แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
23 ตุลาคม 2019, 01:42 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๐๖๖ ช่วยด้วยค่ะ - - - ไม่รู้เวรกรรมอะไร  (อ่าน 19043 ครั้ง)
chompu
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 7


« เมื่อ: 14 มีนาคม 2008, 16:31 »

สวัสดีค่ะ...พู่ขอคำแนะนำด้วยนะคะ

พู่ไม่เคยเข้าใจใจตัวเองเลยว่าอันไหนรักแท้ อันไหนรักลวง แม้แต่ตอนพิมพ์ก็ลำดับความคิดไม่ถูกมันสับสนไปหมด

พู่เรียนจบมาทำงานได้ 5 ปี แล้ว ตอนนี้อายุ 30 ปี  สมัยเรียนคบกับแฟนที่เป็นทอมตั้งแต่อายุ 15 คบได้ 15 ปีแล้ว
ครึ่งหนึ่งของชีวิตค่ะ... ผ่านสุข เศร้ามาด้วยกันก็มาก ฝ่าฟันหลายอย่างกว่าครอบครัวจะยอมรับ แฟนไม่มีปัญหาเรื่องเจ้าชู้เลย
แต่ความที่อยู่กันนาน ความรู้สึกพู่ค่อย ๆ ลดลงไม่วูบวาบ หวาน เหมือนแรก ๆ เหมือนเพื่อนไปมากกว่า แต่อยู่เพราะเขารักเรา
และเอาใจทุกอย่าง เขาบอกว่าถ้ามีใครขอให้บอกอย่าโกหก ถ้ามีอนาคตที่ดีก็ให้ไป

ตอนเริ่มทำงานได้ 2 ปี ชอบพอกับคนที่ทำงาน รู้ว่าเขามีครอบครัวแล้ว (ไม่มีลูก) แต่ห้ามใจไม่ได้ รักหลงมาก
เพราะไม่เคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อน สุดท้ายเราหึงมากไป ต้องเลิกกัน แต่จากกันด้วยดี  แฟนทอมรู้เรื่อง เพราะพฤติกรรม
เราเปลี่ยนไป เขายกโทษ และอภัยให้ทุกอย่าง

พักใหญ่ ๆ มีผช. คนใหม่มาติดพันเป็นคนในบ. เข้ามาในทำนองหมาหยอกไก่ บอกว่าเลิกกับเมียแล้ว มีปัญหากัน
คอยมาพูด เช้าถึงเย็นถึง จนเราใจอ่อน คุยด้วย จากที่อกหักมาจิตใจก็อ่อนแออยู่แล้ว จึงหลวมตัวง่าย ๆ จากที่ไม่รัก
ก็กลายเป็นรักมาก

วันหนึ่งได้รู้ว่าเขามีปัญหากันจริง ได้แยกกันอยู่จริง แต่หลังจากคบเราได้สักพัก เขากลับไปดีกันและอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม
เราอยู่ในสภาพกลับตัวก็ไม่ได้  ให้เดินต่อไปก็ไม่ถึงอีกแล้ว  ทนคบไปอย่างนี้เพราะรัก คบได้ 2 ปี ในที่สุดเขาต้องออกไปทำธุรกิจส่วนตัว เราก็ยอมตัดใจ เพราะรู้ว่าไม่มีทางที่จะยื้อต่อไปได้แล้ว เรื่องก็จบลง ด้วยความช้ำใจของเราคนเดียว (รู้ค่ะว่าเราทำตัวเอง)

พู่เริ่มไม่เข้าใจในชีวิตตัวเองแล้วว่าทำไมถึงมีแต่ ผช. ที่มีครอบครัวแล้วเข้ามายุ่งเกี่ยวให้เราต้องช้ำใจเสมอ


อกหักอยู่ครึ่งปี มีพนักงานเข้ามาใหม่มาชอบพู่ พู่บอกเขาเกี่ยวกับตัวพู่ทุกอย่าง เขาบอกว่าเขารับได้ และก็จริงตลอดเวลาที่คบกัน 2 ปีเขาไม่เคยรื้อฟื้นเลย  แต่ที่ซ้ำรอยเดิมคือ เขามีแฟนแล้ว และอยู่ด้วยกันมา 7 - 8 ปี (ไม่ได้แต่งงาน ไม่มีลูก)
ตอนแรกพู่ตั้งใจคบเล่นแก้เหงาไม่คิดจริงจังอะไร แต่ด้วยความที่เขาเอาใจใส่เรา การแสดงออกที่ทำให้เราคิดว่าเขารักเรา
มันทำให้พู่ใจง่าย จนมันต้องกลายเป็นวงจรวัฎจักรเดิม ๆ อีก แต่คนนี้ช้ำที่สุด เพราะสร้างฝ้น อนาคตไว้ด้วยกันเยอะ
(ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ผู้ชายของเรานี่แหละ) เขาบอกตลอดว่ามีปัญหากับแฟน จะอยู่ด้วยกันอีกไม่นาน  ไม่ได้เริ่มต้นกันด้วยความรัก

วันหนึ่งเรื่องรู้ถึงแฟนเขา ทำให้เขาต้องย้ายไปทำงานที่อื่น เขาบอกว่าจะยังติดต่อเราและจะรักเราตลอดไป ขอเวลาอีก 1 ปี
จะมีแค่เราคนเดียว เราก็คบกันลุ่ม ๆ ดอน ๆ พู่กลัวเขาเปลี่ยนไป ก็คอยหึงหวงเขากับแฟนของเขาตลอด ทะเลาะกันเรื่อย
บางทีอยากเลิกกันไปให้จบปัญหาก็ทำใจไม่ได้เพราะรักมาก คิดกระทั่งว่ายอมตกนรกหมกไหม้

วันนึงมีเหตุการณ์บางอย่างทำให้ต้องทะเลาะกัน พู่ตัดใจแล้วว่าต้องเลิกกัน และลบเบอร์ทิ้ง ทำให้ติดต่อเขาไม่ได้
และเขาก็ไม่ได้โทรหาพู่มา 1 เดือนแล้ว  ทุกวันนี้จิตใตฝ่ายดีฝ่ายชั่วสลับกันทำงาน หักล้างกันตลอด
ใจหนึ่งก็ยังรอ อยากให้เขาโทรมา อยากคืนดีกัน ในส่วนดีก็บอกให้ลืมเสีย อย่าทำให้ทุกข์ ไปกว่านี้เลย

พู่ไม่เข้าใจเวรกรรมอะไร ถึงทำให้เป็นแบบนี้ คนที่เรารักถึงมีเจ้าของทุกที ถ้าแฟนที่เป็นทอมเป็นผช. คงได้แต่งงานมีลูก
กันไปแล้วเขาดีกับเรามาถึง 15 ปี แต่เราไม่ได้รักวูบวาบ หวั่นไหวเหมือนแฟนแล้ว รู้แต่ว่าเขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิต

พู่สับสนมากค่ะ ช่วยด้วยค่ะควรจะทำใจอย่างไรดี ทำไมถึงโง่เง่า ยังรอให้เขากลับมา และคิดว่าเขาเป็นคู่อีก
พู่ควรจะหยุดความรักไว้แค่นี้ดีไหม...พู่มีเนื้อคู่ที่แท้จริงเหมือนคนอื่นเขาหรือเปล่า

ช่วยสงเคราะด้วยเถอะค่ะ รบกวนด้วยนะคะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 มีนาคม 2008, 22:53 โดย Aims » บันทึกการเข้า
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« ตอบ #1 เมื่อ: 14 มีนาคม 2008, 22:53 »

ขออนุญาตตรวจดวงเฉพาะดวงคุณนะคะ
ขอเวลาเกิดด้วยค่ะ 
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
Kesara
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวดวงใหม่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 29


« ตอบ #2 เมื่อ: 14 มีนาคม 2008, 23:04 »

คุณพู่ลองอ่านบทความเหล่านี้ดูนะคะ เชื่อว่าคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยค่ะ 

เนื้อคู่มีจริงหรือไม่
http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=194.0

จะรู้ได้อย่างไรว่าใช่เนื้อคู่?
http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=199.0

ทำไมถึงเจอแต่เรื่องรักสามเส้า?
http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=242.0
บันทึกการเข้า
Supranee
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 88


« ตอบ #3 เมื่อ: 15 มีนาคม 2008, 08:50 »

อ้างถึง
ตอนแรกพู่ตั้งใจคบเล่นแก้เหงาไม่คิดจริงจังอะไร


เราไม่คิดจริงจังในการคบหากับเขาก่อน  เขาก็คงจะคิดแบบเดียวกันนี่แหละ แต่พอคบเล่นๆ ไปสักพัก  คุณเกิดไปหลงรักเขาเข้า  แต่เขาไม่หลงรักคุณเพราะเขามีแฟนอยู่แล้ว  คุณถึงซ้ำใจไม่จบสิ้นเป็นวิบากกรรมของการผิดศีลข้อ 3 ซ้ำๆ นั่นแหละ 

จะว่าไปแล้วคุณก็มีแฟนอยู่แล้วถึงเขาจะเป็นทอม  ตามที่คุณเล่าคุณคบกับเขาแบบแฟน  และยังไม่ได้บอกเลิกกันนะ

อ้างถึง
แต่ความที่อยู่กันนาน ความรู้สึกพู่ค่อย ๆ ลดลงไม่วูบวาบ หวาน เหมือนแรก ๆ เหมือนเพื่อนไปมากกว่า แต่อยู่เพราะเขารักเราและเอาใจทุกอย่าง เขาบอกว่าถ้ามีใครขอให้บอกอย่าโกหก ถ้ามีอนาคตที่ดีก็ให้ไป

นี่แหละคนที่รักคุณจริง  คุณกลับมองไม่เห็นค่า  หลังจากอยู่กับคู่ครองแม้ว่าจะเป็นคนละเพศ  ผ่านไป 15 ปี  ความรักก็ไม่วูบวาบ หวานเจี๋ยบเหมือนปีแรกๆ หรอกนะจะบอกให้  แต่ความเป็นเพื่อนเข้ามาแทนที่  เพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน  ให้อภัยกันและซื่อสัตย์ปรารถนาดีต่อกัน  ถ้าคุณมองหาความรักแบบวูบวาบหวานแหวก็ต้องเปลี่ยนคู่หาใหม่อยู่เรื่อยๆ เพราะคุณก็จะไปพบชายที่มองหาความรักแบบเดียวกัน 

เรื่องที่ผ่านมาแล้วนั้นแก้ไขไม่ได้  แต่จำไว้เป็นบทเรียนคอยเตือนตน  อนาคตเราจะได้ไม่เดินไปสู่วงจรนั้นอีก เริ่มจากการรักษาศีลทั้ง 5 ข้ออย่างมั่นคงหนักแน่น   แล้วศีลจะรักษาคุณค่ะ 
บันทึกการเข้า
chompu
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 7


« ตอบ #4 เมื่อ: 15 มีนาคม 2008, 09:33 »

พู่เกิด เวลา xxx วันที่ xxx ค่ะ

ขอบคุณมากนะคะสำหรับทุกคำตอบที่พอจะชี้แนวทางสว่างให้ ขอบคุณจริง ๆค่ะ


***บังวัน-เวลาเกิดให้นะคะ***
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 มีนาคม 2008, 20:05 โดย Kesara » บันทึกการเข้า
chompu
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 7


« ตอบ #5 เมื่อ: 15 มีนาคม 2008, 16:16 »

คุณหมอเอมคะ....

พู่ขอถามอีกคำถามเดียว...ได้โปรดอย่าว่าเลยนะคะว่าโง่งมงาย

อยากทราบจริง ๆว่า แฟนคนสุดท้าย เป็นเนื้อคู่ของพู่หรือเปล่าคะ (ตามหลักโหราศาสตร์)
หรือแค่คนผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเท่านั้น พู่เข้าใจมาตลอดว่าเรารักกันจริง และจะมีโอกาสอยู่ด้วยกัน

แต่ถ้าไม่ใช่พู่จะได้หูตาสว่างเสียที  ตัดอกตัดใจให้มันแล้วเรื่องไปเสีย ไม่ต้องมาหวังลม ๆ แล้ง กันอีก

เขาเกิด 21 เมษายน  2526 ค่ะ ข้อมูลที่ให้ตอนแรกผิดค่ะ อันนี้คือวันที่ถูกต้อง

ขอรบกวนและขอบพระคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
kookkai
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 153


« ตอบ #6 เมื่อ: 15 มีนาคม 2008, 20:31 »

สวัสดีค่ะ คุณ พู่ 

เป็นคู่หรือไม่เป็นคู่ไม่สำคัญ เท่า อยู่ด้วยกันแล้วจะเป็นยังไงนะคะ
ถ้าเค้าเป็นเนื้อคู่ แต่อยู่ด้วยกันคุณจะมีความทุกข์ ร้อนรน แบบนี้ไปเรื่อย ๆ
ต้องหลบ ๆ แฟนเก่าเค้า ไปตลอด
แบบนี้ ไหวไหมคะ   

ตอนนี้กำลังกังวล และ สับสนอยู่นะคะ 
นั่งนิ่ง ๆ แล้ว หายใจเข้าออกช้า ๆ ลึก ๆ สัก 3 รอบ
ทำตอนนี้ รู้ ตอนนี้เลยค่ะ ว่า มันจะมีสติ มากขึ้น ใจอยู่กะเนื้อกะตัวมากขึ้น
แล้วค่อย ๆ นึกตามดูนะคะ

อะไรก็ตาม ที่ส่งผลให้เกิดเรื่องไม่น่าพอใจ
มันไม่ใช่การกระทำที่ดีแน่นอนค่ะ

อกุศลกรรม ก็จะส่งผลเป็น วิบากร้าย ๆ

ตอนนี้ สิ่งที่กำลังทำอยู่
ถ้ายังผิดศีลอยู่ ทำเรื่องที่ ไม่ดี อยู่
ผลกรรม มันก็จะกระหน่ำ ซัมเมอร์ เซลล์ 
ให้วิบากร้าย ๆ ที่ เจอ มันยิ่งกว่าเดิมนะคะ
ช่วยกันฉุดให้ตกต่ำ ฟุ้งซ่าน วกวน ยิ่งกว่าเดิม

การที่เราจะฝืนกรรมร้าย ๆ ฝ่าวิบาก
แรก ๆ มันก็ต้องมีแรงต้าน
มีอะไรมาบีบคั้นจิตใจ อยากจะให้กลับไปทำอีก
ยิ่งเคยทำเค้าไว้มาก มันก็ยิ่งบีบใจเรามาก

แต่ถ้าฝืนทำจนสำเร็จครั้งหนึ่ง
ครั้งต่อไปมันก็จะง่ายขึ้นเรื่อย ๆ
และในที่สุด เราก็จะทำได้แบบไม่ยากเย็นอะไร

ถ้าอยากให้สิ่งดี ๆ เกิดในชีวิต ก็ต้องทำชีวิตให้ดี ๆ ก่อน
ด้วยเครื่องมือ คือ ทาน ศีล และ ภาวนา ค่ะ

 
 
เป็นกำลังใจให้นะคะ
ขอให้ผ่านช่วงเวลาร้าย ๆ นี้ไปได้ โดยที่ยังรักษาศีลได้ครบทุกข้อ


บันทึกการเข้า
chompu
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 7


« ตอบ #7 เมื่อ: 16 มีนาคม 2008, 12:50 »

ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำของทุกท่าน พู่จะลองปฏิบัติดูนะคะ 

อันดับแรกพู่คงต้องหักห้ามใจไม่ให้คิดถึงเขา... เรื่องมันผ่านมาแล้วก็ต้องรับมันให้ได้ใช่ไหมคะ

คือพู่อยาก ปฏิบัติธรรม ทั้ง ทาน ศีล ภาวนา แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนก่อน

ยอมรับค่ะว่า เป็นคนไกลวัดไกลวา ปี ๆ หนึ่งเข้าวัดไม่ถึง 5 ครั้ง เพราะเป็นคนอย่างนี้ถึงใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล

(รู้ตัวดีค่ะและสำนึกด้วย)  การทำทาน ทำบ้างเมื่อมีโอกาส ศีล พยายามจะไม่ผิดศีล 5

แต่เรื่องภาวนา ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนจริง ๆ ค่ะ หมายถึง สวดมนต์ หรือ นั่งสมาธิก่อนนอน ใช่ไหมคะ

ถ้าจะสวดต้องสวดบทไหน.....ถ้านั่งสมาธิต้องรำลึกถึงอะไร เป็นเวลากี่นาที ใช้เวลาก่อนนอน หรือ ตอนเช้าดีคะ

แล้วถ้าเราอยากแผ่เมตตาเวลาเราทำบุญ หรือปฏิบัติธรรม ให้แฟนเก่าของเราให้เขารู้สึกนึกถึงเราในทางที่ดี

เราทำได้ตอนไหนคะ.....

พู่ขอรบกวนด้วยค่ะ  นึกว่าโปรดสัตว์นะคะ  พู่อยากปฏิบัติให้ได้ค่ะ.... ไม่อยากเจ็บช้ำใจอีก

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
บันทึกการเข้า
sittnn
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 185



« ตอบ #8 เมื่อ: 16 มีนาคม 2008, 14:12 »

แต่เรื่องภาวนา ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนจริง ๆ ค่ะ หมายถึง สวดมนต์ หรือ นั่งสมาธิก่อนนอน ใช่ไหมคะ

คุณชมพู่ลองฟังเทศน์ของพระอาจารย์ปราโมทย์เรื่องการเจริญภาวนาตามลิ้งค์นี้นะครับ
http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=341.msg659#msg659

ส่วนถ้าต้องการสวดมนต์ทำใจให้สงบก็ลองดูตามลิ้งค์นี้นะครับ
http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=391.0

 
บันทึกการเข้า

เมื่อบุคคลเอาจิตใจค้นคว้าพิจารณาไปทั่วทิศ
ย่อมไม่เห็นใครเป็นที่รักยิ่งไปกว่าตนเอง

ในที่ใดๆ ก็ตาม ตนนั้นแหละเป็นที่รักอย่างมาก ผู้อื่นก็เช่นกัน
ฉะนั้น ผู้ที่รักตนไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น แม้กระทั่งมด ปลวก
wilasinee
ดาวส่องทาง
ดาวดวงใหม่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 5



« ตอบ #9 เมื่อ: 16 มีนาคม 2008, 17:06 »

อ่านแล้วสะดุดใจตรงคำถามสุดท้ายของความเห็นแรกค่ะ
..พู่มีเนื้อคู่ที่แท้จริงเหมือนคนอื่นเขาหรือเปล่า..
สะดุดใจตรงคำว่า "เหมือนคนอื่น"

อยากให้คุณพู่ลองขยายความคำว่าเหมือนคนอื่นว่าเหมือนอย่างไร
(ตอบในใจก็ได้นะคะ คนถามไม่ได้ถามเพื่อต้องการคำตอบ  :) )

คนเรามักจะมี Roll Model เป็นของตัวเองแบบไม่รู้ตัว
เช่นพอเข้าใจว่าโตขึ้นมาควรมีคู่ชีวิต
อยากได้คู่ชีวิตแบบไหน ส่วนใหญ่ถ้าครอบครัวอบอุ่น
ผู้หญิงก็อยากมีหัวหน้าครอบครัวที่นิสัยเหมือนพ่อ
ผู้ชายก็อยากมีภรรยาที่นิสัยเหมือนแม่
แต่หลายๆคนถูกยัดเยียดจากละคร/นิยายประโลมโลก
ว่าทุกคนต้องมีคู่แท้ หาในชีวิตจริงไม่ได้ก็พบในความฝัน
แล้วหวังว่าสักวันตื่นมาจะได้พบเขาอยู่ข้างๆ

บางคนฝันอยู่อย่างนั้นจนตายไปอย่างไร้ค่าก็มี

เวรกรรมที่สร้างให้เราเป็นเรา
ให้เรารักคนที่มีเจ้าของ ให้เราไม่รักไม่ถนอมคนที่รู้สึกดีต่อกันมานาน
แม้จะโหดร้ายแบบกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์บ้าง (^^ เลียนแบบหมอกุ๊กไก่)
แต่เขาก็ยังมีจังหวะให้เราได้หายใจ ได้หันมาพบธรรมะได้
วันนึงอาจต้องหันไปขอบคุณเวรกรรมนั้นๆเสียอีกนะคะ :)

ถ้าคุณชมพู่มีโอกาสพูดคุยกับนักปฏิบัติหลายๆคน
จะพอทราบว่าคำว่า Soul Mate หรือคู่แท้ เป็นแค่สับเซตของคำอยู่คำนึง
ถามใครก็พยักหน้าหงึกๆทั้งนั้นค่ะ คำนั้นอยู่ในประโยคสั้นๆ ที่ว่า...

รักแท้น่ะมีจริง แต่ที่จริงยิ่งกว่านั้นคือ..."กิเลส"

เชื่อหรือไม่ หลายคนเขาพิสูจน์ดูด้วยการภาวนาค่ะ :)
(เป็นเครื่องล่อใจอีกอย่างหนึ่ง คือรู้ว่าคุณชมพู่ต้องการปฏิบัติภาวนาอยู่แล้ว
แต่ช่วยให้กำลังใจว่า ไม่เพียงแต่ภาวนาแล้วช่วยลดความทุกข์ทางใจได้
แต่ยังสามารถลดแรงกรรมที่กระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ได้ด้วย)

คงแนะนำเรื่องการภาวนาให้ได้ไม่มาก แต่ก็ขอเอาใจช่วยค่ะ 

บันทึกการเข้า
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« ตอบ #10 เมื่อ: 21 มีนาคม 2008, 00:36 »

เท่าที่ตรวจดวงมา คุณ chompu เป็นคนใจอ่อน คิดมาก
หวั่นไหวง่าย ขี้หึง ขี้วิตกกังวล ฯลฯ ทำนองนี้นะคะ


ชีวิตคุณมีเรื่องชู้สาวเรื่อยๆ แต่มันไม่มีคุณภาพ (ขออภัยนะคะ ว่าตรงๆ)
คุณจะเจอคนเข้ามาทดสอบเป็นระยะๆ ค่ะ ว่าจะตามกิเลสไปอีกไหม
กรรมเก่าก็เคยเจ้าชู้ ทำผิดศีลข้อ ๓ มาไม่ใช่น้อยนะคะ
ชีวิตคู่ที่ผ่านมา โดยมากมีการได้เสียกันแบบไม่ถูกต้อง
ผิดซ้ำรอยเดิมที่เคยทำๆ ไว้


คือ อยากให้หยุดเสียเถอะค่ะ
ทำแบบนี้ไปมันไม่ทำให้ชีวิตเจริญได้เลย
มีแต่ดิ่งลงไปเรื่อยๆ สงสารตัวเองบ้างค่ะ


ลองอ่านบทความนี้นะคะ
http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=202.0


อยากให้ลองฟังซีดี ตามที่คุณ sittnn แนะนำ

http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=341.msg659#msg659


เลือกฟัง วันพฤหัสที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๙(๑)

มีที่ท่านเล่าถึงพระอานนท์ เกี่ยวกับโทษของการผิดศีลข้อ ๓ ค่ะ


พู่กลัวเขาเปลี่ยนไป ก็คอยหึงหวงเขากับแฟนของเขาตลอด ทะเลาะกันเรื่อย
บางทีอยากเลิกกันไปให้จบปัญหาก็ทำใจไม่ได้เพราะรักมาก คิดกระทั่งว่ายอมตกนรกหมกไหม้


นรกน่ากลัวกว่าที่คุณคิด อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลยค่ะ
วันนี้ยังมีร่างกายเป็นมนุษย์ ทำความดีอะไรได้ รีบทำซะ
อย่าปล่อยให้ถึงวันที่ไม่โอกาสได้ทำอะไรอีกแล้วค่ะ 


โชคดีนะคะ 



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มีนาคม 2008, 01:08 โดย Aims » บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
chompu
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 7


« ตอบ #11 เมื่อ: 21 มีนาคม 2008, 15:30 »

ขอบคุณ คุณ sittnn ค่ะ  สำหรับลิ้งค์การสวดมนต์ทำให้ใจสงบ ได้ลองปฎิบัติดูแล้วค่ะ พยายามจะทำให้ได้ทั้งเช้าและเย็น แต่ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าคืนไหนที่สวดมนต์ คืนนั้นจะนอนหลับไม่ค่อยสนิท หลับ ๆตื่น ๆ  เป็นไปได้ไหมคะที่คือ...
ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดีที่สวดมนต์เสร็จแล้ว พู่ก็จะอธิษฐานขอให้บุญที่ได้สวดภาวนานั้น ขอมอบให้เจ้ากรรมนายเวร สรรพสัตว์
ฯลฯ มีความสุข และขอให้แฟนเก่ามีความสุขและคิดถึงตัวพู่เองในทางที่ดีและเป็นสุข (แต่ไม่ได้ขอให้คืนดีกันนะคะ)
มันเหมือนเป็นการภาวนาที่ไม่บริสุทธิ์ใจไหมคะ...คือขอพรเยอะเกินไป เลยทำให้นอนไม่หลับ หรือในทางที่ถูกต้องเวลาเราสวดมนต์เสร็จแล้วไม่ควรจะขอใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ทราบว่าเกี่ยวกันไหม

ขอบคุณ คุณ wilasinee ค่ะ    สำหรับกำลังใจ ทำให้พู่หันมามองตัวเองมากขึ้น

ขอบคุณ คุณหมอ aims มากนะคะ   สำหรับคำแนะนำ พู่จะพยายามหยุดกรรมเก่าและจะไม่สร้างกรรมใหม่ค่ะ

ตลกดีไหมคะ พู่เริ่มภาวนาได้ไม่ถึงอาทิตย์ ก็มีบททดสอบเข้ามาแล้ว แฟนคนที่สอง ที่จากกันด้วยดี ที่เลิกกันไปเพราะออกไปทำธุรกิจส่วนตัว ไม่ได้ติดต่อกันมา 4-5 เดือน(เลิกกันไป 3 ปีแล้ว แต่คุยกันอยู่ด้วยความผูกพัน ห่วงใย)
พยายามโทรหา ติดต่อพู่อีกหลาย ๆ ครั้ง เพื่ออยากบอกว่าคิดถึง บอกว่าตั้งใจว่าอยากเลิกติดต่อกับพู่
แต่ทำได้นานที่สุดก็แค่นี้  พู่ก็บอกว่าอย่ารู้สึกกันแบบนี้อีกเลย เป็นเพื่อนที่ดีกันดีกว่า แหม มารเข้ามาล้อเล่นกับพู่
ไวจังนะคะ

ขอบคุณ คุณ kesara  , คุณ supranee , คุณ kookkai  สำหรับบทความดี ๆ  และคำแนะนำที่ทำให้หันมามองดูตัวเองให้มากขึ้น ขอบคุณจริง ๆ ทุกๆ ท่านค่ะ พู่ดีใจจริง ๆ ที่ได้เข้ามาอยู่ในครอบครัวแสงดาวส่องทาง ได้พบมิตรที่ดีที่มีอยู่จริงในโลกไซเบอร์  และยินดีที่ได้รู้จักกับทุกๆ ท่าน ที่ไม่ได้เอ่ยชื่อด้วยนะคะ

อ้อ... ขอสอบถามอีกเรื่องนะคะการภาวนาบทไหนคะที่สามารถลดแรงกรรมได้เหมือนที่คุณ wilasinee ได้บอกไว้ ถ้าท่านใดพอจะแนะนำวิธิปฎิบัติธรรมสำหรับมือใหม่อย่างพู่ได้ ก็ขอคำแนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

 


** แก้ไขเพิ่มหมายเลขกระทู้ครับ**
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มีนาคม 2008, 15:40 โดย aston27 » บันทึกการเข้า
aston27
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 261


« ตอบ #12 เมื่อ: 21 มีนาคม 2008, 16:15 »

  ปกติสวดมนต์แล้วมีแต่ทำให้ใจสงบรำงับ นอนสบาย
แต่ที่คุณได้ผลเป็นความฟุ้งซ่าน ผมไม่แน่ใจ

ประเมินสถานการณ์ได้ว่า คุณมีธรรมชาติฟุ้งซ่านง่าย
ชอบคิดมาก แล้วพอสวดมนต์แทนที่จะสงบจิตสงบใจอยู่กับบทสวด ได้ปฏิบัติสมถะ
หรือดูความเคลื่อนไหวของจิต เห็นการเปลี่ยนแปลงจากสภาวะหนึ่งไปอีกสภาวะหนึ่ง คือได้ปฏิบัติวิปัสสนา

ก็เอาแต่คิด หวัง ฟุ้งไปในความคิดจากการสวด
ผลที่ได้ เลยกลายเป็นความฟุ้ง เลยนอนหลับยาก

อันนี้จะตอบคำถามอันท้าย ที่คุณถามว่า การภาวนาบทไหนลดแรงกรรมได้
ผมแอบเดาว่า คุรเข้าใจไปว่า ภาวนา แปลว่าสวดมนต์

จริงๆ ภาวนา แปลว่า "ทำให้เจริญ"
ในการปฏิบัติธรรม เราไม่ได้ทำภาวนาอะไรเกินไปกว่า เจริญสติภาวนา 

คือทำให้สติเจริญยิ่งๆขึ้น ด้วยการหมั่นคอยสังเกต รู้สึกตัว
รู้สึกถึงการมีอยู่ของกาย รู้สึกถึงการมีอยู่ของใจ
รู้ลงปัจจุบัน รู้เท่าที่รู้ได้ รู้อย่างเป็นกลาง รู้แล้วไม่แทรกแซง ไม่ดัดแปลง

ทำบ่อยๆ ทำเนืองๆ จนจิตมันเกิดการระลึกรู้กายใจขึ้นได้เอง
แล้วสติตัวที่เกิดเอง เพราะจิตมันจำสภาวะได้ มันจะค่อยๆสอนธรรมะให้เรา

สอนว่า กายนี้ ใจนี้ มีแต่สภาวะที่เป็นชั่วคราว
กายนี้ ใจนี้ ไม่ใช่ของนิ่ง ไม่คงที่
และกายนี้ ใจนี้ ไม่ใช่ตัวเรา บังคับให้เป็นอย่างใจเราต้องการไม่ได้

เช่นกายจะปวด จะเมื่อย จะเจ็บ จะแสบ เราบังคับมันไม่ให้รู้สึกได้ไหม  ไม่ได้ใช่ไหมครับ
เช่น กายจะเสื่อม จะแก่ ผมจะขาว จะร่วง ผิวจะแห้ง จะเหี่ยว เราบังคับไม่ให้มันเป็นได้ไหม  ไม่ได้ใช่ไหมครับ

วันที่ใจมันจะสุข เราจะสั่งให้มันทุกข์ ก็ไม่ง่าย
วันที่ใจมันจะทุกข์ เราไปสั่งให้มันสุขขึ้นมาเดี๋ยวนั้นได้ที่ไหน

นี่คือปัญญา ที่จะได้จากการเจริญสติภาวนา รู้กาย รู้ใจ อย่างที่มันเป็น
แล้วจะเห็นว่า ทุกอย่าง ก็ของชั่วคราว

สุขก็ชั่วคราว ทุกข์ก็ชั่วคราว  ไม่มีอะไรเป็นสาระ
เรื่องขำๆ ก็ชั่วคราว เรื่องน่าสลดก็ชั่วคราว ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน

นี่คือกระบวนการเรียนรู้ธรรมะ โดยการอาศัยสติเป็นเครื่องมือรู้กาย รู้ใจ
ภาษาแขกเรียกว่า วิปัสสนา หรือจะเรียกเจริญสติภาวนา ก็ได้

ส่วนการภาวนา ถ้าเรียกสั้นๆ อาจจะเป็นได้ทั้งสมถะ หรือวิปัสสนา
เช่นการเจริญสมาธิภาวนา  คือการทำให้สมาธิเจริญขึ้น

เป็นเรื่องของการทำจิตให้สงบ มีกำลัง ได้พักผ่อน ภาษาแขกเรียกว่าทำสมถะ
ส่วนมากที่ทำๆกันตามวัด คือทำสมถะ  แต่มักจะเข้าใจว่าเป็นวิปัสสนา

สังเกตไหมครับ ว่าเวลาพูดว่าไปวัดเพื่อเรียนวิปัสสนา จะแปลกันว่าไปนั่งสมาธิ
ซึ่งเป็นความคลาดเคลื่อนที่น่าวังเวงใจมากสำหรับชาวพุทธ

เพราะในโลกนี้ ไม่มีศาสนาอื่น สอนเรื่องวิปัสสนา เรื่องเจริญสติ
มีแต่พุทธเท่านั้น แต่เรากลับเลือกจะสนใจ ให้ความสำคัญ
กับสิ่งที่ศาสนาไหนก็มี อย่างการทำสมาธิ แล้วไม่ศึกษาเรื่องหลักวิปัสสนาจริงๆ

สมัยก่อน ครูบาอาจารย์สอนให้เริ่มภาวนาด้วยการนั่งสมาธิมาก
เพราะยุคก่อน จิตใจคนไม่เหมือนคนสมัยนี้ เพราะสังคมมันแตกต่างกัน

สมัยก่อนโน้น พวกเราเป็นสังคมเกษตรกรรม ชีวิตมันเรียบง่าย ไม่โลดโผน
สมัยนี้มันยุคอุตสาหกรรม ชีวิตมีการแข่งขันสูง สบายกาย แต่ลำบากจิต

คนสมัยก่อนจึงเหมาะกับการเจริญสติด้วยการพิจารณากาย
ซึ่งจำเป็นจะต้องอาศัยสมาธิขั้นสูง ที่เรียกว่า ฌาน
เริ่มต้นจึงต้องนั่งสมาธิเป็นสำคัญชนิดเอาเป็นเอาตาย

ไปๆมาๆ เลยเข้าใจกันไปผิดๆว่า วิปัสสนา คือการนั่งสมาธิ
ส่นไอ้ภาวนา ก็กลายเป็นเรื่องการสวดมนต์ไป
เพราะไปสับสนกับคำว่า ภาวนา อ้อนวอน ในศาสนาอื่นๆ

อธิบายมายาวที่สุดตั้งแต่เคยทำมาในชีวิต
เพียงเพื่อจะบอกว่า กรรมฐานการดูจิต ที่เป็นไปเพื่อการละวางความยึดมั่นถือมั่น
ด้วยการมีสติ รู้กาย รู้ใจ ตัวคุณเองนั่นแหละ คือการภาวนาที่มีกุศลสูงสุด

รู้อะไร รู้ยังไง ย้อนกลับขึ้นไปอ่านตั้งแต่ต้นใหม่นะครับ
หรือไม่ก็เข้าไปหาฟังไฟล์เสียงของหลวงพ่อปราโมทย์ ในเว็บนี้ครับ  www.wimutti.net

ผมช่วยได้แค่นี้นะครับ 
บันทึกการเข้า
chompu
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 7


« ตอบ #13 เมื่อ: 22 มีนาคม 2008, 16:35 »

สวัสดีค่ะคุณ aston27

พู่แอบนิยมในความคิดเห็นของคุณ aston มานานแล้ว เคยแอบเข้าไปอ่านใน block มาก็หลายที ได้ข้อคิดมาก็มาก
เพียงแต่ว่า จะปฏิบัติ และทำใจให้คิดตามนั้นได้หรือเปล่าแค่นั้นเอง พู่เกลียดความอ่อนไหวในเรื่องรักของตัวเองจัง
ดีใจค่ะที่เข้ามาตอบ

คุณ aston ใช่ค่ะ พู่เข้าใจมาตลอดว่าการภาวนา คือการสวดมนต์ ที่คุณสอนมายาว ๆ พู่ก็อ่านเข้าใจมั่ง ไม่เข้าใจมั่ง
แต่ก็พยายามคิดตามและคิดทบทวนซ้ำ ๆ หลาย ๆรอบ  คิดเองว่า การภาวนาที่ดีที่สุดคือ การมีสติ รู้ตัวเองเสมอ
ว่าทำสิ่งใด ถูกต้องหรือไม่ ใช่ไหมคะ


คุณ aston คะ เมื่อคืนพู่ก็นอนไม่หลับอีกแล้ว สวดมนต์ เข้านอน 4 ทุ่ม เที่ยงคืนกว่ายังนอนไม่หลับเลย ทั้ง ๆ ที่หาวตลอดเวลา ข่มตาอย่างไรก็ไม่หลับ ทั้งๆ ที่กินยาซูลิดีน ก่อนนอน ต้องกินยาแก้แพ้ตอนตี 2 กว่าจะนอนได้ก็ราว ๆ ตี 3  รู้ว่าง่วงแต่นอนไม่หลับจิตฟุ้งซ่านไปหมด เหมือนประสาทมันแข็ง กระสับกระส่ายตลอดเวลา ไม่สงบเลย  ปกติเป็นคนนอนง่ายมาก
พึ่งเคยเป็นครั้งนี้ครั้งแรก ไม่สบายใจเลยค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องของกาย หรือเรื่องของจิต ไม่รู้จะทำอย่างไรดีเป็นมา 2-3คืนแล้ว


ขอบคุณมากนะคะ สำหรับคำแนะนำ ถ้าจะกรุณามีอะไรชี้แนะเพิ่มเติมได้เลยนะคะ
บันทึกการเข้า
sittnn
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 185



« ตอบ #14 เมื่อ: 22 มีนาคม 2008, 17:33 »

ตอบสั้นๆเลยนะครับเรื่องภาวนา 

ขอให้คุณชมพู่ลองฟังซีดีตามลิ้งค์ที่หลายท่านให้กันไว้นะครับ
โปรดสละเวลาเพียงวันละ ๑๕ นาทีหรือครึ่งชั่วโมงฟังดูสักสัปดาห์
จะเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้นแน่นอนครับ 

แล้วเดี๋ยวมาคุยกันต่อนะครับ 

 
บันทึกการเข้า

เมื่อบุคคลเอาจิตใจค้นคว้าพิจารณาไปทั่วทิศ
ย่อมไม่เห็นใครเป็นที่รักยิ่งไปกว่าตนเอง

ในที่ใดๆ ก็ตาม ตนนั้นแหละเป็นที่รักอย่างมาก ผู้อื่นก็เช่นกัน
ฉะนั้น ผู้ที่รักตนไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น แม้กระทั่งมด ปลวก
กร
เกิดมาเพื่อจะเรียนรู้ทางที่จะไม่เกิดอีก
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 318



เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 22 มีนาคม 2008, 17:58 »

เรื่องนอนไม่หลับ
ครูบาอาจารย์ของผม ท่านแนะนำว่า ให้ลองตั้งใจว่า
ถ้าไม่หลับก็ดี เราจะภาวนา (คือตามดูจิตดูใจของเรา) จนเช้าเลย
แล้วก็ดูไป เดี๋ยวก็หลับไปเองครับ 
บันทึกการเข้า

ไม่ว่าปัญหาอะไรเข้ามา เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
ทำใจไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำใจ
ปัญหามันก็อยู่ใต้ไตรลักษณ์ เกิดได้ก็ดับได้
แสงเก้า
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 165



เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 23 มีนาคม 2008, 10:19 »

เรื่องนอนไม่หลับ
ครูบาอาจารย์ของผม ท่านแนะนำว่า ให้ลองตั้งใจว่า
ถ้าไม่หลับก็ดี เราจะภาวนา (คือตามดูจิตดูใจของเรา) จนเช้าเลย
แล้วก็ดูไป เดี๋ยวก็หลับไปเองครับ 

ขอยกคำที่หลวงพ่อปราโมทย์ท่านเทศน์มาประกอบที่พี่กรบอกนะครับ

"... เวลาเราต้องการทำความสงบนี่ทำเล่นๆ ถ้าทำจริงจะไม่สงบ เหมือนอย่างเรานอนไม่หลับ
กลางคืนนอนไม่หลับ อยากหลับมันไม่หลับหรอก แต่ถ้าวันไหนเรานอนไม่หลับ
เราทำใจ โอ้ โชคดีวันนี้ เดี๋ยวเราจะนอนดูจิตทั้งคืนเลย ห้านาทีก็หลับแล้ว
เพราะอะไร เพราะมันไม่ได้อยากหลับ ... "

ถ้าคุณสนใจวิธีภาวนาตามแนวดูจิตก็ลองเข้าตาม link ต่างๆที่พี่ๆแนะนำไว้นะครับ 
ผมแปะให้อีกที 
http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=341.msg659#msg659

ได้ผลยังไง หรือมีความเข้าใจเพิ่มยังไง อย่าลืมแวะมาคุยกันต่อนะครับ 

บันทึกการเข้า

หลวงพ่อจะไปอยู่กับพระพุทธเจ้า ถ้าเอ็งอยากจะไปอยู่กับหลวงพ่อ อยู่กับพระพุทธเจ้า ก็ทำลาย"ความรู้สึก" ให้หมดเสีย ใช้ "สติ" นั่นแหละ กอปรกับความเพียรไม่ท้อถอย สักวันหนึ่งเอ็งจะค้นพบความจริง ก็ไปอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องเกิด ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องตาย เท่านั้นเองหรอก - หลวงพ่อประสิทธิ์ ถาวโร วัดถ้ำยายปริก
aston27
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 261


« ตอบ #17 เมื่อ: 23 มีนาคม 2008, 13:46 »

   คำตอบของคุณกร กับคุณแสงเก้า ใช่เลยครับ

มีช่วงนึงผมชอบสะดุ้งตื่นกลางดึก แล้วนอนไม่หลับ
จะสังเกตได้ว่า ยิ่งพยายามนอนให้หลับ มันจะไม่หลับ

แต่ถ้านอนเล่นๆ หายใจเบาๆ ยาวๆ แล้วเอาจิตไปแปะไว้กับลม
หายใจเล่นๆ แป๊บเดียวหลับเลย

ตอนนี้คุณพู่ยิ่งคิดกังวล ก็ยิ่งหลับยากครับ
ต้องวางใจให้ถูกก่อนว่า หลับก็ได้ ไม่หลับก็ได้
ถ้าไม่หลับ ฉันก็จะได้ภาวนาไปบนเตียงแบบนี้

แล้วทำอย่างที่ผมแนะนำนะ

ถ้าไม่ได้ผล ผมอนุญาตให้มาเตะคุณแสงเก้าได้เลย 
บันทึกการเข้า
แสงเก้า
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 165



เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 23 มีนาคม 2008, 19:03 »

ถ้าไม่ได้ผล ผมอนุญาตให้มาเตะคุณแสงเก้าได้เลย 

สงสัยผมจะนอนไม่หลับแทนแล้วล่ะครับเนี่ย  เพราะต้องลุ้นให้คุณ Chompu ใช้ได้ผล 

สู้ๆนะครับคุณ Chompu  ผมเชียร์สุดใจเลยครับ   
บันทึกการเข้า

หลวงพ่อจะไปอยู่กับพระพุทธเจ้า ถ้าเอ็งอยากจะไปอยู่กับหลวงพ่อ อยู่กับพระพุทธเจ้า ก็ทำลาย"ความรู้สึก" ให้หมดเสีย ใช้ "สติ" นั่นแหละ กอปรกับความเพียรไม่ท้อถอย สักวันหนึ่งเอ็งจะค้นพบความจริง ก็ไปอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องเกิด ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องตาย เท่านั้นเองหรอก - หลวงพ่อประสิทธิ์ ถาวโร วัดถ้ำยายปริก
chompu
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 7


« ตอบ #19 เมื่อ: 24 มีนาคม 2008, 19:04 »

ขอบคุณนะคะ...สำหรับความเป็นห่วงของทุกท่าน   

คุณแสงเก้าไม่เป็นไรน้า.... ไม่ต้องกล้วใครมาเตะ พู่นอนหลับแล้วค่ะ

คุณยายไม่สบายเข้าโรงพยาบาล  ต้องเทียวไปเทียวมาบ้านกับรพ. ขึ้นลงชั้น11 ก็เหนื่อย พอเพลีย ๆ กับนอนหลับดีขึ้น
แต่พู่ไม่ได้สวดมนต์ก่อนนอนเลย  หนึ่งคือ พอถึงบ้านก็เหนื่อย เพลียมาก สอง รู้สึกตัวเอง ยังไงดีคะ คือ ยังรู้สึกว่าตัวเองยังจิตใจไม่บริสุทธิ์ เหมือนสวดมนต์แล้วหวังผล ขอให้คนที่พู่ไม่ลืมคนนั้นเขามีความสุข ได้รับผลบุญนี้ด้วย ก็กลายเป็นว่าคิดถึงเขามาอีก  ทั้งก่อนนอน และ ตอนเช้า (ถ้าตอนเช้าได้ปฏิบัติด้วย)  กลายเป็นว่าวันนั้นทั้งวันเฝ้าแต่คิดถึงเขา
มันฟังดูโง่ ๆ  ไหมคะ ที่ยังคิดถึงเขาอีก ทั้ง ๆ ที่เขาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

บางวันพู่รู้สึกตัวเอง เข้มแข๊ง เข้มแข็ง มีกำลังใจ      บางวันนั่งมอง ฟ้าฝน ยังอยากร้องไห้เลยค่ะ   

ขอโทษนะคะ เหมือนวันนี้ sensitive ไปหน่อย อย่ารำคาญกันเลยนะคะ

ส่วน link ต่าง ๆ ที่แนะนำมา พู่จะหาเวลาฟังนะคะ เพราะกลางวันไปทำงานก็ไม่สะดวกที่จะเปิดฟังในที่ทำงาน  ตอนเย็น
ต้องไปรพ. กลับมาก็ดึกแล้ว ขอบคุณจริง ๆ ค่ะสำหรับความหวังดีของทุกท่าน 

สั่งสอนว่ากล่าว ตักเตือนได้นะคะ นึกว่าเป็นน้องสาว เป็นเพื่อนคนหนึ่งละกัน 

 - - - - ฮื อ ๆ . . . อ ย า ก ล บ เ ข า ไ ป จ า ก ใ จ ให้ ห ม ด เ สี ย ที - - - -
บันทึกการเข้า
k0be
ผู้ดูแลระบบ
ดาวฉายแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 38


« ตอบ #20 เมื่อ: 24 มีนาคม 2008, 21:19 »

อ้างถึง
สั่งสอนว่ากล่าว ตักเตือนได้นะคะ นึกว่าเป็นน้องสาว เป็นเพื่อนคนหนึ่งละกัน

 - - - - ฮื อ ๆ . . . อ ย า ก ล บ เ ข า ไ ป จ า ก ใ จ ให้ ห ม ด เ สี ย ที - - - -
แค่อยากก็ทุกข์แล้วครับ 
บันทึกการเข้า
Supranee
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 88


« ตอบ #21 เมื่อ: 25 มีนาคม 2008, 08:30 »

อ้างถึง
แค่อยากก็ทุกข์แล้วครับ

น้องกอบนี่รวดเร็วจัง  โผล่มาก็ซัดเปี้ยงเลย  Tongue
บันทึกการเข้า
กร
เกิดมาเพื่อจะเรียนรู้ทางที่จะไม่เกิดอีก
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 318



เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: 26 มีนาคม 2008, 13:39 »

อ่านคำตอบพี่ๆ แล้วอมยิ้ม

พระอาจารย์ท่านบอกว่า เช้าๆ เป็นเวลาหากินของโมหะ
ถ้าเช้าๆ แล้วไปคิดถึงเค้าเข้า ด้วยความเคยชิน
พอตื่นมาปุ๊บ ใจเรามันวิ่งเข้าไปในช่องนี้เลย (ในที่นี้ก็คือ หลงคิดถึงเค้านั่นเอง)

คุณชมพู่ค่อยๆ ตามดูจิตดูใจเราไปเรื่อยๆ สิครับ
พอปฏิบัติได้ระดับนึงเราก็จะเห็นว่า พอใจมันอยาก มันก็ทุกข์แล้ว ไม่ว่าจะได้สมอยากหรือไม่ได้
(แต่ขั้นสูงสุดนั่นคือ เห็นตามจริงว่า แม้ไม่อยากก็ทุกข์ พวกเราก็เฝ้าเรียนรู้จนกว่าจะเห็นอย่างนั้น เช่นกันครับ)

จิตใจเราเหมือนเด็กดื้อครับ ยิ่งห้ามยิ่งยุ แต่ถ้าเราดูมันทำงานตามธรรมชาติ
เราจะไม่รู้สึกต้องทุกข์กับมัน เพราะมันเป็นไปของมันเอง
ใจมันจะทุกข์ก็เรื่องของมัน เดี๋ยวซักพักมันก็สุข

จะปฏิบัติต้องใจถึงๆ ครับ  potato จะทุกข์ ก็เรื่องของ potato ครับ 

บันทึกการเข้า

ไม่ว่าปัญหาอะไรเข้ามา เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
ทำใจไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำใจ
ปัญหามันก็อยู่ใต้ไตรลักษณ์ เกิดได้ก็ดับได้
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!