แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
16 กุมภาพันธ์ 2019, 20:19 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ทำไมคนค้าขายสินค้าที่ผิดศีลธรรมจึงร่ำรวย?  (อ่าน 4390 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 24 กุมภาพันธ์ 2008, 14:28 »

ถาม - ทำไมคนค้าขายสินค้าที่ผิดศีลธรรมจึงร่ำรวย?


ก่อนอื่นต้องมองว่าการค้าขายเริ่มต้นขึ้นจากความต้องการซื้อ เมื่อมีความต้องการซื้อย่อมมีผู้เสนอตัวเข้ามาหยิบยื่นสินค้าให้ ในโลกนี้กิเลสของคนผลักดันให้อยากซื้ออะไร ขอให้มองและตรองตามจริงก่อน จะเห็นว่าเครื่องของอันเป็นไปในทางอบายมุข ทั้งเหล้ายา นารี เกมการพนัน ล้วนเป็นที่ต้องการอันดับหนึ่ง ดังนั้นใครครองตลาดได้ก่อน ได้ส่วนแบ่งมาก ย่อมมีรายได้มากเป็นเงาตามตัว และย่อมมีอิทธิพลเหนือธุรกิจอื่นซึ่งชาวโลกอยากซื้อหาน้อยกว่าด้วย


ความฉลาดเกี่ยวกับกลไกการตลาด วิธีผลักดันด้วยภาพลักษณ์น่าประทับใจผ่านระบบโฆษณาอันล้ำลึก ล้วนเป็นตัวแปรให้สินค้าขายดิบขายดียิ่งกว่าเทน้ำเทท่า


มองในแง่ที่จับต้องได้เช่นนั้นแล้ว ลองหันมามองในแง่ที่จับต้องไม่ได้บ้าง การค้าขายสินค้าผิดศีลธรรมไม่ใช่เหตุแห่งความวิบัติของทรัพย์สินเงินทองโดยตรง เพราะฉะนั้นทรัพย์ที่ได้มาถ้าเก็บสะสมไว้ก็จะยิ่งพอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีเหตุปัจจัยลึกลับมากระทำให้พินาศลง


กรรมอันเป็นเหตุแห่งความวิบัติของทรัพย์สินเงินทองโดยตรงคือการลักขโมย ความคดโกง ความอกตัญญู ความตระหนี่ถี่เหนียว และความติดใจการพนัน ถ้าคุณลองสำรวจคุณสมบัตินักค้าของผิดศีลธรรมรายใดแล้วไม่พบกรรมอันนำไปสู่ความวิบัติแห่งทรัพย์ดังกล่าวมา ก็อย่าเพิ่งไปอยากให้เขาวิบัติเป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้ค้าของผิดศีลธรรมรายอื่น เหมือนกับที่คุณไม่ชอบใครแล้วจะไปแช่งให้เขาล่มจมตามใจชอบไม่ได้ กรรมของเขาเองช่วยเลี้ยงดูสมบัติของเขาอยู่ และกรรมของเขาเองอาจช่วยกวาดล้างสมบัติของเขาเมื่อถึงเวลาไปเอง


ลองดูแง่ดีของเขาบ้างดีกว่า ส่องให้เห็นว่าเขาเคยบริจาคอะไรให้สังคมบ้างไหม? เขามีใจคิดสละไหม? เขาค้าขายซื่อตรงกับลูกค้าไหม? เขาห่างจากการพนันไหม? หากเขามีกรรมที่เป็นบวกอยู่มาก คุณก็ต้องให้เครดิตเขาว่าเป็นผู้ฉลาดในกองบุญอยู่บ้าง และเห็นตามจริงว่าเขาได้ในสิ่งที่สมควรจะได้แล้ว


เจ้าของธุรกิจใหญ่นั้นมักอยู่ในฐานะเจ้านายใหญ่ซึ่งมีผลกระทบกับหมู่คนจำนวนมากไปด้วย และความเป็นนายใหญ่ก็รวมกรรมหลากหลายไว้ในหนึ่งเดียว เช่นความเมตตาต่อลูกน้อง ความเอื้ออาทรต่อสังคม หากศึกษาชีวประวัติของบุคคลที่ร่ำรวย คุณจะพบว่าแต่ละคนต้อง ‘ให้’ อะไรคนอื่นมามาก เขาจึงมีเส้นสาย มีคนอยากตอบแทน และมีช่องทางมากกว่าคู่แข่งอื่น ๆ


การให้ของคน ๆ หนึ่งนั้น มีเขารู้อยู่แก่ใจว่าให้แบบหวังผล ให้ด้วยความเคยชิน หรือให้ด้วยจิตคิดอนุเคราะห์อย่างแท้จริง หากคุณไม่อาจหยั่งทราบน้ำใจของใครได้ ก็ขอให้ดูผลว่าเขาประกอบกิจการได้งอกเงยยั่งยืนเพียงใด หยัดสู้คู่แข่งได้เหนียวแน่นยาวนานแค่ไหน นั่นพอเป็นสิ่งที่สะท้อนได้ว่ากรรมของเขา ไม่อดีตชาติก็ปัจจุบันชาติ ที่กำลังอุดหนุนค้ำชูอยู่ และคุณจะไม่มีวันหาคำอธิบายที่น่าฟังได้ว่าทำไมชะตาของแต่ละคนจึงคงเส้นคงวาบ้าง ผันผวนขึ้น ๆ ลง ๆ รวดเร็วบ้าง


ส่วนผลกรรมจากการค้าขายสิ่งผิดศีลธรรมนั้น แน่นอนว่าต้องเป็นไปในทางไม่ดี เพราะพระพุทธเจ้าตรัสว่าชาวพุทธไม่พึงกระทำอาชีพ ๕ ประการคือ ค้าขายอาวุธ ค้าขายสัตว์ ค้าขายเนื้อสัตว์ ค้าขายน้ำเมา ค้าขายยาพิษ


และเหตุที่ไม่ควรค้าสิ่งเหล่านี้ แน่นอนครับ ก็คงเป็นเพราะมีแนวโน้มจะได้ไปอบายมากกว่าค้าขายสิ่งอื่นนั่นเอง


โดย ดังตฤณ
ที่มา http://dungtrin.com/prepare/mobile/P2.9.htm
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!