แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
20 กุมภาพันธ์ 2019, 06:16 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: คู่แท้ โดย aston27  (อ่าน 8894 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 26 เมษายน 2008, 13:22 »

เรื่อง "คู่แท้" หรือโซลเมท นี่เป็นประเด็นยอดฮิตมานาน
เพราะมนุษย์มีธรรมชาติของความอยากมีคู่ ในโครโมโซมปกติ

มีคนบอกว่า คู่แท้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนรัก เป็นแฟนเสมอไป
บางทีอาจจะเป็นพี่ น้อง เพื่อน พ่อ แม่ ก็ได้
อันนี้พูดให้หลายคนโล่งอก เป่าปากปู้ดดดด ว่า.. เออ.. แบบนี้ชั้นก็เจอแล้วดิ

อ่ะ.. แต่พูดแบบนั้น เดี๋ยวบางคนจะว่าผมเป็นองุ่นเปรี้ยว หาทางแก้เกี้ยวให้ตัวเอง
งั้นพูดถึงโซลเมท คู่แท้ ในกรณ๊คนรักก็ได้เอ้า..

ว่าแต่ คู่แท้ของคุณผู้อ่านที่เจอแล้ว หรือยังไม่เจอ มีลักษณะเป็นยังไงครับ

คนที่(คิดว่า)เจอแล้ว ก็อาจจะง่ายหน่อย
คนที่ยังไม่เจอ ก็ยังต้องดูๆกันต่อไปให้คันๆเล่น

แต่ไม่ว่าคู่แท้ในจินตนาการของคุณ จะมีลักษณะเป็นอย่างไร
จะโคตรทรหดเหมือน my sassy girl, The Classic หรือ A Moment To Remember

หรือมาแบบเหนือจินตนาการอย่าง Il Mare, Be With You
หรือจะฮอลลีวูดหน่อยๆ อย่าง When Harry Met Sally, French Kiss, Serendipity, Sleepless In Seatle

ในทางพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าได้ทรงให้แนวทางการมีคู่แท้ไว้ว่า
พึงมีความเสมอกันใน 4 ประการ คือ ศีล ศรัทธา จาคะ และปัญญา


ศีล คือวิธีการดำเนินชีวิตปกติ
ข้อนี้จะเข้าใจง่าย เพราะคนทั่วๆไป ถ้าบอกว่า
คนเราควรหาแฟนที่มีวิถีชีวิตใกล้กัน ส่วนมากจะนึกออกเลย ว่าเพราะอะไร

ศีลในประเด็นนี้ ไม่ได้หมายความแค่ศีล 5 ศีล 8
แต่หมายถึงการใช้ชีวิตปกติธรรมดาของคน 2 คน ว่าเข้ากัน หรือต่างกันขนาดไหน

เช่นคนชอบเที่ยวกลางคืน ย่อมอยู่กับคนชอบเที่ยวกลางคืนได้
แต่อยู่กับคนที่ไม่ชอบเที่ยว ชอบอยู่แต่บ้านชอบไปวัด ลำบากครับ

คนชอบสูบบุหรี่ ย่อมอยู่กับคนชอบสูบบุหรี่เหมือนกันได้
แต่อยู่กับคนไม่สูบบุหรี่ เหม็นบุหรี่ แพ้บุหรี่ ลำบากครับ

อันนี้ยกตัวอย่าง แบบที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องศีล 5 โดยตรง
ถ้าเกี่ยวโดยตรง อย่างคนที่ถือศีล 5 เคร่งครัด ไม่ฆ่าสัตว์
เกิดมีสามีชอบเข้าป่า ยิงนก ยิงสัตว์ จะทรมานใจมากครับ

นี่คือเหตุว่า ทำไมคู่รักที่ดี จึงควรมีศีลเสมอกัน


ศรัทธา อันนี้ตรงตัว คือศรัทธาในพุทธศาสนา
ผมรู้จักเพื่อนบางท่านที่แต่งงานกับคนต่างศาสนาที่ใจไม่กว้าง
เวลาจะมาปฏิบัติ จะไปวัด ต้องแอบๆ นึกแล้วก็ชวนถอนใจ

หรือแม้แต่คนที่เป็นศาสนาเดียวกัน ถ้าต่างแนวกันก็ยังลำบาก
ไม่ต้องพูดถึงคาธอลิคกับโปรเตสแตนท์
ไม่ต้องพูดถึงซุนหนี่ กับชีอะห์
เอาแค่จานบิน กับสันติอโศก ก็เหนื่อยแล้ว

อันนี้ไม่ได้บอกว่า จานบิน กับสันติอโศก อันไหนดีไม่ดีนะครับ
แค่บอกว่า คิดต่างกันศรัทธาต่างกัน คุยกันแล้วมันเหนื่อย


จาคะ คือการสละ การคลายจากความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่มี
ข้อนี้มองเผินๆ อาจจะคล้ายๆ "ทาน" แต่ต่างกันนิดหน่อย

แต่ทานเป็นเรื่องของการหามา แล้วจึงให้ อย่างสังฆทาน
เราก็ไปจัดหา จัดซื้อ จัดเตรียม เพื่อให้ไป
จาคะเป็นเรื่องของการสละ สิ่งที่มีอยู่เดิมแล้ว
สิ่งที่เรายึดมั่นว่าเป็น "ของเรา" ออกไป

อันนี้ถ้าผมตีความผิด ผมขออภัยไว้ล่วงหน้านะครับ

ข้อนี้ผมว่ามันสะท้อนถึง "ทัศนคติ" ด้วย
คนที่ยึดมั่นถือมั่นแรงกล้า จะมีอัตตาแรง อารมณ์แรง
มีความรู้สึกเป็นเจ้าเข้าเจ้าของสูง ขี้หึง ขี้วีน


ปัญญา คือความคิดความอ่าน ความเข้าใจและมุมมอง
ทั้งในเรื่องทางโลก และทางธรรม

คนที่เข้าใจอะไรเสมอกัน ย่อมอยู่กันอย่างสบายใจราบรื่น
มากว่าคนที่มองทุกอย่างในมุมที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

เพื่อนๆ น้องๆหลายคน รวมถึงตัวผมด้วย
ต่างก็รู้สึกว่า ถ้าจะต้องมีคู่อีกในชาตินี้
ขอแบบที่ฝักใฝ่ในการปฏิบัติแนวทางเดียวกัน
ก็ด้วยเหตุนี้ จะได้ไม่ต้องมาเถียงกันเรื่องบาปบุญ
เรื่องนรก สวรรค์ เรื่องกรรม เรื่องการเวียนว่ายตายเกิด

ไปจนถึงเรื่องความแตกต่างของสมถะ กับวิปัสสนา
หรือวิธีเดินไปสู่ พระนิพพาน

หรือถ้าเป็นปัญญา ความเข้าใจทางโลก
ก็อย่างเรื่องทักษิณ เรื่องคมช. เรื่องรับไม่รับ
ถ้าเข้าใจหรือเห็นไม่ตรงกัน มันเหนื่อยพิกลเลยทีเดียวเชียว

เว้นแต่จะเห็นได้ว่า คนเราคิดต่างกันได้
และเคารพความคิดของกันและกันได้จริงๆ

ใครที่มีคู่อยู่แล้ว รู้สึกว่ามันตะกุกตะกักเหลือเกิน
ลองพิจารณาดูว่า 4 ข้อที่ว่า มันไม่เสมอกันข้อไหนบ้าง จริงไหม

แต่ถ้าคุณเป็นคู่ที่แสนสุขสมนั่งชมวิหค
ก็ลองพิจารณาดูว่า เป็นเพราะ 4 ข้อนี้เสมอกันจริงๆใช่ไหม

เวลาบอกว่าเสมอกันนี่ ไม่ใช่ว่าต้อง 100% เป๊ะ
บางคู่ ได้ 3 ใน 4 ก็แฮปปี้แล้ว
เพียงแต่ยิ่งเปอร์เซนต์ของความเสมอกันมากเท่าไหร่
ระดับความสุขในชีวิตคู่ก็มากขึ้นเท่านั้น

ถ้ายังไม่เจอ ก็ทำบุญไปพลางๆก่อนนะครับ
ของแบบนี้ เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น

ไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้าล่ะน่า



โดย aston27
ที่มา http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=aston27&date=25-08-2007&group=2&gblog=228
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2 ตุลาคม 2008, 21:14 โดย star4life » บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!