แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
19 พฤศจิกายน 2019, 04:00 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๐๗๒ ดวงเรื่องรักเราจะเป็นยังไง รู้สึกผิดหวังค่ะ  (อ่าน 22679 ครั้ง)
namhom1
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 19


« เมื่อ: 21 มีนาคม 2008, 11:51 »

มีปัญหาทะเลาะกะแฟนบ่อยมากๆ นับวันก็ไม่มีทางจะเข้ากันได้   อยากดูดวงว่าเป็นยังไงค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มีนาคม 2008, 22:45 โดย Aims » บันทึกการเข้า
Yaowalak
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 183

~ทุกสิ่งล้วนชั่วคราว~


« ตอบ #1 เมื่อ: 21 มีนาคม 2008, 20:23 »

สวัสดีคุณน้ำหอมค่ะ 

ที่นี่เราใช้โหราศาสตร์เป็นแนวทางหนึ่งประกอบการตอบปัญหาเท่านั้นค่ะ
ไม่ได้เป็นเว็บเกี่ยวกับโหราศาสตร์โดยตรง
ถ้าเป็นการถามเรื่องดวงเพียงอย่างเดียว จึงไม่ขอรับนะคะ
หากคุณน้ำหอมมีปัญหาความรักและต้องการแนวทางแก้ไข สามารถเล่ารายละเอียดมาได้ค่ะ
ทีมงานจะช่วยกันตอบคำถามให้ อาจใช้ดวงประกอบ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดค่ะ

ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า

หากทุกคนมีธรรมในใจ ปัญหาใดๆ ก็ยุติลงได้ด้วยธรรม
namhom1
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 19


« ตอบ #2 เมื่อ: 21 มีนาคม 2008, 21:14 »

ขอบคุณค่ะ ทีมงานทุกคนเลย คือปัญหาคือพึ่งเลิกกับแฟนมาสองอาทิตย์แล้วค่ะ ซึ่งเราทะเลาะกันบ่อยมากๆ คือเค้านิสัยไม่ค่อยเหมือนเรา(นิสัยไม่ค่อยดีนะ ถ้าเราตัดสินเอง) คือนิสัยหงุดหงิดง่าย ขี้หึง ไม่ค่อยมีเหตุผล คอยโทรตามเช็คเราตลอดเวลา จนเราต้องโกหกบ้างอะไรบ้าง พอเค้าจับได้ซึ่งเป็นเรื่องเล็กน้อยเค้าก็จะโมโหมากๆ จนเราว่ามันเกินไป  ซึ่งเราก็ไม่ได้มีใครเลย เราแคร์เค้าตลอด แต่เราเบื่อนิสัยของเค้า และที่สำคัญเค้าค่อนข้างจุกจิกกับเรามากๆ  และเวลาโมโหก็จะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ มักจะด่าว่าเราแรงมาก เคยมีทำร้ายด้วย แต่พอพ้นอารมณ์นั้นเค้าก็จะง้อและพูดดี เป็นอย่างนี้เป็นวัฏจักร จนเราเริ่มมองเห็นว่าอนาคตของเราคงเป็นไปไม่ได้ค่ะ (รักๆ เลิกๆ บ่อยมากๆ) คือเราอยากมีครอบครัวที่อบอุ่นพ่อแม่เข้าใจกัน วันนึงไม่อยากให้ลูกต้องเห็นสภาพนี้ คือมองว่าถึงได้แต่งงานสร้างครอบครัวก็คงเป็นไปไม่ได้  และที่สำคัญเค้าก็มักพูดจากแย่ๆกับเราบ่อยๆค่ะ  คือคนภายนอกก็เคยเตือนให้เราห่างๆกับเค้า แต่เรารักก็คิดว่าเค้าน่าจะปรับปรุงตัว แต่เค้าก็ไม่เคยปรับปรุงตัวค่ะ  ทุกวันนี้เราไม่เคยเชื่อคนรอบข้าง พิสูจน์ด้วยตัวเอง ทุกวันนี้เสียใจที่เราได้คบกับเค้า เจ็บมากๆค่ะ แต่ก็รักเค้ามากไม่เคยเกลียดเค้าเลยนะคะ  ทุกวันนี้ยังน้ำตาซึมเวลาฟังเพลง หรืออะไรก็แล้วแต่  อยากให้เค้าเป็นคนที่ดีขึ้น เราก็คงจะมีชีวิตที่ดีร่วมกัน  ทุกวันนี้เค้ายังโทรมาหาเรา แต่เราก็คุยกับเค้าห่างๆ ไม่อยากปิดเบอร์หนีหรืออะไร ไม่อยากให้เค้ารู้สึกว่าเรารังเกียจเค้า (แคร์ความรู้สึกเค้าเสมอ แต่เค้าคงไม่แคร์เรามังคะ วันก่อนยังดักมาหาที่ทำงานและมาใกล้ชิดเหมือนเดิม แต่อยากตัดเค้าแล้ว ??)  แต่กลัววันนึงเราจะใจอ่อนเหมือนทุกครั้งที่เป็นค่ะ และที่สำคัญเค้าเคยหย่าร้างแต่ก็นานเป็น 10 ปีแล้ว และมีเรื่องผู้หญิงที่ผ่านๆมา ซึ่งมีคนมาเล่าให้เราฟังเยอะมาก แต่เราพิสูจน์ไม่ได้ เคยไปบ้านผู้หญิงคนนั้นแม่ผู้หญิงคนนั้นก็บอกว่าเลิกกันแล้ว  แต่เราก็ไม่ชอบเลย เค้ามีแฟนก่อนเราเยอะมากๆ แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าเค้ามีใคร แต่คนรอบข้างมักจะให้ตั้งข้อสังเกตเสมอ ซึ่งเราไม่อยากพิสูจน์ ไม่อยากระแวงแล้ว รู้สึกคบเค้าลำบากกับเรามากๆ เลย ชีวิตเหมือนคอยระแวงตลอดไม่ชอบค่ะ ไม่อยากเป็นคนที่ต้องคอยจับผิดแฟน  ซึ่งหากเป็นจริงก็คงเจ็บปวด  แต่เราซักเค้าอยู่บ่อยๆ เค้าก็บอกเป็นอดีตทั้งหมด  เคยไปคุยกับแม่เค้า แม่เค้าก็บอกว่าเค้าไม่มีใคร  ซึ่งมันพิสูจน์ยากค่ะ  สับสนค่ะ  อยากให้ทีมงานให้ไอเดียนะคะ
บันทึกการเข้า
namhom1
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 19


« ตอบ #3 เมื่อ: 21 มีนาคม 2008, 21:24 »

ขอเล่าต่อค่ะ คือที่บ้านเราอยากให้เราแต่งงานกับเค้าแต่เค้ามักจะบ่ายเบี่ยงอยู่ตลอดเวลา โดยอ้างว่ายังไม่พร้อมเพราะยังทะเลาะกันบ่อยๆ  แต่เรากลับสังเกตว่าหรือว่าเค้าจะมีภาระ หรือมีผู้หญิงอื่นอยู่ หรือต้องการหลอกเราแค่นั้น ซึ่งตรงนี้ที่บ้านเราก็ไม่พอใจ ซึ่งก็เป็นเหตุผลนึงที่จะเลิก เนื่องจากสงสารความรู้สึกของพ่อแม่สู้อยู่เป็นโสด พ่อแม่คงสบายใจกว่า ไม่ดูเสียหายมาก แต่ความรู้สึกของเรามันสละได้ยากจริงๆค่ะ แต่อยากทำให้ครอบครัวเราสบายใจค่ะ เพราะเวลาเราเศร้าเราก็จะระบายให้แม่ฟังตลอด ร้องห่มร้องไห้อยู่บ่อยๆ ช่วงหลังๆ ก็จะเล่าให้แม่ฟังน้อยลง สงสารแกมาก  ตอนนี้เศร้าก็จะร้องไห้อยู่คนเดียว จะเล่าให้เพื่อนฟังก็ไม่อยาก เนื่องจากเป็นเรื่องในบ้าน  กลุ้มค่ะ ตอนนี้ทำให้เราถดถอยไปเยอะ เบื่อๆ งานก็เยอะ แต่กำลังใจมันลดลงเรื่อยๆ คิดได้แต่ทำยากค่ะ  แต่ยังไงจะตั้งใจทำให้ได้ค่ะ
บันทึกการเข้า
กร
เกิดมาเพื่อจะเรียนรู้ทางที่จะไม่เกิดอีก
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 318



เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 22 มีนาคม 2008, 13:36 »

หมอกุ๊กไก่ หนึ่งในทีมงานของเรา เคยตอบไว้ว่า

อ้างถึง
เป็นคู่หรือไม่เป็นคู่ไม่สำคัญ เท่า อยู่ด้วยกันแล้วจะเป็นยังไงนะคะ
ถ้าเค้าเป็นเนื้อคู่ แต่อยู่ด้วยกันคุณจะมีความทุกข์ ร้อนรน แบบนี้ไปเรื่อย ๆ
ต้องหลบ ๆ แฟนเก่าเค้า ไปตลอด
แบบนี้ ไหวไหมคะ   
(อ่านคำตอบเต็มๆ ที่นี่ครับ http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=468.msg1252#msg1252)

คุณน้ำหอมก็ลองใตร่ตรองดูดีๆ
ที่น่าห่วงที่สุดคือ เรื่องทำร้ายร่างกายนะครับ
คนดีๆ ไม่ทำผิดศีลนะครับ การทำร้ายร่างกาย ก็ถือว่า ศีลข้อแรกบกพร่องเช่นกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 กรกฎาคม 2008, 23:34 โดย กร » บันทึกการเข้า

ไม่ว่าปัญหาอะไรเข้ามา เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
ทำใจไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำใจ
ปัญหามันก็อยู่ใต้ไตรลักษณ์ เกิดได้ก็ดับได้
aston27
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 261


« ตอบ #5 เมื่อ: 23 มีนาคม 2008, 13:53 »

รู้สึกคำถามนี้จะเข้าทางผมเป็นพิเศษ
แต่บังเอิญผมมีธุระจะต้องรีบไป

ขอแปะไว้ก่อน แล้วจะมาเขียนให้ภายในวันพรุ่งนี้นะครับ

สั้นๆโปรยไว้เป็นหนังตัวอย่าง

ครูบาอาจารย์ผม ท่านเคยสอนว่า
ผู้ชายผู้หญิงที่แต่งงานกันมักจะทำผิดคนละอย่าง

ผู้หญิง ผิดตรงที่มักจะคิดว่า แต่งแล้วผู้ชายจะเปลี่ยน
ผู้ชาย ผิดตรงที่มักจะคิดว่า แต่งแล้วผู้หญิงจะไม่เปลี่ยน

รายละเอียดไว้มาว่ากันต่อ ตอนหน้านะครับ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 มีนาคม 2008, 01:07 โดย aston27 » บันทึกการเข้า
kookkai
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 153


« ตอบ #6 เมื่อ: 23 มีนาคม 2008, 15:23 »

อนุโมทนาค่ะ พี่เอ็ด

รออ่านด้วยคนค่ะ

PS. รักษาสุขภาพด้วยนะคะ พักผ่อนเยอะ ๆ 

บันทึกการเข้า
Supranee
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 88


« ตอบ #7 เมื่อ: 24 มีนาคม 2008, 04:45 »

อ้างถึง
ผู้หญิง ผิดตรงที่มักจะคิดว่า แต่งแล้วผู้ชายจะเปลี่ยน
ผู้ชาย ผิดตรงที่มักจะคิดว่า แต่งแล้วผู้หญิงจะไม่เปลี่ยน
พี่รออ่านคุณ Aston ตอบอีกคนค่ะ 
บันทึกการเข้า
namhom1
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 19


« ตอบ #8 เมื่อ: 24 มีนาคม 2008, 15:26 »

รอคุณ aston27 มาตอบเหมือนกันนะคะ  แต่อยากรู้เรื่องดวงอยู่ด้วยค่ะ
 คือแฟนเกิด 20 กค 2508
ดูว่าพื้นดวงเราสองคนพอเป็นไปได้มั้ย ไม่ได้เชื่ออย่างงมงายนะคะ แต่อย่างไรเสียก็จะเชื่อจากปัจจุบันที่เค้ากระทำ และอนาคตจากสถานการณ์ปัจจุบันร่วมด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
aston27
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 261


« ตอบ #9 เมื่อ: 25 มีนาคม 2008, 01:31 »

พอดีไม่ค่อยแข็งแรง และงานยุ่ง งานเยอะอีกต่างหาก เลยตอบช้าหน่อย
ต้องขออภัยนะครับ

กลับมาอ่านอีกที ผมว่าสิ่งที่ผมเขียนสั้นๆไป มันได้ใจความดีแล้ว
เพราะปัญหาของคุณก็เป็นเหมือนปัญหาของคู่รักทั่วๆไปที่เข้ากันไม่ได้
คือต่างฝ่าย ต่างไม่พอใจในบางอย่างที่อีกฝ่ายเป็น

คุณก็ไม่ชอบใจบางอย่างที่เขาเป็น และหวังว่าเขาจะเปลี่ยน
เขาเองก็ไม่ชอบใจบางอย่างที่คุณเป็น ถึงยังไม่ยอมแต่งงาน

ต่อให้ข้อสันนิษฐานของคุณ เรื่องที่ว่าเขามีผู้หญิงอื่นเป็นจริง
ผมก็ยังเห็นว่า มันเป็นเพราะเขายังอยากได้บางอย่างจากคนอื่นซึ่งคุณไม่มี
แต่อันนี้ไม่ได้เข้าข้างเขา ว่าเขาทำถูก หรือมันเป็นอย่างนั้นจริงๆนะ

แม้แต่ที่เขาบอกว่า ไม่พร้อมแต่ง เพราะยังทะเลาะกันบ่อยๆอยู่
อนุมานเป็นตรรกะผกผันว่า ถ้าเลิกทะเลาะกันแล้วเขาอาจจะแต่ง
แปลว่า เขาอยากให้คุณเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เพื่อจะเลิกทะเลาะกับเขา

ถามว่า แล้วคุณควรตัดสินใจยังไง .. อันนี้คือส่วนที่ผมไม่นิยมตอบ

เพราะผมเป็นคนนอก ผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไร
สมมติผมเชียร์ให้เลิก แล้วคุณสองคนมีความสุข ผมก็ไม่ได้สุขกับคุณ
หรือเลิกแล้วคุณสองคนมีความทุกข์ ผมไม่ได้ทุกข์กับคุณสองคน

แต่ผมเชื่อว่า คนที่อยู่กับปัญหานั้นแหละคือคนที่ต้องตัดสินใจเอง
คนรู้ตื้นลึกหนาบางดีกว่าพวกเราในนี้ คุณเห็นปัญหา
คุณผ่านช่วงเวลาสุข ทุกข์ กับผู้ชายคนนี้มามากพอแล้ว

ตั้งสติดีๆ พิจารณาเรื่องของตัวเองด้วยเหตุด้วยผล อย่าใช้อารมณ์
ถ้าเห็นควรจะไปต่อ ก็ไปต่อ
ถ้าเห็นควรจะยุติ ก็ยุติ

ทางเลือกบางอัน อาจจะมีทั้งข้อดี ข้อเสีย
คุณก็ต้องชั่งน้ำหนักเอานะ ว่าคุณเลือกข้อดี อันไหน รับข้อเสียอันไหนได้มากกว่า

ผมเพิ่งเขียนบทความไปอันนึง ไม่นานมานี้ หัวเรื่องคือ "ความสบายใจ"
ถ้าจะลองไปอ่านก็ดีนะครับ เผื่อจะเป็นประโยชน์  http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=aston27&month=17-01-2008&group=10&gblog=17

บันทึกการเข้า
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« ตอบ #10 เมื่อ: 2 เมษายน 2008, 16:40 »

ปัญหาที่เห็นจากดวงคุณน้ำหอม
คือคุณและแฟนคุณเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองและขี้หงุดหงิด 
จะว่าเขาข้างเดียวก็คงไม่ได้
คุณเองก็โทสะเกิดง่ายนะคะ

ถ้าอยากเอาชนะตัวเองให้ได้ ลองฟังซีดีนี้ดูค่ะ
ตามลิงค์ www.star4life.com/forum/index.php?topic=341.msg659#msg659


เรื่องความรักคุณมันมีกรรมวิบากมา
พื้นกรรมเรื่องรักๆ ใครๆ จะเป็นแบบรักๆ หึงๆ ตบๆ ตีๆ
มีรักซ้อนเข้ามาเป็นระยะๆ ชิงรักหักสวาท หึงหวง ทำนองนี้ค่ะ


ถ้าอยากสร้างทางกรรมใหม่ๆ
แนะนำให้ลองชวนกันไปทำสังฆทานด้วยกันสักครั้ง
ไปสัก ๔ วัด เหนือ ใต้ ออก ตก นับจากบ้านคุณไปเลยก็ได้ค่ะ
(เอาตามสะดวก)

แล้วก็ชวนกันสมาทานศีล รักษาศีลห้าด้วยกัน
พอรักษาศีลห้าก็ไม่โกหก ไม่ประพฤติผิดในกามนะคะ
จะได้ไว้วางใจกันได้ ไม่มีปัญหาหึงโหด 

ดีที่สุดคือชวนกันปฏิบัติวิปัสสนา
ถ้าคิดว่าการชวนแฟนมาปฏิบัติเป็นเรื่องยาก
คุณน้ำหอมลองฟังซีดี แล้วปฏิบัติโดยตามรู้กายใจไป
ถ้าคุณเปลี่ยนไปในทางทีดีขึ้น แฟนคุณอาจจะหันมาสนใจ
อยากปฏิบัติบ้างก็ได้ค่ะ

โชคดีนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 พฤษภาคม 2008, 11:08 โดย star4life » บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
namhom1
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 19


« ตอบ #11 เมื่อ: 21 พฤษภาคม 2008, 16:14 »

ตอนนี้ทะเลาะกับแฟนอีกแล้ว คือจับได้ว่าเค้ามีผู้หญิงอื่น (แต่เค้าไม่ยอมรับ คือเราให้คนสืบซึ่งรู้แน่ๆ ว่าเค้ามีคนอื่น) ค่ะ  ซึ่งตอนนี้เราไม่คุยและไม่รับโทรศัพท์เค้าเลย คือเรารับไม่ได้ แต่ลึกๆ ก็ยังรักเค้าอยู่  2-3 วันก่อนเค้ามาเคาะประตูหน้าบ้าน และมาง้อ เราก็ต่อว่าเค้าแรงมากๆ คือเราให้อภัยเค้าไม่ได้เลย  หลังจากนั้นเค้าก็กลับบ้านไป และก็โทรมาหาเราอีก พูดประมาณว่าอโหสิกรรมให้เค้ามั้ย เราตอบว่าไม่ได้เพราะตอนนี้ใจเราให้อภัยเค้าไม่ได้จริงๆ เค้าทำร้ายจิตใจเราต่างๆ นาๆ แต่พอเค้าหายไปจิตใจเราก็แย่อีกแล้ว ฟังเพลงก็เศร้า ไม่มีคนคอยพูดคอยเป็นห่วงอีกแล้ว  มันเศร้ามากๆ รักเค้ามากๆ แต่เค้าทำร้ายจิตใจเรา ทำอย่างไรให้พ้นทุกข์นี้ดีคะ  เราคงคาดหวังกับเค้ามากไป คาดหวังจะใช้ชีวิตด้วยกัน แต่มันล่มสลายเลย มันเศร้าค่ะ ไม่ค่อยมีกะจิตกะใจทำงาน ทั้งๆที่งานก็เยอะนะคะ มีอะไรท้าทายพอสมควร แต่กำลังใจมันถดถอยไปเยอะเลยค่ะ 
บันทึกการเข้า
aston27
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 261


« ตอบ #12 เมื่อ: 23 พฤษภาคม 2008, 17:07 »

ผมมีคติว่า..  คนอื่นทำร้ายจิตใจเราได้
ก็เมื่อเราเอาจิตใจเราไปฝากไว้ให้เขาดูแลเท่านั้น

อ่านเรื่องของหลายๆคนที่คล้ายๆคุณแล้วผมนึกถึงยักษ์ในรามเกียรติขึ้นมาสองตน
คือทศกัณฑ์ กับมัยราพณ์ ที่ถอดดวงใจไปซ่อนไว้นอกกายได้

เพียงแต่วัตถุประสงค์ของพวกเรา ต่างกับยักษ์
ของสองยักษ์นั่น เขาถอดแยกไว้ เพื่อเวลาโดนใครฆ่าก็ไม่ตาย

แต่ของพวกเรา เพราะเราไปหวังว่า คนที่ดูแลเขาจะไม่ทำร้าย
ไม่ทำให้เราเสียใจ

แต่ลืมไปว่า มันเหมือนฝากแก้วไว้ให้ลิงถือ
จะหวังว่าลิงจะไม่ทำแตกนี่ หวังยากนะ

คุณถามมาแบบนั้น ผมก็ตอบแบบนี้

เรื่องผู้หญิงอีกคน เรื่องสามีคุณ ผมไม่ออกความเห็นนะ
เรื่องในครอบครัว เรื่องส่วนตัว ไปว่ากันตามที่คุณเห็นควรดีกว่า

ผมแนะนำได้แค่ว่า อย่าเอาความสุขความทุกข์ไปผูกติดกับใคร
อย่าสร้างเงื่อนไขประเภท.. ถ้าเธอทำตัวดี ฉันจะมีสุข
ถ้าเธอเป็นคาวี (ยุคแรกๆ) ฉันจะมีทุกข์

ตัดสินใจให้ดี แล้วก็มีสติ รู้กายรู้ใจอยู่กับปัจจุบัน
อย่าฟูมฟาย อย่าคร่ำครวญ เป็นคุณนายสาลี่ 

แยกแยะให้ดี ระหว่างภาระหน้าที่การงาน กับปัญหาครอบครัว
อย่าให้เรื่องส่วนตัวทำให้งานเสีย ชีวิตจะแย่กันไปหมด

ฝรั่งเขาชอบบอกว่า lucky in game, unlucky in love
Lucky in love, unlucky in game

ถ้าเรื่องงานดี เรื่องรักมักจะเจ๊ง
ถ้าเรื่องงานเจ๊ง เรื่องรัก มักจะดี

แต่ผมว่าที่มันดูเหมือนจริง ก็เพราะบางคนเวลาอกหัก
ก็เอาเวลาไปทุ่มเทให้งาน งานเลยออกมาดี

บางที เวลาชีวิตมันมีวิกฤต ต้องหัดมองให้เป็นโอกาส
จะเป็นโอกาสเรื่องที่จะได้เป็นไท เป็นโสด หรือเพื่อให้เวลากับงาน
กับคนที่เราไม่ค่อยได้เหลียวแล หรืออะไรก็ว่าไป

อย่างที่ผมแนะนำบ่อยๆ ก็คือ ถ้าไม่เจอทุกข์แบบนี้
คุณจะสนใจมาศึกษาธรรมะไหม ก็คงไม่

หรือสนใจ ก็แค่ผิวเผิน ไม่ลงมือภาวนาจริงจัง
เพราะยังประมาท ว่าชีวิตเป็นเรื่องสุขถาวร ดีถาวร

ในนี้มีคำแนะนำเรื่อง ทาน ศีล ภาวนา มากมาย
ลองหาอ่านดูนะครับ แล้วเอาเวลาไปภาวนาแทนการคร่ำครวญ
จะได้พ้นทุกข์ได้จริงๆ ไม่ใช่แค่คิดให้สบายใจไปทีละห้านาที สิบนาที

ต้องขออภัยถ้าพูดตรงๆนะครับ ในเว็บนี้ ผมดุที่สุดแล้ว 
โดยเฉพาะเวลาที่มีคนมาถามปัญหาเดิมๆ ซ้ำๆ สองรอบ

เพราะผมบอกได้เลยว่า ถ้าคุณยังเอาแต่ใช้ชีวิตแบบเดิม
คิดแบบเดิม อยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมๆ
ปัญหาก็จะยังมีอยู่ และคุณก็จะทุกข์แบบเดิมๆ

ผมมักจะตอบเรื่องการภาวนา เรื่องมีสติ
เพราะผมเชื่อในทฤษฎีว่า สอนให้คนจับปลาเป็น ดีกว่าหาปลาให้คนกิน

ถ้าเรามานั่งปลอบใจกันตลอดเวลา คุณก็สบายใจได้ชั่วคราว
อีกวันสองวัน ทุกข์อันใหม่ หรือไม่ก็อันเก่า ก็วนกลับมาอีก

ไม่ทุกข์เพราะคนนี้ ก็ทุกข์เพราะคนอื่น ไม่ก็ทุกข์เพราะตัวเอง
ทั้งๆที่พระพุทธเจ้าสอนวิธี รับมือกับทุกข์ ด้วยการ "รู้ทุกข์" ไว้แล้ว

ลองอ่านในกระทู้อื่น ก็คงเห็นหลายอันแล้ว
มีลิงค์ มีไฟล์ให้โหลด ให้ฟัง ป้อนกันเต็มที่เลยครับ

แต่เรื่องภาวนา เจริญสติ ปัญญา มันต้องทำเอง
ถ้าตามแนวทางของผม ผมช่วยได้แบบนี้ ได้เท่านี้จริงๆครับ

ที่เหลือคุณต้องช่วยตัวคุณเอง ..
อัตตาหิ อัตโนนาโถ นะคุณนะ 
บันทึกการเข้า
namhom1
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 19


« ตอบ #13 เมื่อ: 26 พฤษภาคม 2008, 19:28 »

ขอบคุณคุณ aston มากๆ ค่ะ ฟังแล้วรู้ว่าต้องทำยังไง แต่มันทำยากส์จิงๆ ค่ะ (แฮ่ะๆ เค้าไม่ใช่สามีค่ะ เป็นแค่เป็นแฟนแต่ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเกินเหตุ แต่ประมาณพ่อแม่รู้เห็นเท่านั้น และช่วยกันทำงานโดยไม่เกี่ยงงอนบ้าง ขนาดเรานี่งานโคดแยะ ก็ต้องช่วยเค้าทำนั่นทำนี่ ปะมานว่าแฟนแก่แล้ว เรื่องคอมหรืออะไรก็ไม่รู้เรื่อง เราต้องช่วยอยู่ตลอด แต่ก็ทำเพราะสงสารเค้าเพราะทำงานเยอะ ความรักทำให้ตาบอดนี่เรื่องจิง ขนาดไม่ใช่คนที่บ้าความรัก เรายังทุ่มเทกับเค้าได้ขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เค้าสุดแสบเรย  เฮ้อ!!! เรานี่โง่สิ้นดีเลยอะ ที่เลิกกันก็คงเพราะเราไม่มีเวลาให้เค้ามั้ง แบบว่างานค่อนข้างเยอะ และใช้สมองสุดๆ และประกอบกับเค้าเป็นคนเจ้าชู้มันเลยออกมารูปนี้ แต่ตัวเองเชื่อนะว่าถ้ารักกันจิงเค้าต้องเห็นใจยามเราเหนื่อย และไม่นอกใจแบบนี้) ตอนนี้ออกเป็นแนวแค้นๆ อยากแก้แค้นให้สะใจจังๆ สักครั้ง ให้ผู้ชายคนนี้หน้าหงายเลย แบบว่าหมั่นไส้ที่เค้าเป็นคนไม่ยอมรับความจริง(ปะมาณว่าเลวแต่ก็ยังเถียงว่าดี ไม่เคยยอมรับถึงเราไม่เห็นกะตาแต่คนที่ดูให้ก็น่าเชื่อถือสุดๆ ถ้ายอมรับว่าเลวเลยเราก็ไม่ใส่ใจแล้วนะ (แค่ตอบว่าเออชั้นคบคนนี้เพราะเธออะไรก็ได้ ขอแค่พูดความจริง แมนๆหน่อยงี้) เพราะถือว่าไงซะ เราก็ไม่มีเวลาตามผู้ชายเจ้าชู้อยู่แล้ว ถึงรักก็คงไม่มีความสุข เพราะผู้ชายคนนี้ทำให้เราเป็นกังวลได้ตลอดเวลาที่คบกัน มันทรมานเกินไป  แต่เอ็งยอมรับซะทีดีวะ *... * ขอโทดนะที่ออกแนวหยาบคาย ) และก็จะได้จากกันไป โดยไม่ต้องเสียดายคนๆ นี้เลย  (จาได้ใช้ชีวิตโสดที่ไม่ต้องมีคนมาคอยยุ่งย่ามให้รำคาญใจ เผื่อเหล่หาหนุ่มใหม่ๆ เพราะตัวเองก็หน้าตาดีอยู่อะ  ตอนอยู่ด้วยกันแต่งตัวสวยมากก็ไม่ได้ ไปไหนก็ไม่ได้ คอย check ยุ่งยากน่ารำคาญ แก่กว่าตั้งรอบนึง เราสู้อุตส่าห์รักนะ(ไม่เคยเหล่ใครเลยตั้งแต่คบกันเป็นแฟน คือเราจารีตสุดๆ อะ รับไม่ได้กับเรื่องความรักที่ผิดศีลธรรมอยู่แร้ว) โทดนะคะออกเป็นแนวแค้นจะได้รู้สึกว่าชายคนนี้เป็นเพียงสิ่งปฏิกูลแย่ๆก็เท่านั้น รู้สึกว่าเค้าทำร้ายเรามากเกินไปค่ะ  คงไม่บาปนะคะ  แต่คิดว่าใจเราจะสบายใจมากขึ้น   แต่ไงซะก่อนใช้ธรรมะระงับ ขอจัดการผู้ชายคนนี้ก่อนกะจะจองเวรให้สะใจ ป่วนให้เค้าอยู่ไม่ได้สักพัก แล้วค่อยปล่อยวางค่ะ แค้นมากๆ ที่สำคัญต้องเคลียร์สิ่งที่ติดค้างกันอยู่อีก(ยังไม่จบ ไม่รู้จะได้ของคืนรึป่าว เค้าเอาของ+เงินเราไปพอสมควร ยังไม่ยอมคืนเรย) เพราะเราไม่ได้มองเค้าเป็นคนในครอบครัวของเราอีกแล้ว  ไม่จำเป็นต้องเห็นใจหรือเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอีกแล้ว ......... โหดไปป่าวเนี่ย........
บันทึกการเข้า
กร
เกิดมาเพื่อจะเรียนรู้ทางที่จะไม่เกิดอีก
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 318



เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 26 พฤษภาคม 2008, 20:22 »

อ้างถึง
โทดนะคะออกเป็นแนวแค้นจะได้รู้สึกว่าชายคนนี้เป็นเพียงสิ่งปฏิกูลแย่ๆก็เท่านั้น รู้สึกว่าเค้าทำร้ายเรามากเกินไปค่ะ  คงไม่บาปนะคะ  แต่คิดว่าใจเราจะสบายใจมากขึ้น   แต่ไงซะก่อนใช้ธรรมะระงับ ขอจัดการผู้ชายคนนี้ก่อนกะจะจองเวรให้สะใจ ป่วนให้เค้าอยู่ไม่ได้สักพัก แล้วค่อยปล่อยวางค่ะ แค้นมากๆ ที่สำคัญต้องเคลียร์สิ่งที่ติดค้างกันอยู่อีก


บาปเต็มๆ เลยครับ ถ้าหากคุณคิดจะแก้แค้นเขา
จิตที่เต็มไปด้วยโทสะ ทำทุกอย่างลงไปเพื่อการแก้แค้นนั้น เจตนาเราต้องการให้เค้าเสียหาย
เสียใจ เจ็บปวดทางกายหรือใจ เสียทรัพย์ ฯลฯ เป็นบาปทั้งนั้นแหละครับ

การให้อภัยเท่านั้น ถึงจะไม่บาป คุณลองคลิ้กที่นี่ไปอ่านสิ่งที่ผมเคยโดนคนอื่นโกงบ้างนะครับ

ประเด็นที่จะบอก ไม่ใช่ว่า ผมนี่เป็นคนดี๊ดี ที่ให้อภัยเค้าได้
แต่ผมไม่อยากจองเวรมากกว่า และการไม่ไปหาเรื่องจองเวรก็เป็นสุขกว่าเยอะ
ไม่ต้องมาคอยวางแผนจะทำร้ายเค้ายังไงดี จะทำไงไม่ให้คนจับได้ ฯลฯ

แต่ในขณะเดียวกัน เวลาผมนึกถึงเรื่องนี้ทีไร ก็แค้น อยากเอาคืน 
เห็นมั้ยครับ ว่า ผมก็ไม่ได้เป็นคนดี เดี๋ยว ๆ ก็แค้น เดี๋ยว ๆ ก็อยากเอาคืน
โชคดีว่า ได้ฟังหลวงพ่อปราโมทย์ ผมก็ใช้โอกาสดูจิตที่มีโทสะซะเลย
ดูบ่อยๆ รู้เรื่อยๆ จนเห็นว่า สัญญา (ความจำได้ หมายรู้) มันทำงานขึ้นมา
เราก็จะโกรธแค้นขึ้นมาทีนึง พอมีสติระลึกได้ มันก็หายไป
เห็นว่า เพราะมีเหตุ มันถึงเกิด เมื่อเหตุดับ ผลก็ดับ
จนตอนนี้ กลายเป็นรู้สึกว่า ดีนะที่เราเจอเรื่องแบบนี้ จะได้มีสภาวะ มีอะไรให้คอยดูได้อีก
แถมยังใช้เรื่องนี้มาเป็นเรื่องแบ่งปันให้คนอื่นได้ด้วย

หยุดจองเวรดีกว่าครับ เพราะคุณทำไปแล้ว ผลกรรมก็ต้องย้อนกลับมาหาคุณอีกวันนึงข้างหน้า
อาจจะชาตินี้ หรือ ชาติหน้า แล้วคุณก็ต้องมาเหนื่อย มาเป็นแบบนี้อีก 

ไม่ว่ายังไง วันนึง มันก็จะผ่านไปครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 กรกฎาคม 2008, 23:37 โดย กร » บันทึกการเข้า

ไม่ว่าปัญหาอะไรเข้ามา เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
ทำใจไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำใจ
ปัญหามันก็อยู่ใต้ไตรลักษณ์ เกิดได้ก็ดับได้
Yaowalak
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 183

~ทุกสิ่งล้วนชั่วคราว~


« ตอบ #15 เมื่อ: 27 พฤษภาคม 2008, 10:46 »

จากคำตอบ #11 ที่หมอเอมบอกไว้

"เรื่องความรักคุณมันมีกรรมวิบากมา
พื้นกรรมเรื่องรักๆ ใคร่ๆ จะเป็นแบบรักๆ หึงๆ ตบๆ ตีๆ
มีรักซ้อนเข้ามาเป็นระยะๆ ชิงรักหักสวาท หึงหวง ทำนองนี้ค่ะ"


คุณมีวิบากในทางร้่ายเรื่องความรัก
วิธีแ่ก้เรื่องร้าย คือต้องสร้างกรรมใหม่ในทิศที่ตรงกันข้าม
ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่การล้างแค้น

ล้างอย่างอื่น ยิ่งล้างยิ่งสะอาด
แต่ล้างแค้น ยิ่งล้างยิ่งเปื้อนค่ะ


เอาไฟไปดับไฟยิ่งมีแต่ลุกลาม
ดับไฟมันต้องใช้น้ำเย็นๆ 

พอเข้าใจนะคะว่าอารมณ์คุณตอนนี้ ให้วางจิตคิดอภัยไปเลยคงยังทำได้ยาก
แม้ยังอภัยไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่อยากให้ต่อวงจรบาปเวรด้วยการล้างแค้น
คุณไม่มีทางจะหลุดพ้นจากวังวนนี้ได้เลย ถ้ายังคิดเอาคืนอยู่แบบนี้
วันนี้คุณแก้แค้นเค้า วันหน้าวิบากก็จะกลับมาหาคุณอีก

แฟนคุณเค้าก็มีวิบากของเค้า
ที่ทำไม่ดีไว้ เค้าย่อมได้รับผลเองไม่วันใดก็วันหนึ่ง
โดยที่คุณไม่ต้องลงมือให้เป็นบาปติดตัว

ระหว่างคุณกับเค้า คุณคือคนโชคดีที่พบทางออก
น่าเสียดายถ้ายังคิดจะเดินวนกลับเข้่าไปอีก

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อใคร
แต่เพื่อตัวคุณเอง
นำความคิดสร้างสรรค์ของคุณ ไปใช้ในเรื่องงาน
น่าจะเป็นประโยชน์กว่าคิดแก้แค้นยังไงให้สาสมนะคะ

ขอให้คุณน้ำหอมโชคดีค่ะ




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 พฤษภาคม 2008, 11:29 โดย Yaowalak » บันทึกการเข้า

หากทุกคนมีธรรมในใจ ปัญหาใดๆ ก็ยุติลงได้ด้วยธรรม
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« ตอบ #16 เมื่อ: 27 พฤษภาคม 2008, 18:41 »

"... รู้สึกว่าเค้าทำร้ายเรามากเกินไปค่ะ  คงไม่บาปนะคะ  แต่คิดว่าใจเราจะสบายใจมากขึ้น   แต่ไงซะก่อนใช้ธรรมะระงับ ขอจัดการผู้ชายคนนี้ก่อนกะจะจองเวรให้สะใจ ป่วนให้เค้าอยู่ไม่ได้สักพัก แล้วค่อยปล่อยวางค่ะ แค้นมากๆ..."


อ่านที่คุณน้ำหอมเขียนแล้ว
ดิฉันไพล่ไปคิดถึงการลดความอ้วน
มีบางคนบอกว่าขอกินสั่งลาสักมื้อ
แล้วจะเริ่มต้นลดน้ำหนักอย่างจริงจังเสียที


หารู้ไม่...ว่าทำแบบนี้ยิ่งเป็นการเพิ่มภาระให้แก่ร่างกาย
หนังสือเล่มหนึ่งเคยเขียนถึงคนที่มีไอเดียแบบนี้
ถ้อยคำประมาณๆ ว่า "เป็นการเริ่มต้นออกเดินทางใหม่พร้อมด้วยขยะ"



ถามว่ากินแล้วดี มีประโยชน์แก่ร่างกายไหม
ไม่เลย...อ้วนจะตายอยู่แล้ว
ทุกข์ทรมานมากพอแล้วกับเจ้าน้ำหนักส่วนเกินนี้
ถ้าคิดว่าอยากจะเป็นคนสเลนเดอร์ละก็
ไดเอ็ทตั้งแต่วินาทีที่ตั้งใจนี่แหละ ดีที่สุด


จะไปกินสั่งลาทำไม
มันเป็นโทษแก่ร่างกาย
ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
นอกจากความสะใจที่ได้กิน
ซึ่งไม่ได้ทำให้สุขภาพเราดีขึ้นสักนิด...


ถ้าตั้งใจเด็ดเดี่ยวที่จะลดน้ำหนัก
ก็ควรเริ่มต้นเสียตั้งแต่บัดนี้นี่แหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 พฤษภาคม 2008, 18:52 โดย star4life » บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
kookkai
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 153


« ตอบ #17 เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2008, 00:39 »

 :grin:หวังว่าคุณน้ำหอมคงรับความเห็น ของพวกเราไว้ พิจารณานะคะ

ที่เราต้องเจอสิ่งที่ไม่น่าพอใจอยู่ตอนนี้
เป็นผลของกรรม ดี ๆ หรือ กรรม แย่ ๆๆ คะ ?

ถ้ายังอยากจะสร้างกรรมแย่ ๆ เพื่อความสะใจ
ก็ต้องเตรียมพร้อมรับผลของกรรมนั้นด้วย

ผลของกรรม ก็อาจจะไม่ใช่แค่เท่าที่เราทำไป
(เอาเงินฝากธนาคารยังมีดอกเบี้ยเลยค่ะ)

ผลมันขึ้นกับความจงใจของเรา
ยิ่งแค้นแรง ทำเสร็จแล้วสะใจแรง
กระดาษใจที่จารึกกรรมก็ยิ่งแรงไปด้วย
ผลมันจะเลวร้ายแค่ไหน 

ถ้ายังให้อภัยไม่ได้
ก็เก็บความร้อนใจ ความแค้นไว้ดูเล่นในอกนะคะ
ถ้าจะไหม้ ก็ให้มัน อยู่แค่ในใจเรา

อย่างน้อย ก็ไม่เป็นการไปสร้างกรรมร้าย ๆ อันใหม่
ที่จะส่งผลทำให้คุณเอง ได้รับสิ่งร้าย ๆ ตามมา

  และถ้าให้ฉลาดกว่านั้น
ใช้อารมณ์ร้าย ๆ นี่แหละค่ะ เป็นเครื่องมือภาวนา
ดูไปทุกชั่วโมง ว่าความแค้น ความร้อนในออกมันเท่ากันไหม
มันมีช่วงที่เราลืม แล้วหายไปไหม  แล้วเราบังคับให้มันหายได้ไหม
พอนึกได้ที ก็ดูที

แบบนี้ เรียกว่า พลิก วิกฤตเป็นโอกาสค่ะ 


บันทึกการเข้า
namhom1
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 19


« ตอบ #18 เมื่อ: 29 พฤษภาคม 2008, 11:48 »

ขอบคุณทุกท่านที่ให้ไอเดีย จิงๆ ก็ทำบาปแก้แค้นไปบ้างแล้วเหมือนกัน ประมาณโทรไปป่วนประสาทเค้า message ไปสอนเชิงหลอกด่า(ถ้าสมองดีคงสะกึก) หลอกเค้าว่าไปเฝ้าดูเค้าทุกวัน จนเค้าไม่กลับบ้านตัวเอง หรือถ้ากลับก็จะวิตกจริตจนเหมือนคนเพี้ยนๆ ไม่กล้าเปิดเผยตัวตน (จิรงๆไม่ได้ไป แต่มี spy) แต่เหมือนเค้าจะมีอาการทางจิตล่ะมั้ง ต้องมีผู้หญิงตลอดเวลามากหน้าหลายตา เราไปรู้ความลับในชีวิตเค้าเยอะมากๆตอนนี้ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าคนที่เราเคยรักจนหมดใจเค้าจะเป็นไปได้ขนาดนี้ คือเลวมากๆ และยังมีอาการทางจิตด้วย เล่าไปก็ไม่หมด คิดไปบางทีก็สงสารเค้าเหมือนกัน เรายังโทรไปไซโคแม่เค้าอีก เพราะแม่เค้าสอนลูกไม่เป็น โกหกแทนลูก ซึ่งจริงๆ แล้วเราไม่ได้อะไรกะเค้าแล้วนะ แต่อยากให้คนๆ นึงได้รับบทเรียน จะไม่ได้ไปทำร้ายใครในสังคมนี้อีก แต่ตอนนี้เราก็เริ่มปลงแล้วนะ สงสารพ่อแม่มากๆ เราน่าจะรับรู้เรื่องนี้คนเดียวนะ ไม่น่าให้ใครเจ็บปวดกับเรื่องของเราเลย สงสารท่านจิงๆ ตอนนี้เราพยามปรับปรุงตัวเอง ติดต่อเพื่อนฝูงมากขึ้น และจะไปดูดวงเริ่มต้นชีวิตใหม่สักหน่อย แต่ของทีติดค้างกันมันมีพอสมควรซึ่งตอนนี้ขี้เกียจทวงด้วยแล้ว แต่ไม่อยากให้ติดเสนียดจัญไรกับเรื่องร้ายๆ ของเค้ามาติดข้าวของเรา เราสงสารของๆเราทุกๆอย่าง ตอนนี้แค่ขอ sim card ที่เค้าริบของเราไปเค้ายังไม่ให้เลย ซึ่งเราต้องใช้ไว้ติดต่อเพื่อนฝูง ซึ่งบางเบอร์มันไม่สามารถขอคนอื่นได้ เค้าตัดสังคมของเรา พอไปขอก็บอกว่าไม่ให้ไม่มี (คือลึกๆ เค้ากลัวเราจะไปติดต่อใครอะไรทำนองนี้ ซึ่งเป็นความคิดที่ใจแคบ เราไปขอดีๆ นะ ไม่ต้องเจอหน้ากันเค้ายังไม่ยอมให้เลย) เราว่าเราแค้นเค้านะ ยอมรับ แต่ไม่เคยเกลียดนะ สิ่งที่ไซโคและด่าว่าเค้าเพื่อให้เค้ารู้สึกได้คิด ในการทำตัวต่อไปในอนาคต ให้สังคมนิยมชมชอบเค้ามากขึ้น ไม่อยากให้เค้าเดินทางผิดๆไปตลอดชีวิต ไม่ได้ fake นะคะ คิดอย่างนั้นจิงๆ แต่ก็อยากดูแลจิตใจตัวเองเหมือนกันที่มันเศร้าอยู่อย่างนี้ แต่พ่อกะแม่เราก็ดีนะ เค้าไม่คิดแค้นเคืองเลยนะ เค้ายังให้เราปลงอย่างนั้นอย่างนี้ว่าไม่ได้มาเป็นลูกเขยก็ดีแล้ว ปิดบัญชีกันที ขอบคุณทุกๆ คนนะคะ เอาไว้ถ้ามีจุดเริ่มต้นใหม่ๆ ในชีวิตจะมาเล่าสู่กันฟังค่ะ  ตอนนี้เริ่มติดต่อเพื่อนฝูง รุ่นพี่ (คนที่เคยปรึกษากันแต่ดันไม่มีเบอร์เพราะแฟนดันริบไป) อยากมีคนใหม่ในชีวิตเหมือนกัน เราคงสละเค้าง่ายกว่านี้ แต่ไม่มีก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะกะตั้งใจจะโสดอยู่แร้ว มีเพื่อนทำนองเดียวกันเหมือนกัน แต่แม่เค้าก็อยากให้มีครอบครัว เค้าให้กำลังใจตลอด รักพ่อกะแม่มากๆ ค่ะ เราไม่เคยทำให้เค้าผิดหวังเลยในชีวิต เรียนเก่ง หน้าตาดี เป็นเด็กดีตลอด เป็นแบบอย่างของน้องๆ ญาติๆ ไม่เคยทำตัวแย่ๆ แต่ผู้ชายคนนี้มาทำร้ายเราจนแย่ ........เศร้านะ แต่พยามทำใจอยู่ค่ะ
บันทึกการเข้า
namhom1
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 19


« ตอบ #19 เมื่อ: 29 พฤษภาคม 2008, 14:41 »

วันนี้ยังไม่วายเรายังmessageไปป่วนเค้าอยู่เรื่องขอของคืนจะได้จบๆ กันขี้เกียจจะต้องมาคุยกันอีกเพราะเหม็นขี้หน้าเต็มทนแต่เค้าไม่ยอมรับโทรศัพท์คือเราโทรจนเซ็งเลย message ไปทวงของแต่ไม่วายเราก็เหน็บว่า --'เค้าไปด้วย เรายังไม่วายโทรถามspyเราตลอดถึงความคืบหน้าคนๆนี้แต่ไม่มีความคืบหน้าหรอก ว่าจะเลิกหาคนไปสืบเสาะแล้วล่ะเหนื่อยแต่มันก็ทนไม่ได้ คืออยากให้ตัวเองรับรู้ความแย่ของคนๆนี้ให้สุดๆไปเลยให้ใจมันเจ็บและรับๆไปจนแบบอยู่ได้โดยไม่ต้องคิดว่าเค้าดีมากมายอะไร จนสุดท้ายเค้าก็รับโทรศัพท์ก็ยังเล่นแง่ไม่เอาของมาให้อีกจนเรานี่เซ็งยังถามอีกว่าอยากได้เบอร์ใครก็บอกสิ จะหาให้จะโทรหาใครเหรอ (จิงๆ เค้าไม่มีสิทธิ์แล้วนะ โอเคเมื่อก่อนพอจะรับได้แต่ตอนนี้จบกันแล้วยังมากวนประสาทเราอีก ฉุนจิงๆ) เราก็พูดดีๆนะว่ามีเรื่องด่วนต้องโทรหาคนรู้จักซึ่งเราไม่มีเบอร์ เราจะทำยังไงกับคนๆนี้ดี คือเราอยากได้ sim โทรศัพท์คืนแค่นี้ทำไมมันยากเย็นจังนะ เค้าตัดสังคมคนอื่น นิสัยแย่มากๆ ใจแคบด้วย เบอร์เพื่อนเราบางคน บางทีเราก็ไม่อยากไปโทรหาอีกคน บางทีเราอยากมีเรื่องส่วนตัวของเราบ้าง ซึ่งมันมากมาย (อยากพูดคุยกะเพื่อนคนอื่นๆบ้าง) เกลียดคนๆนี้เค้าทำให้เราไม่เป็นอันทำงาน หงุดหงิดอยู่ได้ตลอด ซึ่งก็ไม่ได้ไปตอแยเค้าแล้วนะแค่ขอของๆเราคืนมันจะอะไรนักหนากันเนี่ย  แวะมาบ่นอีกค่ะ จะสงบใจเมื่อไหร่กันเนี่ยเรา
บันทึกการเข้า
k0be
ผู้ดูแลระบบ
ดาวฉายแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 38


« ตอบ #20 เมื่อ: 29 พฤษภาคม 2008, 22:11 »

ขออนุญาตตอบสั้น ๆ ถึงพฤติกรรมป่วนครับ

ลองนึกนะครับ ถ้าคุณเจอพฤติกรรมที่คุณทำกับเค้าบ้าง คุณจะรู้สึกอย่างไรครับ
เค้าก็คงรู้สึกไม่ต่างจากคุณหรอกครับ 

ในหลักของกรรมวิบาก คุณทำอะไรไว้ ผลสะท้อนก็จะกลับมาหาคุณเองครับ
อาจจะไม่ทันทีทันใด เพราะลักษณะของกรรมที่จะให้ผลมีหลายระยะ ทั้งในชาตินี้ ชาติหน้า และชาติต่อ ๆ ไป
คุณทำไว้แบบไหน ก็จะส่งผลมาให้คุณไม่ต่างกันหรอกครับ
เช่นคุณทำให้เค้าโกรธ เค้าไม่พอใจ วันนึงก็จะมีคนทำให้คุณโกรธ ไม่พอใจเช่นกันครับ

ถ้าคิดจะจากกัน อยากให้จากกันด้วยความรู้สึกดี ๆ ดีกว่าครับ
คนเราสัมพันธ์กันด้วยเวรกรรม ไม่ได้พบ ไม่ได้เจอกันด้วยความบังเอิญ
เจอกันก็เพราะกรรม จากกันก็เพราะกรรมครับ
ยิ่งคุณผูกกรรมไว้ด้วยการกระทำลักษณะจองเวร แบบนี้ วันนึงก็จะต้องพบกันด้วยลักษณะเช่นนี้อีกแหละครับ

ถ้าจะจากกันในชาตินี้ก็ขอให้จากกันดี ๆ เถอะครับ
โกรธเกลียดกันไปชาตินี้ ชาติหน้าไม่แน่ก็เจอกันลักษณะนี้อีกครับ
บันทึกการเข้า
กร
เกิดมาเพื่อจะเรียนรู้ทางที่จะไม่เกิดอีก
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 318



เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 29 พฤษภาคม 2008, 23:06 »

อ้างถึง
จะสงบใจเมื่อไหร่กันเนี่ยเรา

คุณวิ่งเข้าไปหาเรื่องให้ตัวเองวุ่นวายใจ
ที่ว่าหาเรื่อง ก็เพราะว่า การกระทำด้วยจิตใจที่มีโทสะ
ไม่ได้ปรารถนาดีอยากให้เขาสำนึกตัวจริง ๆ 

เหตุที่คุณใช้วิธีนี้ ก็เพราะคุณมองว่า ฝ่ายเขาเป็นคนผิด (ฝ่ายเดียว)
อ่านไป ยังรู้สึกถึงความรุ่มร้อน ไม่สบายใจ ไม่น่าเข้าใกล้
และเป็นชนวนให้ได้รับการกระทำที่ไม่ดีกลับมาเช่นกัน (ด้วยการที่เขาไม่ยอมคืนของให้คุณ)

ไม่ต้องถึงชาติหน้า ก็เห็นชัดแล้วว่า ผลจากการกระทำที่ทำไปมันทำให้คุณร้อนใจ ไม่สบายใจในทันทีเลยนะครับ

ครูบาอาจารย์ผม ท่านสอนว่า ความสุข เป็นเหตุใกล้ให้เกิดสมาธิ เมื่อเกิดสมาธิ จิตคุณก็สงบได้เอง
คุณวิ่งเข้าหาความร้อนแบบนี้ มันจะมีความสุขที่ไหนมาทำให้สงบได้ล่ะครับ
มีแต่ความอยากให้ได้อย่างนั้น อย่างนี้ ร่ำไป

ลองเปลี่ยนเป็นแบบนี้ดีมั้ยครับ มาคอยตามดู "นางมารร้าย" ในใจที่อยากโทร อยาก sms ไปสั่งสอนเค้า
ดูมันเฉยๆ แล้ว รู้มันเฉยๆ ดูกิเลสไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เห็นเองว่า "โห เรานี่มันนางมารแท้ๆ เลยนะ" 
ถ้าคุณรู้ได้ เห็นได้ จริงๆ คุณจะไม่ถูก "นางมาร" ครอบงำได้ 

ขออภัยที่ตอบแบบนี้ แต่ถ้าคุณไม่เห็นซะที ผมว่า ที่ทีมงานตอบ ๆ กันมาก็ไม่มีประโยชน์เลยล่ะครับ
ถ้าไม่พอใจคำตอบผม อย่าลืมดูความไม่พอใจที่เกิดขึ้นมาในใจด้วยนะครับ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 กรกฎาคม 2008, 23:39 โดย กร » บันทึกการเข้า

ไม่ว่าปัญหาอะไรเข้ามา เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
ทำใจไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำใจ
ปัญหามันก็อยู่ใต้ไตรลักษณ์ เกิดได้ก็ดับได้
namhom1
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 19


« ตอบ #22 เมื่อ: 3 มิถุนายน 2008, 14:44 »

ขอบคุณทุกๆ คนที่ให้ไอเดียอีกครั้ง ตอนนี้นางมารร้ายที่อยู่ในใจเราเริ่มแผลงฤทธิ์น้อยลงแล้ว พึ่งไปเคลียร์ของที่ติดอยู่กะแฟน (มีมูลค่าไม่เยอะหรอกแต่ทำใจไม่ได้ถ้าเค้าทิ้งๆ ขว้างๆ หรือให้แฟนใหม่เค้าเอาไปใช้ ส่วนของมีค่าจริงๆ เค้าก็ไม่ให้ซะงั้น) ผ่านมาได้สองวันละ แต่ซิมโทรศัพท์ที่มีเบอร์เพื่อนและใครๆ จำนวนมากยังไม่ได้มา เค้าไม่ยอมให้บอกว่าถือว่าแลกกันแล้ว เป็นสิทธิ์ของเค้าที่จะไม่ให้ จริงๆ เราแค่อยากได้เบอร์เพื่อนไปโหลดลงซิมใหม่เราก็เท่านั้น เค้ายังดันบอกว่าจะโทรหาใครก็ให้ถามเค้าเป็นคนๆไป (อะไรกันเนี่ย แต่ไม่อยากเซ้าซี้ละ ช่างมัน แต่เสียดายโดนตัดสังคมอีกเลยตรู) เพื่อให้ชัดเจนว่าเราจะไม่ยุ่งหรือก้าวก่ายเค้าอีก เค้าจะมีใครก็เรื่องของเค้า เค้าไม่ใช่ของเรา แต่รู้สึกว่าตัวเองยังซึมๆ อยู่ (เลิกโทรให้ spy ติดตามสถานการณ์เค้ากะผู้หญิงอื่นละ ขืนรู้เราก็เสียใจอยู่ดีถึงไม่ใช่แฟนแล้ว) แต่จะพยามทำใจให้ได้ รักเค้ามากๆ นะ แต่เค้าคงไม่รักเราเลยมั้ง ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีติดต่อเลย  วันที่เจอกันตอนคืนของหน้าก็ไม่สลดสักนิด ยังจะมากอดมาหอมแก้มเราก็สลัดและต่อว่าเค้าไปแรงเหมือนกันแต่หน้าพี่แกยังยิ้มๆ ทำเหมือนว่าเราเข้าใจผิดไปเอง (ช่างไม่ยอมรับอะไรซะเลย โธ่!!! ) ทุกวันนี้เราพยามลืมๆ กลางคืนก็สวดมนต์ทุกวัน หากิจกรรมทำ ทำนั่นทำนี่ไปเรื่อยๆ แต่ทำไมเราไม่เกลียดเค้าเลยนะ มีแว้บๆ คิดถึงตลอด แต่ก็ทำใจว่าเค้าไม่ใช่ของเราแล้ว  บางทีเจออะไรตื่นเต้น ขำๆ ก็อยากโทรไปเล่าให้เค้าฟังเหมือนเคยก็ทำไม่ได้แล้ว ผ่านไปในที่ๆ เคยไปด้วยกันก็ยังคิดถึงอยู่ ก็เลยคิดไปซะว่าชาติหน้าขอให้ได้รักกันใหม่ และอย่ามีอุปสรรคเลยนะ คิดถึง...........เสมอ .....
บันทึกการเข้า
namhom1
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 19


« ตอบ #23 เมื่อ: 16 มิถุนายน 2008, 14:22 »

ทำยังไงไม่ให้มันเศร้าดีน้า ยังนอนไม่ค่อยหลับเลย พยามหาหนังสือธรรมะ หนังสือสร้างแรงบันดาลใจหลายเล่มก็ช่วยได้บ้าง แต่ยังทำไม่ได้สักที ยังรู้สึกเศร้าๆ นอนไม่ค่อยหลับ ซึ่งทรมานมากค่ะ อยากหลุดพ้นจากอาการนี้เร็วๆ อาการนอนไม่หลับเนี่ย บังเอิญต้องนอนกับแม่ทุกคืน คือกลัวแม่รู้ว่าเรายังคิดอยู่ไม่เลิก แล้วเค้าจะเสียใจแทนเรา กลัวทำให้แม่เสียใจ เพราะปกติเราจะทำตัวร่าเริง ขำๆ ให้แม่เค้าสบายใจ (แต่เค้าคงรู้อาการแหงๆ) อยากเข้มแข็งกว่านี้ค่ะ เมื่อคืนไปกินเลี้ยงกะที่บ้านมาเค้าเปิดเพลงบางเพลงเราก็อดเศร้ากินข้าวแทบจะร้องไห้ แต่คงไม่มีใครรู้หรอก รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอเหลือเกินค่ะ
บันทึกการเข้า
aston27
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 261


« ตอบ #24 เมื่อ: 20 มิถุนายน 2008, 17:07 »

เห็นมั้ย..  ผมบอกคุณแล้ว
ว่าถ้าคุณยังมีชีวิตแบบเดิม คิดแบบเดิมๆ ไม่ยอมหัดรู้กาย รู้ใจตัวเอง

คุณอ่านสิ่งที่พวกเราบอกแนะนำ คุณก็แค่สบายใจได้สามวัน ห้าวัน อาทิตย์นึง
แล้วก็กลับไปวนอยู่ในวงจรเดิม

ไม่ทุกข์เพราะคนอื่น ก็ทุกข์เพราะตัวเอง
ตัวเอง ทำให้ตัวเองทุกข์ได้ เพราะไม่พอใจในสิ่งที่เป็น

เศร้า แล้วแทนที่จะรู้ทันว่าจิตมันเศร้า ก็ไหลไปเศร้ากับมัน
แล้วก็ไม่ชอบ อยากให้มันหายอยากหลุดจากมัน

ไม่ชอบ ก็กิเลส อยาก นี่ก็กิเลส ได้ตามรู้มันไหมครับ
อยากเข้มแข็ง ก็รู้ว่าอยาก ที่อยากเข้มแข็ง เพราะไม่ชอบสิ่งที่เป็นนั่นแหละ

เราบอกให้คุณรู้ทันใจตัวเอง เพราะคุณพูดเองว่าอยากหลุดพ้นจากอาการนี้
ถ้าคุณยังไม่ยอมรับ ยังพยายามดิ้นรนให้พ้นอาการ
คุณก็จะยังทุกข์อยู่อย่างนี้

เพราะจิตคุณปรุงกิเลสขึ้นมายังไม่พอ คุณเองก็ไปช่วยกิเลสปรุงอีกแรง

จิตปรุงกิเลส ไม่ใช่ปัญหา เพราะมันมีธรรมชาติปรุงแต่ง
แต่เรานี่แหละ ถ้าไปปรุงแต่งจิต พยายามทำ พยายามดิ้น ก็คือการไปปรุงแต่งจิตซะเอง

อยากพ้นจากความทุกข์ พระพุทธเจ้าบอกทางไว้แล้ว
ว่าต้องตามรู้กาย ใจ อย่างเป็นปัจจุบัน ไม่แทรกแซง

จะรู้อย่างไม่แทรกแซง ก็ต้องยอมรับมันก่อน ว่าจิตมันเป็นของมันอย่างนั้นเอง
มันไม่ได้เป็นอย่างที่เราอยาก อย่างที่เราชอบหรอก

เทียนจะสว่าง ก็เพราะมีไฟไปแตะใส้เทียน ไม่ใช่เพราะเราอยากให้เทียนสว่าง
เทียนจะดับ ก็เพราะไม่มีอ็อกซิเจนไปเผาไหม้ ใส้เทียนหมด หรือลมแรง
ไม่ใช่เพราะเราอยากให้ดับ แล้วมันจะดับ

นี่แหละที่เราเรียกว่า ทุกอย่างมันเกิดเพราะเหตุและปัจจัย
ไม่ใช่เกิดตามความอยากของเรา หรือของใคร

มีเหตุ ก็เกิด หมดเหตุ ก็ดับ ทุกเรื่องทุกอย่างในโลกนี้เป็นแบบนี้นะ

อยากพ้นทุกข์ ก็ต้องดับเหตุแห่งทุกข์ ไม่ใช่นั่งๆนอนๆ อยากพ้นแล้วมันจะพ้น
เหตุแห่งทุกข์ คือความเห็นผิดคิดว่ามีตัวตน มีตัวเรา ตัวเขา

เมื่อเห็นผิดว่ามีตัวตน ก็มีความรัก ความยึดมั่นใน "ตัวเรา" "ของเรา"
ถ้าสงสัย อยากรู้ว่าผมมั่ว หรือพระพุทธเจ้าโม้หรือเปล่า ก็ลองพิสูจน์ดูนะ

พระพุทธเจ้าท่านบอกวิธีว่า จะเห็นถูกได้ ก็พิสูจน์ได้ด้วยการรู้กายรู้ใจนี่แหละ
รู้แล้วจะเห็นว่า เวลาจิตมันจะทุกข์ มันก็ทุกข์ของมันเอง
มันจะสุข มันก็สุขของมันเอง เราไม่ได้เป็นคนสั่ง ไม่ได้กำหนด ให้สุขหรือทุกข์

เห็นบ่อย แล้วจิตจะค่อยๆฉลาดขึ้น โง่น้อยลง
โง่น้อยลง ก็ทุกข์น้อยลงโดยลำดับ

ลงมือทำนะครับ อย่าเอาแต่บ่น
ถ้าการบ่นทำให้คนพ้นทุกข์ได้ ข้างบ้านผมคงมีพระอรหันต์กันหลายองค์แล้ว 

ถ้ายังงงกับวิธีปฏิบัติ ไปโหลดไฟล์เสียงหลวงพ่อมาฟังนะ
ลิงค์มีอยู่เยอะแยะ ในเว็บนี้ ช่วยตัวเองหน่อย

 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!