แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
16 กุมภาพันธ์ 2019, 04:09 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๐๕๙ สับสนเรื่องรัก  (อ่าน 24073 ครั้ง)
aim
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 26


« เมื่อ: 4 มีนาคม 2008, 15:21 »

สวัสดีค่ะ ต้องยอมรับว่าเมื่อก่อนไม่เคยเข้ามาอ่านเวปแนว ธรรมะสักเท่าไหร่ แต่วันนี้ความคิดต้องเปลี่ยน เพราะมีความทุกข์ทางใจมาก ซึ่งคิดว่าจะหายแต่ก็ยังติดค้างอยู่ในจิตใจ

 ดิฉันคบกับแฟนมา 10 ปี ไม่เคยมีเรื่อง มือที่ 3 เลย จนเมื่อปี 2550 สิ่งไม่คลาดคิดก็เกิดขึ้น ดิฉันมาจับได้ว่าแฟนมีคนอื่นในที่ทำงาน ประมาณเดือน กรกฎาคม ดิฉันเสียใจและเจ็บปวดมาก เพราะเราคุยเรื่องอนาคตไว้กันเยอะ และจะแต่งงานกันใน ปี 2551-2552 นี้ แฟนดิฉันสภาพผิด และขอโทษ เรากับมาคืนดีกัน แต่เมื่อเดือน ตุลาคม เขาเริ่มเปลี่ยนไป และไม่ค่อยดีกับดิฉัน และบอกว่าอยากอยู่คนเดียว ซึ่งนับจากวันที่จำได้ในครั้ง ความเชื่อใจ ยอมรับว่าน้อยลงมาก และระแวง ตามสืบค้นทุกอย่างที่เป็นส่วนตัว แต่ก็ในระดับหนึ่งเท่านั้นนะค่ะ แต่ถ้าทีแฟนเขาก็เหมือนยิ่งห่างออกไปทุกที จนเมื่อเดือน ธันวาคม เขาเปลี่ยนไปมากและพูดจากับดิฉันไม่ดีเลย และเหมือนว่าลำคาญดิฉัน ตนอาการนักขึ้น พี่สาวเขาโทรมาบอกว่าแฟนดิฉันแอบพา ผู้หญิงไปนอนที่บ้าน เมื่อดิฉันทราบก็ บอกเลิกเขาในทันที เพราะช่วงนั้นสับสนค่ะ และบวกกับเขาพยายามตีตัวออกห่างด้วย ในตอนนั้นดิฉันคิดว่าเขาจะง้อและขอโทษ แต่เปล่าค่ะ เขาไม่ง้อเลย
หลังจากวันนั้นเราก็เลย จบกัน

ดิฉันเสียใจมากและต้องยอมรับว่าตลออดมาที่เราคบกัน ดิฉันมักจะง้อเขาเสมอ ดิฉันเงียบหายไป 1 เดือน พอเขาเดือนมกราคม แฟนดิฉันเริ่มมาจอดรถหน้าบ้านบ้าง แต่ก็ไม่เรียก โทรมาหาบ้าง แต่ไม่พูด
จนมาเดือน กุมภาพันธ์ แฟนดิฉันโทรมา เราคุยกันแบบดี ๆมาก ๆ จากที่เราไม่ได้คุยกันเลย
นั้นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว หลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ ดิฉันทนความคิดถึงเขาไม่ไหวจึงโทรไปหาและคุยเรื่องเดิมของเรา และครั้งนี้เขาคุยกับดิฉันไม่ดีเลย ดิฉันบอกกับเขาว่าจะให้อภัยทุกอย่างแล้วเรามาเริ่มต้นกันใหม่ไหม เพราะแฟนดิฉันเขาบอกว่าเขาไม่มีใคร เขาอยู่คนเดียวและมีความสุขด้วย เขาไม่ยอมรับว่าเขาทำผิด เขาบอกว่าดิฉันไม่เห็นด้วยตัวเองแต่ฟังจากคนอื่นมา แถมดิฉันยังบอกผู้ใหม่ แล้วเขาจะเข้าหน้าแม่ดิฉันได้อย่างไร แล้วอีกอย่างเพื่อน ๆ และที่บ้านเขาก็รู้หมดแล้วด้วย และที่ดิฉันพูดว่าจะให้อภัยทุกอย่าง ดิฉันพูดอย่างกับว่า เขาไปทำอะไรผิด เขาก็ยืนยันว่าเขาไม่ได้ผิดอะไร ดิฉันไม่แน่ใจและสับสน บางทีก็ทษตัวเองและเชื่อในคำพูดเขา แต่เมื่อวันรับปริญาเขาที่ผ่านมา คนที่ดิฉันสงสัย ผู้หญิงคนนั้นก็ไปด้วย และเพื่อนของเขาก็บอกดิฉันว่า ถ้าทางก็นะจะเป็นกิ๊กกัน แต่ก็ไม่ได้แนะนำกับที่บ้านว่าอะไร
แฟนดิฉันต่อว่าดิฉัน ว่าระหว่างเขากับผู้หญิงนี้จบไปแล้วตั้งแต่จับได้ครั้งแรก และเขาก็มีความคิดพอที่จะไม่ยุ่ง กับคนมีเจ้าของ ดิฉันสับสนค่ะ แม้เวลาผ่านไป 4 เดือนแล้ว แต่ในส่วนลึก ๆของดิฉันก็อยากได้เขาคืนมา ดิฉันเที่ยวดูหมอ เซียมเซียงซี ไว้พระ อธิฐาน ขอพร ต่างๆ ทำบุญ ใส่บาตร สวดมนต์ กรวดน้ำ และหวังว่าบุญกุศลนี้จะส่งผลถึงเขาให้เขาได้รับ และเจ้ากรรมนายเวร ที่ดิฉันอาจเคยล่วงเกินมา ตั้งแต่ชาติใหน ๆไม่รู้ เพราะตลอดเวลา 10 ปี เรารักกันดีมาตลอด
ขอให้ท่านผู้มีเมตตา ช่วยดูดวงให้หน่อยได้ไหมค่ะ ว่า เราจะไม่สิทธิ์กับมารักกันเหมือนเดิมไหมค่ะ

 ดิฉัน เกิดวันที่ x xxxx xxxx เวลาประมาณ xxx เช้า xxxx ขอขอบคุณมากจริง ๆค่ะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 มีนาคม 2008, 11:32 โดย aim » บันทึกการเข้า
aim
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 26


« ตอบ #1 เมื่อ: 4 มีนาคม 2008, 16:23 »

ต้องขออภัยด้วยนะค่ะ กับตัวอักษรที่ตกหล่น ไปบ้างเนื่องจาก แต่ยังรอคำแนะนำนะค่ะ รู้สึกมืดแปดด้านจริง ๆ ยังอยากลับไปคบกันเหมือนเดิม จริง ๆ
บันทึกการเข้า
Supranee
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 88


« ตอบ #2 เมื่อ: 5 มีนาคม 2008, 02:49 »

สวัสดีค่ะคุณเอม

ขอแนะนำให้คุณอ่านเรื่องนี้ค่ะ
อยากคืนดีกับแฟนเก่ามาก จะทำบุญอย่างไรดี?
http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=259.0

หวังว่าคุณอ่านแล้วคงได้คำตอบ ลดความสับสนเรื่องรักไปได้บ้างนะคะ 
บันทึกการเข้า
aim
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 26


« ตอบ #3 เมื่อ: 5 มีนาคม 2008, 10:50 »

ต้องขอขอบคุณนะค่ะ ดิฉันก็อ่านและพยามทำให้ดีที่สุดค่ะ นะตอนนี้ ทุกครั้งที่ทำบุญก็จะนึกถึงเขานะ และในชีวิตประจำวันก็พยาม ไม่คิอในแง่ไม่ดีของเขา เพราะกลัวกระแสจิตจะส่งถึงเขา ให้เขารู้สึกอึดอัด ตอนนี้ ให้อภัยและอโหสิ ทุกอย่างนะค่ะ
บางครั้งก็มีบ้างที่จะรู้สึก โหยหา ภาพทรงจำที่ดี ๆในอดีต แต่ก็พยามวิ่งตามจิตให้ทัน และนึกถึงปัจจุบัน แต่อย่างว่าแหละค่ะ คบกันมานานและความทรงจำเดิม มันเลยยังวนเวียนอยู่บ้าง แต่ก็จะพยามทำใจ แต่บางทีก็ทำไม่ได้ เหมือนยังมีกิเลส ความอยากอยู่ ........อยากได้เขากลับคืนมาอยู่ ยังอยากให้เป็นเหมือนเดิมอยู่

  เรียนถึงคุณหมอเอม หรือท่านที่สามารถดูดวงได้ ได้โปรดช่วยพิจารณาดวงให้ดิฉันสักนิดเถิด ต้องขอขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ ดิฉันไม่รู้จะหันไปผึ่งทางใหนแล้วจริง ๆ
บันทึกการเข้า
aim
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 26


« ตอบ #4 เมื่อ: 5 มีนาคม 2008, 15:56 »

ยังรอคอยคำแนะนำจาก เพื่อน ๆนะค่ะ
บันทึกการเข้า
Supranee
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 88


« ตอบ #5 เมื่อ: 5 มีนาคม 2008, 23:06 »

อ้างถึง
แต่อย่างว่าแหละค่ะ คบกันมานานและความทรงจำเดิม มันเลยยังวนเวียนอยู่บ้าง แต่ก็จะพยามทำใจ แต่บางทีก็ทำไม่ได้ เหมือนยังมีกิเลส ความอยากอยู่ ........อยากได้เขากลับคืนมาอยู่ ยังอยากให้เป็นเหมือนเดิมอยู่


เห็นใจค่ะน้องเอม  การตัดสิ่งที่ฝังใจมาเป็นเวลา 10 ปีนั้น  ก็ต้องใช้เวลาและความตั้งใจที่หนักแน่นมั่นคงค่ะ  ไม่ใช่ทำได้ง่ายๆ และทำสำเร็จในเวลาสั้นๆ เหมือนตัดเชือกให้ขาดนะเนี่ย  แต่ก็ต้องเริ่มต้นจากปัจจุบันนี้แหละ  อยากได้เขากลับคืนมา...เมื่อไหร่ก็ขอให้รู้ว่า "อยาก" เกิดขึ้นอีกแล้ว... เปรียบเทียบว่าตอนอยากกับตอนไม่อยากนั้น  ตอนไหนทุกข์มากกว่ากัน  ถ้าพบว่าตอน "อยาก" นั้นมีแต่ความทุกข์ ใจก็จะฉลาดค่อยๆ ปล่อยวาง "ความอยาก" นั้นไปเอง  เหมือนคุณจับของร้อนเพราะไม่รู้ว่ามันร้อน  เมื่อรู้แล้วมันร้อน  ก็ไม่ไปจับมันอีกต่อไป ใช่ไหมคะ? ฉันใดฉันนั้น

คุณหมอเอมช่วงนี้มีคิวดูดวงยาวนะเนี่ย  ขอให้รอไปตามคิวนะคะ ระหว่างรอคิวนี้ก็ฝึกดู "ความอยาก" ของตนไปด้วย  อาจจะเห็นดวงตัวเองก่อนจะถึงคิวก็ได้นะเนี่ย   เอาใจช่วยค่ะ  Tongue

     
บันทึกการเข้า
Kesara
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวดวงใหม่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 29


« ตอบ #6 เมื่อ: 6 มีนาคม 2008, 00:35 »

ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกนะคะคุณเอม ถ้าเราจะคิดถึงคนที่คบกันมาสิบปี แล้วยิ่งคบกันในฐานะแฟน ถึงขนาดเคยวางแผนชีวิตในอนาคตร่วมกันด้วย

แต่อยากให้นึกถึงปัจจุบันค่ะ ว่าตอนนี้คนสองคนยังคิดถึงการใช้ชีวิตร่วมกันอยู่หรือเปล่า

เข้มแข็งไว้ค่ะ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 มีนาคม 2008, 00:59 โดย Kesara » บันทึกการเข้า
aim
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 26


« ตอบ #7 เมื่อ: 6 มีนาคม 2008, 09:54 »

ขอบคุณ พี่ ๆมากนะค่ะ จริง ๆก็เป็นอย่างพี่บอกแหละค่ะ ว่า การที่เรา " อยากมันเป็นทุกข์ " เหมือนเราจับของร้อน อยู่แบบนั้น ตอนนี้น้องจะพยาม ๆฝึก จิตไปเรื่อย ๆค่ะ ทุกครั้งที่คิดถึงเขาก็จะสวด อิติปิโส ทุกที เพราะมันอยากทำร้ายหัวใจตัวเอง เพราะมันจะทรมานทุกครั้ง
 เชื่อไหมค่ะ ว่าตั้งแต่ บอกเลิกกันน้ำตาแม้แต่หยดหนึ่งก็ไม่ไหล เพราะมันร้องไม่ออกจริง ๆ กลัวว่าถ้าตัวเองร้องไห้ แล้วจะร้องไม่หยุด กลัวทำใจไม่ได้ กลัวความทรมานค่ะ ไม่อยากทำร้ายตัวเอง เพราะหัวใจก็บอบช้ำพอแล้ว แต่พอมาได้อ่านกำลังใจจากพี่ ๆ น้ำตากลับซึมขึ้นมาเลยค่ะ มันตื้นตันใจ ที่มีกำลังใจและคนชี้เนียวทางให้ โดยซึ่งเป็นคนไม่รู้จักกัน ขอบคุณจริง ๆนะค่ะ แต่ก็ยังรอคำแนะนำ และคำทำนายดวงต่อไปค่ะ
 เอมต้องสู้ ๆๆๆๆ เพื่อคนที่รักเราคือครอบครัวของเรา จริงไหมค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 มีนาคม 2008, 07:46 โดย กร » บันทึกการเข้า
mayrin
ผู้ดูแลกระดานสนทนา
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 201


« ตอบ #8 เมื่อ: 6 มีนาคม 2008, 10:18 »

ถ้าเราเปรียบความรัก
เหมือนบ่วงที่คล้องใจคนรักไว้ด้วยกัน
ไม่ว่าก้าวเดินไปทางใด คนสองคน พร้อมกันก้าวไปด้วยกัน
ถ้าอีกคนก้าวพลั้งพลาด หรือเดินเหออกนอกทางไปไกล
สายบ่วงแห่งความรัก ความเมตตาปรารถนาดีจากอีกคน
ก็จะค่อยๆ ยืดหยุ่นตัวเองยาวออกไป เป็นกำลังช่วยรั้งดึงกลับ

แต่ถ้าตรงกันข้าม บ่วงนั้นกลับขมึงตึงเป็นเกลียว
ด้วยความเกี้ยวกราด ฉุดรั้งกระชากด้วยแรงโทสะ
สายบ่วงก็จะขาดโดยง่าย
และเมื่อความรัก กลายเป็นความรัด อึดอัดแน่น
อีกคนที่ถูกรัด ก็ยิ่งดิ้นรนหาอิสระ

ไม่มีใครชอบให้ใครตามขุดค้น คอยจับผิด
ไม่ว่าคนผู้ใดจะทำผิดพลาด เพียงใด
ไม่ว่าจะทำจริงหรือไม่ก็ตาม
ก็จะไม่ชอบให้ใครมาคอยตอกย้ำ

สำหรับผู้ชายบางคน ถือเป็นการปรามาส
ดูถูกกันอย่างรุนแรง ถ้าบอกว่า ไม่ได้ทำ ก็คือ ไม่
ต้องจบกันเพียงแค่นั้นค่ะ
ถ้าเซ้าซี้จี้จุดต่อไป ก็จะกลายเป็นความบาดหมาง

เมื่อเรายังรักเขา อยากมีวันต่อไป
ก็ต้องงดพูดเรื่องที่ระคายใจระหว่างกัน
มองไปข้างหน้า อย่าดึงอดีตมาหึงหวง
หรือแสดงความเป็นเจ้าของ คาดคั้นเขา

ถ้าเขาติดต่อมา ก็คุยกันในเรื่องทั่วๆ ไป
วางใจไว้ว่าเราเป็นมิตรที่ดีต่อกัน
แสดงความเห็นใจ และเอาใจใส่
เป็นที่ปรึกษาในยามทุกข์ ให้เขารู้สึกอบอุ่น มั่นใจขึ้น
เขาก็จะค่อยๆ เปิดใจรับเรามากขึ้นค่ะ

การทำบุญ ทำทานสร้างกุศลเป็นเรื่องดีค่ะ
ช่วยทำให้จิตเราเบิกบานแจ่มใส
ถ้าเราทำด้วยเจตนาที่ตั้งมั่นไว้ มีศรัทธาที่แน่วแน่
และระลึกถึงคนที่เรารัก ด้วยความปรารถนาดีอย่างจริงใจ
อยากให้เขามีความสุข

กระแสความรู้สึกเย็นชื่นจากกุศล ที่เราส่งให้เขา
ก็จะทำให้เขาคิดถึงเราด้วยความชื่นใจ

แต่ถ้าเราทำโดยตั้งเป้าเล็งผลให้เขากลับมารักอย่างรวดเร็ว
บางครั้ง ก็กลายเป็นความร้อนรนกระวนกระวายที่ส่งไปถึงเขาแทนค่ะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 มีนาคม 2008, 11:41 โดย aim » บันทึกการเข้า
aim
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 26


« ตอบ #9 เมื่อ: 6 มีนาคม 2008, 12:02 »

ขอบคุณสำหรับคำเตือน ของคุณ mayrin นะค่ะ ดิฉันจะจำไว้ให้ขึ้นใจ และถ้ามีโอกาศอีกสักครั้ง ดิฉันจะเริ่มต้นใหม่และทำให้ดีที่สุด อดีตจะปล่อยมันไป (เรื่องนี้ดิฉันได้บอกกับเขาแล้วเช่นกัน เขาไม่เชื่อว่าดิฉัน จะทำได้) แต่ก็คงต้องฝึกตัวเองให้ทำใจให้ได้ก่อน และทำบุญทำทาน ส่งถึงเขา เพื่อให้เขามีความสุข หวังว่าผลบุญเหล่านี้จะส่งถึงเขา ให้เขาคิดถึงความดี ของดิฉันบ้าง และคิดถึงดิฉันบ้าง ตลอดมา 10 ปี ที่เราคบกัน
  ดิฉันยังเชื่อนะค่ะ ว่าความดีจะชนะทุกอย่าง .......
บันทึกการเข้า
aim
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 26


« ตอบ #10 เมื่อ: 6 มีนาคม 2008, 18:14 »

ดิฉันยังคงรอคอยคำตอบ เรื่องดวง และคำแนะนำแนวทางต่อไปค่ะ
บันทึกการเข้า
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« ตอบ #11 เมื่อ: 6 มีนาคม 2008, 21:19 »

ตามดวงแล้วคุณฟุ้งซ่านได้ง่ายนะคะ
คิดมากน่ะค่ะ ไม่ดีนะคะ มันคืออกุศล
ลองฟังซีดีแล้วหัดปฏิบัติไปนะคะ
http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=341.msg659#msg659

ไม่งั้นมันก็คลุกกับอกุศลไปเรื่อยๆ
เป็นห่วงค่ะ 




ใจคุณคิดเรื่องคู่มากๆ อยู่แล้ว
แต่เป็นความคิดในเชิงเอาแต่ใจตัวเองด้วย
(ขอพูดตรงๆ แบบนี้นะคะ)
คุณใจร้อนน่ะค่ะ เวลาคิด ตัดสินใจ หรือพูดอะไร
มักจะทำไปด้วยแรงโทสะมากกว่าอย่างอื่น
อันนี้ไม่เฉพาะเรื่องความรัก แต่รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ด้วย


แนะนำว่าคุณควรตั้งใจทำทานด้วยใจที่คิดถึงการสละออก
รักษาศีลห้าให้ดี โดยเฉพาะศีลข้อ ๑ ข้อ ๓ และข้อ ๔
ดูกระทู้เบญจศีล และวิธีสร้างบุญบารมี
และ ลักษณะของคนที่น่ารัก
ในห้องสารส่องใจ



เรื่องราวความรักมันก็ยังเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ
แนวๆ คาราคาซังน่ะค่ะ
ถ้าคุณไม่สร้างความสว่างให้ตัวเอง มันก็จะทุกข์ๆ ระบมๆ ไปแบบนี้
คุณทำดีไปเถอะค่ะ แล้วกรรมจะเลือกทางให้คุณเอง
จะมีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์กลับมารักกัน
การกระทำในปัจจุบันของคุณนี่แหละ ที่จะเป็นตัวกำหนด
ลองเริ่มทำตามที่แนะนำไปนะคะ
  อย่าดื้อนะ



อยากให้รักษาสุขภาพให้ดีด้วย
พื้นฐานร่างกายคุณไม่ได้แข็งแรงนัก
เวลาคิดมาก เครียด ร่างกายมันก็จะหลั่งฮอร์โมนพิษออกมา
(เรื่องนี้ต้องรอให้พี่หมอกุ๊กไก่เข้ามาตอบอีกคนนึง)


โชคดีนะคะ 



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 7 มีนาคม 2008, 21:24 โดย Aims » บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
aim
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 26


« ตอบ #12 เมื่อ: 7 มีนาคม 2008, 09:34 »

ขอขอบคุณมากจริง ๆๆนะค่ะ สำหรับผลทำนาย......

ดิฉันจะพยามทำตาม ที่คุณหมอเอมแนะนำทุกอย่างคะ และดิฉันก็หวังว่า ดิฉันจะพบทางสว่างสักที การที่เราทำดีมันต้องได้ดีใช่ไหมค่ะ แม้ผลอาจจะช้าหน่อยก็ตาม (แต่ก็ยังแอบหวังว่าผลนั้นจะเป็นไปตามที่หวัง ให้เขากับมา)

 คำนายเป็นไปตามจริงทุกอย่างคะ ดิฉันมักเอาอารมณ์ตัดสิน ทุกอย่าง นับจากนี้ดิฉันต้องเปลี่ยนตัวเองใหม่ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นเราคงไม่สามารถย้อนอดีตได้ แต่เราคงต้องทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เพื่อในอนาคตข้างหน้า....

 ตามผลทำนายความรักมันคาราคาซังแบบนี้ก็แย่เหมือนกัน เพราะมันจะหาความสุขได้เช่นไร เฮ้อ.....ท้อเหมือนกันนะค่ะ

รบกวนคุณหมอกุ๊กไก่ ช่วยดู ด้านสุขภาพให้ด้วยนะคะ

ดิฉันขอบคุณ คุณหมอเอม จริง ๆ สำหรับคำทำนาย นะค่ะ
บันทึกการเข้า
kookkai
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 153


« ตอบ #13 เมื่อ: 7 มีนาคม 2008, 22:03 »

อ้างถึง
รบกวนคุณหมอกุ๊กไก่ ช่วยดู ด้านสุขภาพให้ด้วยนะคะ


แหะ ๆ คือ เป็น หมอรักษาคนป่วยอะค่ะ ไม่ใช่หมอดู 
ถ้ามีปัญหา สุขภาพอะไร ก็ ปรึกษาได้ค่ะ
แต่ถ้าไม่ได้ตรวจร่างกาย ก็คงแนะนำได้คร่าว ๆ 

ช่วงนี้ก็ระวัง โรค เครียด แล้วกันนะคะ
เพราะ ถ้าปัญหาต่าง ๆ มันเยอะ นอนไม่หลับพักผ่อนน้อย
ก็จะทำให้ร่างกายแย่ไปด้วยค่ะ
เดี๋ยวโทรม แล้ว จะ แก่เร็วนะเออ 

อ้างถึง
การที่เราทำดีมันต้องได้ดีใช่ไหมค่ะ แม้ผลอาจจะช้าหน่อยก็ตาม


การที่เราทำดี แปลว่าเราได้ทำดีค่ะ

แต่ผลเนี้ย มันซับซ้อน ต้องดูกรรมเดิมที่ทำมา
น้ำหนักกรรมใหม่ กะ กรรม เก่า
ลำดับของการให้ผลของกรรม
แค่คิดก็ปวดหัวแล้วค่ะ

ทำดี แล้วดูผลที่เกิดกับจิตใจของเราดีกว่านะคะ
ถ้าเป็นกุศล จริง ๆ จะสังเกตุได้ จากความเปลี่ยนแปลงในใจเราเป็นอันดับแรกค่ะ
โดยไม่ต้องรอชาติไหนเลย 

 




บันทึกการเข้า
aim
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 26


« ตอบ #14 เมื่อ: 10 มีนาคม 2008, 11:28 »

ขอบคุณ คุณหมอกุ๊กไก่ อยากบอกว่า สงสัย เอมจะเบลอนิดหน่อยเลยว่า ไม่ตรวจสุขภาพแล้วจะรู้อาการคนไข้ได้อย่างไร (ต้องขอโทษด้วยนะค่ะ) แต่ก็ขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะค่ะ เครียดมาก หน้าจะแก่เร็ว แล้วจะไม่สวยจริงด้วยคะ ฉะนั้นไม่เครียดดีกว่า ปล่อยให้ชีวิต และกรรมกำหนดดำเนินไปตามครรลองของมันดีกว่า ทำดี และสะสมบุญไว้เยอะ ๆดีกว่า เพื่อให้อะไร ๆดีขึ้นกับชีวิต
 สู้ ๆ สู้ คะ และขอให้ผู้ที่ประสบปัญหา ต้อง สู้ ๆ สู้ เหมือนกันนะค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 มีนาคม 2008, 07:49 โดย กร » บันทึกการเข้า
aim
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 26


« ตอบ #15 เมื่อ: 10 มีนาคม 2008, 14:24 »

ตอนนี้รู้สึกว่า จิตใจ ห่อเหี่ยวและสับสนค่ะ พยามจะวิ่งไล่ตามจิตให้ท่านแล้วนะค่ะ
พอดีเมื่อวานได้ไปเจอเพื่อนของเขา แล้ว เขาก็แค่เล่าให้ฟังว่าไปเจอกันมา และนั่งกินข้าว ร้านที่นั่งกินประจำ พอได้ฟัง มันก็เศร้าค่ะ เพราะถ้าเป็นในอดีต ก็คงมีเรานั่งอยู่ตรงนั้นด้วย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว เศร้าค่ะ เหงา ๆ อยากย้อนเวลาได้จังเลย จริง ๆแล้ว ไม่อยากที่จะรับรู้เรื่องของเขาแล้ว เพราะยิ่งรู้ ยิ่งคิดถึง ยิ่งคิดถึง ก็ยิ่งเจ็บปวด มันจะวนเวียนอยู่แบบนี้ตลอดเลย เมื่อก่อนตัดสินใจโทรหาเขา เพราะมันคงไม่มีอะไรเสียไปกว่านี้ แล้วก็เหมือนเดิมคะ เขาก็คุยแบบเดิม ๆ เหมือนยังโกรธ ๆ หรือแบบคนไม่อยากคุยกับเรา (ก็กลับมาเศร้าเหมือนเดิม) เหมือนตัวเองเป็นคนหาเรื่องใส่ตัวยังไงไม่รู้เลยคะ

จริง ๆ บางทีไม่อยากเจ็บปวด อยากหนีนะค่ะ ไม่อยากคบกับเพื่อน กลุ่มเดิม ๆเลยด้วยซ้ำ ไม่อยากติดต่อใครที่เป็นเพื่อนของเขา หรือจากทางเขาเลย เพราะไม่อยากรับรู้(เพื่อจะได้ทำใจได้) แต่ก็ไม่รู้เพราะอะไร จะต้องได้ยินข่าวคราว ของเขาตลอด ไม่จากเพื่อนเขาก็ญาติเขา ท้อ ๆเหมือนกันคะ เหมือนคนสับสน แบบว่าใจหนึ่งก็ยังรัก ยังรอคอย และยังอยากรู้เรื่องเขา แต่อีกใจ ก็อยากลืม อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ หรืออยู่กับการรอคอยแบบฝัน ๆ ของเรา มันหน้าจะมีความสุขมากกว่า

ตอนนี้ก็พยามทำบุญ สวดมนต์ และก็ดูหมอ (ดูหมอนี้ เหมือนเป็นเพิ่งทางใจมั้งค่ะ )เพราะอยากรู้เหมือนกันว่าการรอคอยในครั้งนี้จะเป็นไปได้ไหม สงสารตัวเองเหมือนกันนะค่ะ ที่เป็นแบบนี้

รบกวนคุณหมอเอม หน่อยนะค่ะ คืออยากทราบว่า การที่คุณหมอทำนายว่ามันจะยังคาราคาซังแบบนี้เพราะอะไรค่ะ เพราะดวงชะตามันกำหนดแบบนี้หรือค่ะ หรือว่าอะไร (รบกวนช่วยอธิบายกระจ่างกว่านี้นิดนึงนะค่ะ) แต่ดิฉันก็จะพยายามทำตามที่คุณหมอแนะนำนะค่ะ รบกวนด้วยจริง ๆค่ะ
บันทึกการเข้า
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« ตอบ #16 เมื่อ: 10 มีนาคม 2008, 14:44 »

แนะนำข้อแรกคือ อย่าพยายามไปดูดวงมากมายหลายที่นักค่ะ
ทำให้ฟุ้งซ่านเปล่าๆ


คุณจะคิดไปข้างหลัง คิดถึงอดีต
หรือคิดไปข้างหน้า คิดถึงอนาคต
แต่สุดท้ายคุณต้องทำสิ่งที่อยู่ในปัจจุบันอยู่ดี 


หมอดูอ่านกรรมเก่าให้คุณได้ แค่กรรมใหม่คุณเป็นคนสร้างเอง
แล้วก็เริ่มสร้างเสียแต่วันนี้ ตามคำแนะนำที่ทุกๆท่านได้แนะนำไปแล้วนะคะ


ที่บอกว่าคาราคาซัง ส่วนหนึ่งก็เพราะคุณเองไม่ได้ยอมปล่อยให้ตัวเองมีอิสระ
ยังยึดเขาไว้ แม้ว่าจะเจ็บระบมๆ ไปเรื่อยๆ ก็ยอม
คือมันมีลักษณะตัดบัวยังเหลือใย ไม่ยอมให้ไป ขอเจอเขานิดๆ หน่อยๆ
ขอมีเขาไว้เป็นเพื่อน ได้เจอกันบ้างก็ยังดี ทำนองนี้
ซึ่งมันทำให้ทุกข์ไปเรื่อยๆ


ถ้าคุณมุ่งไปที่การทำทาน รักษาศีล และการปฏิบัติวิปัสสนา ตามที่บอก
คุณจะค่อยๆ เข้มแข็งขึ้น  มันออกมาจากข้างในน่ะค่ะ



อ้อ ดูแลมดลูกให้ดีด้วยนะคะ ไม่ค่อยแข็งแรง
ทำทานกับพวกผู้หญิงที่ถูกทิ้งด้วยก็ดี (ลองค้นในกูเกิ้ล)
เช่น บ้านพักฉุกเฉิน บ้านธัญพร ฯลฯ น่ะค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 มีนาคม 2008, 15:41 โดย Aims » บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
aim
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 26


« ตอบ #17 เมื่อ: 10 มีนาคม 2008, 14:54 »

ขอบคุณมาก จริงค่ะ ๆๆๆๆ 
ดิฉันจะพยาม ทำทุกอย่าง ตามที่คุณหมอเอมแนะนำค่ะ

ขอให้คุณหมอได้รับบุญกุศลจากการทำทาน กับสิ่งเหล่านี้ (การแก้ไขแนะปัญหาให้กับคนอื่นที่เป็นทุกข์ ) นะค่ะ
บันทึกการเข้า
k0be
ผู้ดูแลระบบ
ดาวฉายแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 38


« ตอบ #18 เมื่อ: 10 มีนาคม 2008, 21:27 »

น่าเห็นใจครับ สำหรับผู้อยู่ในวังวนของความรักครับ 
ความรักหากไม่มีสติ ก็คือความหลง นั่นเองครับ

ทุกวินาทีที่ใจส่งไปหาเค้า แล้วทุกข์นั้น
ขอให้ลองย้อนกลับมาถามตัวเองดูครับ
"ใครเป็นผู้ทุกข์ เราหรือเค้า"
เรารักใครมากกว่ากัน ตัวเอง หรือเค้า
พิสูจน์คำตอบง่าย ๆ ครับ

ถ้าตราบใดยังไม่เลิกรักเค้า ก็จะกลั้นหายใจไว้ 

คำตอบง่าย ๆ ก็จะปรากฏให้เห็นเองครับ 

คนมีรัก ก็ย่อมมีพลัดพรากเป็นธรรมดา
คนมีรัก ก็ย่อมมีการสูญเสียของรักเป็นธรรมดา
คนมีรัก ก็ย่อมมีทุกข์เป็นธรรมดา

วันหนึ่งเราก็ต้องสูญเสียของรักไป พลัดพรากจากของรักไป
ไม่เว้นแม้แต่อายุตัวเองที่ถูกความตายอายุอยู่ทุกวินาที
ร่างกายก็ถูกความเจ็บป่วยทวงคืนตลอด

วันหนึ่งแม้ได้ของรัก ก็ย่อมมีทุกข์ที่ต้องเพียรรักษาไม่ให้หายไป
เมื่อหายไปก็ย่อมทุกข์เป็นธรรมดา

ขอให้ลองคิดง่าย ๆ ครับ คุณกับเค้าพบกันเพราะมีกรรมที่เกื้อกูลกันมา
และเมื่อจากกัน เพราะกรรมที่คุณกับเค้าทำร่วมกันมา นั้นหมดไป เรียกว่าเส้นทางกรรมนั้นแยกทางกันไปแล้วนะครับ

ในเส้นทางกรรม ไม่มีใครพบกันโดยบังเอิญ ไม่มีใครจากกันโดยบังเอิญ
เหตุทุกอย่าง ผลทุกอย่างคือผลกรรมของอดีต หรือผลกรรมที่เรากระทำในปัจจุบันทั้งสิ้นครับ

คุณกับเค้าพบเจอกัน ก็อาจจะเพราะเคยทำกรรมร่วมกันมา เมื่อจากกันไปก็อาจจะเพราะคุณกับเค้าหมดกรรมต่อกันก็ได้ครับ
เส้นทางกรรมจึงแยกทางกันไปครับ

เท่าที่อ่าน ๆ ดู ไม่แน่ใจว่า ตลอดระยะเวลาสิบปีที่คบกันมา เคยทำบุญกุศลร่วมกันมากน้อยแค่ไหน เพราะบุญกุศลยิ่งทำร่วมกันมากเพียงใด ก็ย่อมเป็นความเย็นที่จะหล่อเลี้ยงคุณกับเค้าต่อกันในทางดี ๆ ได้ ชดเชยกับความร้าย ๆ ที่อาจจะเกิดเพราะโทสะ หรือกิเลสตัวอื่น ๆ ได้เหมือนกันครับ

ตอนนี้ถ้าคาดหวังว่าจะให้เค้ากลับมา ใจที่ทุรนทุรายตรงนี้คือโทสะ ครับ ตัวคุณจะเหมือนกับกองไฟกองใหญ่ ๆ กองนึง จิตจะมีความร้อนรนมาก ๆ ซึ่งยิ่งคุณคิดถึงเค้ามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะส่งความร้อนไปให้เค้ามากเท่านั้นเหมือนกันครับ

ถ้าชีวิตประจำวันคุณมีโทสะมาก ๆ ก็อยากให้ลองหัดเจริญสติ ตามที่พี่ ๆ น้อง ๆ เค้าแนะนำกันก่อนนะครับ
เริ่มต้นตั้งแต่การทำทาน รักษาศีล 5 ให้ครบ (เพื่อไม่ให้มีการก่อเวร ทางกาย และวาจา) จากนั้นก็หัดเจริญสติ เพื่อให้เห็นจิตใจตนเอง ครับ

ถือว่าช่วงนี้คือช่วงของการพัฒนาตนเอง ให้เริ่มเป็นคนใหม่ ใจใหม่
เมื่อใดที่ที่คุณพัฒนาตนเองได้ "ใหม่" จริงๆ คุณจะรู้สึกเลยครับ
เมื่อคุณเย็นได้จริง ๆ คนก็จะเข้ามาหาคุณเองครับ ไม่ว่าใครก็อยากจะเข้ามาหาคุณ คุยเล่นกับคุณ
และคุณจะเป็นผู้ที่แนะนำคนอื่นให้ "เย็น" ตามคุณได้ ครับ
บันทึกการเข้า
aim
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 26


« ตอบ #19 เมื่อ: 11 มีนาคม 2008, 08:49 »

ขอบคุณมากนะค่ะ คุณ kobe 

สงสัยจะใช่ค่ะ ดิฉันต้องเริ่มหัดทำใจตัวเองให้เย็น ...แล้วก็เย็น แต่ตอนนี้ก็พยามทำทาน ทำบุญ ใส่บาตร แล้วไม่นึกโกรธ หรือนึกถึงสิ่งที่เขาทำไม่ดีในอดีต พยามทำชีวิตให้มีความสุขค่ะ และอีกอย่าง ยิ่งเราคิดถึงเขามาก และอยากได้เขาคืน มันก็อาจจะเป็นกระแสจิต(แบบร้อนส่งให้เขา) ก็เป็นได้ งั้นเราก็ต้องพยามทำใจ เพื่อเขาจะได้ไม่อึดอัด และตัวเราเองก็ไม่เป็นทุกข์ด้วย

ดิฉันจะพยามทำตามที่ทุกคนแนะนำค่ะ แม้อาจจะยาก แต่มันก็คงเป็นการช่วยเหลือจิตใจตัวเองชนิดหนึ่ง เพื่อไม่ให้ตัวเราเองต้องเจ็บ ......ก่อนที่รักคนอื่น ต้องรักตัวเองก่อนจริงไหมค่ะ
บันทึกการเข้า
k0be
ผู้ดูแลระบบ
ดาวฉายแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 38


« ตอบ #20 เมื่อ: 11 มีนาคม 2008, 21:06 »

ขออนุโมทนาครับคุณ aim
 

บันทึกการเข้า
แสงเก้า
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 165



เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 11 มีนาคม 2008, 21:26 »

อนุโมทนาครับคุณ aim

ลองฟังซีดีตามที่พี่ Aims แนะนำไว้ดูนะครับ
ได้ผลอย่างไรก็แวะเวียนเข้ามาพูดคุยกันได้เรื่อยๆครับ 
เป็นกำลังใจใหเสมอครับ   
บันทึกการเข้า

หลวงพ่อจะไปอยู่กับพระพุทธเจ้า ถ้าเอ็งอยากจะไปอยู่กับหลวงพ่อ อยู่กับพระพุทธเจ้า ก็ทำลาย"ความรู้สึก" ให้หมดเสีย ใช้ "สติ" นั่นแหละ กอปรกับความเพียรไม่ท้อถอย สักวันหนึ่งเอ็งจะค้นพบความจริง ก็ไปอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องเกิด ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องตาย เท่านั้นเองหรอก - หลวงพ่อประสิทธิ์ ถาวโร วัดถ้ำยายปริก
aim
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 26


« ตอบ #22 เมื่อ: 12 มีนาคม 2008, 12:05 »

3-4 เดือนมานี้ตื่นเช้าใส่บาตรทุกวัน (ตั้งแต่อกหักแหละ) เพราะมันทำให้รู้สึกเย็นลง กรวดน้ำด้วยให้เขาด้วย
แต่เช้าวันนี้ตื่นสาย อดใส่บาตรเลย มันรู้สึกเหมือนขาดไรบางอย่าง
      พอดีมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นน่ะคะ เมื่อวานนี้เพือนของเขาโทรมาหา แล้วเล่าให้ฟังว่า พวกเขาได้ไปร้องคาราโอเกะกัน แฟนเก่าดิฉัน เขาร้องเพลง " นี้แหละความเสียใจ" แล้วเขาน้ำตาไหลด้วย และก็ถามเพื่อนว่าดิฉันเป็นยังไงบ้าง ได้คุยติดต่อกันไหม เพื่อนคนนี้เลยโทรมาบอก เพราะประหลาดใจ
ตามจริง เพลงนี้ ครั้งแรกที่ดิฉันจับได้ เขาก็เคยร้องเพลงนี้ให้ดิฉันค่ะ (แต่นั้นก็คืออดีต)
      ดิฉันได้ฟัง บอกกันตรง ๆนะค่ะ ว่าดีใจ แต่สักพักความดีใจมันก็หาย เหลือแต่ความอยาก อยากที่จะได้เขากับคืนมา (ตามจริงอยากจะติดต่อ ) แต่ด้วยที่ตัวเองเป็นคนทิฐิ และก็อยากที่จะให้เขาสำนึกได้ด้วยตัวเองมากกว่า อยากกลับมาหาเราเองมากกว่า ถ้าดิฉันตื้อเขา ติดต่อเขา เดี๋ยวเขาจะลำคาญ กลัวทำให้เขาต้องอึดอัด แล้วกลัวตัวเองเจ็บ เสียใจด้วย

เฮ้อ......มันเลยสับสนอีกแล้วค่ะ ตอนนี้ที่กำลังพิมพ์อยู่นี้ พยายามทำใจ แล้วก็สวด อิติปิโสอยู่ในใจ อยากอยู่นิ่ง ๆไม่ไหวตามกระแสลม 

อีกเรื่องนะค่ะ ที่ดิฉันรู้สึกประหลาดใจ เนื่องจากดิฉันได้ไปโพส์ขอ cd ธรรมะ ไว้ ตอนนั้นมีผู้ใจบุญได้เขียนไว้ว่าจะแจก cd (ขออภัยนะค่ะ จำเวปไม่ได้ ว่าเวปใหน) ดิฉันไม่คลาดคิดจริง ๆคะ ว่าจะได้ เพราะผู้ที่แจกนี้ ได้โพส์ตั้งแต่ ปีที่แล้ว และ จำกัดจำนวน และผู้ที่ขอรับ ค่อนข้างเยอะกว่าจำนวนที่แจก ดิฉันประหลาดใจมาก ๆ ที่จัดส่งให้ที่บ้าน ต้องขออนุโมทนา คุณ แดง แสงชูโตด้วยค่ะ (ขออนุญาติลงชื่อ ตามหน้าซองจดหมายนะค่ะ) ดิฉันขอขอบคุณจริง ๆค่ะ

เรื่องสุดท้าย คือดิฉันสามารถหาคำตอบว่าการที่คนเราทำความดี ยังไงก็ได้ดีค่ะ เนื่องตั้งแต่สมัยเรียน จนถึงปัจจุบัน ดิฉันมักมีคนมาขอคำปรึกษา เรื่องต่าง ๆเสมอ บางทีก็เป็นคนที่เราไม่รู้จัก ทุกคนล้วนมักจะระบายความในใจกับสิ่งที่เขาเจอ เรื่องต่างที่เขาเจอเรื่องร้าย ๆมา ดิฉันมักจะให้คำปรึกษา กับพวกเขา (แม้มันอาจจะช่วยเขาไม่ได้มาก แต่ก็คงช่วยเรื่องความสบายใจ)
จนมาวันนี้ นับตั้งแต่ดิฉันอกหัก เกิดปัญหาเรื่องแฟน (ซึ่งไม่เคยคลาดคิดมาก่อน)
มันทำให้ดิฉันได้พบคำตอบ  ว่าดิฉันได้มีคน รอบตัวที่เขาจะรับฟังคำปรึกษาของดิฉัน รับฟังความในใจของดิฉัน และอยู่เป็นเพื่อนกับดิฉัน ยามที่ดิฉันไม่เหลือใคร (ตลอดมาที่คบกับแฟน ไม่ค่อยเอาเพื่อนสักเท่าไหร่ )ซึ่งคนบางคน ดิฉันก็ไม่คลาดคิดว่าเขาจะดีกับดิฉันเหมือนทุกวันนี้ รวมถึง เพื่อน ๆนี้ที่นี้ด้วย ที่ให้คำแนะนำและรับฟังดิฉัน (ทั้งที่เราไม่รู้จักกัน)

ดิฉันจึงเชื่อเรื่องการทำความดี การคิดดี พูดดี ทำบุญ ทำทาน (สักวัน มันจะออกผลค่ะ) บางทีอาจช้าหน่อยเท่านั้นเอง
ดิฉันเล่าเรื่องแฟนเก่าให้แม่ฟัง ว่าเขาทำยังไง (และแอบบ่นว่า เมื่อไรนะ สวรรค์จะเข้าข้างดิฉันสักที) แม่บอกว่า " เพิ่งจะทำบุญแบบจริงจัง 3-4 เดือน แต่จะให้ออกผลเร็ว ๆเลย มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอ " เห็นว่าน่าจะจริง นะค่ะ

   สิ่งที่เล่ามา เพื่อให้เพื่อน ๆ ทุกคน ทำความดี ทำแต่สิ่ง ดี เถอะค่ะสักวันดอกผลก็จะออก......เชื่อดิฉันเถอะ
บันทึกการเข้า
กร
เกิดมาเพื่อจะเรียนรู้ทางที่จะไม่เกิดอีก
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 318



เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: 12 มีนาคม 2008, 13:54 »

อ้างถึง
     ดิฉันได้ฟัง บอกกันตรง ๆนะค่ะ ว่าดีใจ แต่สักพักความดีใจมันก็หาย เหลือแต่ความอยาก อยากที่จะได้เขากับคืนมา (ตามจริงอยากจะติดต่อ ) แต่ด้วยที่ตัวเองเป็นคนทิฐิ และก็อยากที่จะให้เขาสำนึกได้ด้วยตัวเองมากกว่า อยากกลับมาหาเราเองมากกว่า ถ้าดิฉันตื้อเขา ติดต่อเขา เดี๋ยวเขาจะลำคาญ กลัวทำให้เขาต้องอึดอัด แล้วกลัวตัวเองเจ็บ เสียใจด้วย

เฮ้อ......มันเลยสับสนอีกแล้วค่ะ ตอนนี้ที่กำลังพิมพ์อยู่นี้ พยายามทำใจ แล้วก็สวด อิติปิโสอยู่ในใจ อยากอยู่นิ่ง ๆไม่ไหวตามกระแสลม 


ผมตามอ่านกระทู้นี้มาซักพัก แต่เห็นว่าท่านอื่นๆ ก็ตอบไว้ดีแล้ว
อย่างไรก็ตาม ผมสังเกตุว่า คุณเอม ค่อนข้างจะมี "ความอยาก" เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
แนะนำว่า น่าจะลองหัดดูความอยากอีกทีนะครับ
จะได้เห็นว่า เดี๋ยวมันก็มา เดี๋ยวมันก็หายไป บางทีมันอยากมาก บางทีมันอยากน้อย
จะได้เห็นความจริงว่า คุณไม่สามารถบังคับให้มันหายไป เวลาจะอยาก มันมีต้นเหตุให้เกิด มันก็เกิดมาเอง
 หรือแม้แต่ที่คุณอยากอยู่นิ่งๆ อยากให้ใจสงบนิ่ง เราก็ไม่สามารถให้เป็นตามอยากได้นะครับ

(พระอาจารย์ปราโมทย์ สอนให้รู้ตามจริงลูกเดียว ไม่ใช่บังคับกายใจให้นิ่งๆ น่ะครับ)

เมื่อไรที่เห็นความจริงได้ (มีสติเกิด เห็นตามจริงอย่างเป็นกลาง)
เมื่อนั้น เรามีความสุขทันทีเลย แม้จะขณะสั้นๆ ก็ตาม



อ้างถึง
ดิฉันจึงเชื่อเรื่องการทำความดี การคิดดี พูดดี ทำบุญ ทำทาน (สักวัน มันจะออกผลค่ะ) บางทีอาจช้าหน่อยเท่านั้นเอง
ดิฉันเล่าเรื่องแฟนเก่าให้แม่ฟัง ว่าเขาทำยังไง (และแอบบ่นว่า เมื่อไรนะ สวรรค์จะเข้าข้างดิฉันสักที) แม่บอกว่า " เพิ่งจะทำบุญแบบจริงจัง 3-4 เดือน แต่จะให้ออกผลเร็ว ๆเลย มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอ " เห็นว่าน่าจะจริง นะค่ะ

   สิ่งที่เล่ามา เพื่อให้เพื่อน ๆ ทุกคน ทำความดี ทำแต่สิ่ง ดี เถอะค่ะสักวันดอกผลก็จะออก......เชื่อดิฉันเถอะ

อนุโมทนาด้วยนะครับ 
ที่เห็นตามนี้ก็ถูกแล้วนะครับ คือ บาปก็ส่วนบาป บุญส่วนบุญ
เมื่อเราเติมน้ำดี (บุญ) มากๆ แม้ปริมาณบาปจะเท่าเดิม แต่ผลของบาปก็ค่อยๆ เบาบางลง เมื่อเทียบกับบุญ

อยากแนะนำเพิ่มเติมในขณะก่อนทำบุญ ขณะที่ทำบุญ หรือหลังทำก็ตาม
อย่ามีความโลภ อย่าทำหวังผล บุญที่เจือด้วยโลภะ มักจะส่งผลน้อย หรือแทบไม่มี
(นั่นอาจจะเป็นเหตุผลว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ผลบุญซะที)
เราทำทาน ก็เพื่อฝึกสละออกครับ ผลของบุญ ยังไงๆ ก็ได้อยู่ดีครับ ถึงจะไม่ร้องขอก็ตาม

ให้เราคอยดูความอยากได้ (ผลบุญ) ก็ได้ครับ มีสิ่งให้ดูบ่อย ยิ่งบ่อยยิ่งดี
เมื่อสติจำสภาวะได้ จะเกิดสติตัวจริงได้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 มีนาคม 2008, 14:24 โดย กร » บันทึกการเข้า

ไม่ว่าปัญหาอะไรเข้ามา เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
ทำใจไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำใจ
ปัญหามันก็อยู่ใต้ไตรลักษณ์ เกิดได้ก็ดับได้
aim
ดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 26


« ตอบ #24 เมื่อ: 12 มีนาคม 2008, 16:29 »

สงสัยจะจริงอย่างที่คุณกรว่าค่ะ การทำบุญไม่ควรหวังผล เพราะยังไงบุญ มันก็จะมีของมันเอง

และสงสัยว่าดิฉันจะมีความอยากตลอดเลย ต่างกันตรงที่จะมากหรือน้อยเท่านั้น เพราะขนาดจะทำให้จิตใจตัวเองนิ่ง ยังใช้ความอยากเลย จะทำให้ตัวเองสงบ ก็ใช้ความอยากอีกนั้นแหละ สงสัยดิฉันต้องลดความอยากให้มากกว่านี้

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำของคุณกรนะค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!