงานอยู่แล้ว จะยังหวังทางลัด สร้างเหตุปัจจัยของความทุกข์เบื้องหน้าเพิ่มอีกหรือไม่

หากทำใจไม่ได้กับเรื่องกลัวชาติหน้าชาติโน้นที่มองไม่เห็น ก็อาจคิดถึงเรื่องของความสุขทางใจในปัจจุบัน ผมเคยทราบมาว่ามีผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่ง เป็นเมียน้อยที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง มีเงินหลายสิบล้าน มีบ้านอยู่ฮาวาย มองภายนอกทุกอย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติไปหมด แต่สิ่งเดียวที่เขาไม่มีคือความรู้สึกเกี่ยวกับศักดิ์ศรีของตนเอง คือพอไปถึงจุดที่มีหมดนี่คนเราจะเห็นจริงๆนะครับว่าที่ยังไม่มีคืออะไร และคำว่าศักดิ์ศรีกินไม่ได้นั้น ขอให้ช่วยๆกันลืมเถอะ เปลี่ยนใหม่เป็นว่า ศักดิ์ศรีนั้นกินไม่ได้ แต่ทำให้กินข้าวได้อร่อยกว่าคนไร้ศักดิ์ศรี


ด้วยความเห็นใจนะครับ ผมเคยมองผู้หญิงทุกคนที่มีความบีบคั้นด้วยความอยากช่วยเหลือ อยากหาเงินกองกลางมาตั้งไว้ ใครยากจนก็มาเอาไป แต่บัดนี้ก็ได้รู้ว่าเรื่องฝืนธรรมชาติแบบนั้นจะไม่เกิดขึ้น ตราบใดที่ยังสร้างกรรมอันเป็นไปเพื่อความอ่อนแอ ตราบนั้นจะไม่พ้นจากความเป็นหญิงที่มีภาวะพึ่งพาสูงไปได้เลย แต่ละคนมีกรรมเป็นที่พึ่ง มีกรรมเป็นแดนเกิด ฉะนั้นชีวิตนี้พบพุทธศาสนา รู้สัจจะความจริงข้อนี้แล้ว ก็เลือกหนทางอันจะเป็นที่พึ่ง จะเป็นแดนเกิดอันน่าพึงใจสูงสุดเถิดครับ

โดย ดังตฤณ
จาก กระดานดังตฤณวิสัชนา วันพฤหัสบดี ๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๘
http://www.dungtrin.net/newsletter/viewtopic.php?t=77&start=2
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!