แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
16 กุมภาพันธ์ 2019, 04:55 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ทำอย่างไรให้คู่ครองสนใจการปฏิบัติธรรม  (อ่าน 3501 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 28 เมษายน 2008, 23:27 »

ถาม - ขออุบายดีๆ ในการทำให้คู่ครองหันมาสนใจการปฏิบัติธรรมด้วยครับ


ในบางพระสูตรแสดงให้เห็นว่าแม้ครองเรือนกัน
ฝ่ายหนึ่งอาจดีชนิดมีสุคติเป็นที่หมาย
อีกฝ่ายอาจร้ายชนิดมีทุคติเป็นที่รอ
การอยู่ร่วมกันไม่ช่วยให้ฝ่ายที่ร้ายกลายเป็นดี
และไม่ดึงให้ฝ่ายดีกลายเป็นร้ายตาม

ทำนองเดียวกันกับธรรมะระดับสูงขึ้นมากว่านั้น
ถ้าคนหนึ่งมีความสุขจากธรรมอันเย็น
ด้วยวิธี ด้วยวิถีทางสั่งสมความรู้และประสบการณ์อันยาวนาน
ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถถ่ายเท
หรือถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้อีกฝ่าย
ทำให้อีกฝ่ายมีกิริยาจิตแบบเดียวกับตน
เพราะธรรมะไม่ใช่ของกิน ปรุงเสร็จใส่จานป้อนเข้าปากกันง่ายๆ
ธรรมะเป็นเรื่องของการอบรมจิต เป็นเรื่องของการฝึกหัด
เป็นเรื่องของความปรารถนาภายใน ในอันที่จะทำทุกข์ให้ทุเลาลง
หรือกระทั่งทำทุกข์ให้ถึงที่สุด

การพูดบอกตรงๆบางครั้งอาจเหมือนพยายามหักด้ามพร้าด้วยเข่า
คนเรายิ่งใกล้ชิดกันเท่าไหร่ก็ยิ่งมีความรู้สึกว่าคนใกล้ตัวน่าจะมีกิเลสระดับเดียวกัน
จึงเข้ากันได้ คบกันได้ สนิทกันได้
ถ้าไปบอกว่าทุกข์ทำไม มันเป็นอนิจจัง เฝ้าดูความเป็นอนิจจังของอารมณ์เถิด
ในอารมณ์นั้น เขาอาจหมั่นไส้เรา หรือเกิดอาการสร้างกำแพงปิดกั้นถาวรไปเลย
คือเมื่อพูดถึงธรรมะ หรือพยายามชี้แนะในลักษณะนั้น ก็จะไม่ฟังอีก

สิ่งที่ถ่ายทอดได้ดีที่สุดสำหรับคนใกล้ชิดคือความเป็นตัวเราเอง
ภาพ เสียง สัมผัสอันเกิดจากเราเป็นอย่างไร
เขาก็จะค่อยๆซึมซับความเป็นเช่นนั้นเข้าไป
ยิ่งเราเย็นเท่าไหร่ เขาก็มีแนวโน้มจะเย็นตามเท่านั้น
เหมือนอย่างเราคุยกับคนที่ใจเย็นบ่อยๆ ก็รู้สึกอยากใช้น้ำเสียงเยือกเย็นตาม
ใช้ถ้อยคำที่อ่อนโยนนุ่มนวลตาม
แต่ถ้าเกิดอะไรกระทบนิดหน่อย เขายังเห็นเราแสดงกิเลสแบบโลกๆอย่างคนธรรมดา
หรือกระทั่งมีเหตุการณ์พิสูจน์ใจ เราแสดงความขึ้นลงให้เขาเห็น
ความรู้สึกที่ได้ก็ไม่ต่างจากสิ่งที่แวดล้อมเขาเป็นปกติ
เขาก็จะไหลไปตามปกติ คือกิเลสอย่างนั้นต่อไป เรื่อยไป

ถ้าเราเย็นได้จนวันหนึ่งเขาเย็นตาม
แล้วนึกอยากถามธรรมขึ้นเอง
นั่นคือความสำเร็จ นั่นคือสิ่งดีที่สุดที่เราสามารถให้เขาได้ครับ
 

โดย ดังตฤณ
ที่มา http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/000177.htm
 
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!