แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
23 สิงหาคม 2019, 16:15 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: บุญเก่าทำให้คนโกงกินยังร่ำรวยและมีอำนาจอยู่ได้จริงหรือ  (อ่าน 4063 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 22 กุมภาพันธ์ 2008, 18:02 »

ถาม – เวลาเห็นคนใหญ่คนโตในบ้านเมืองได้รับคำชมว่ามีบุญบารมีมากแล้วเกิดความหมั่นไส้ เพราะที่เห็นก็คือได้เป็นใหญ่จากการปั้นน้ำเป็นตัวและห้ำหั่นชิงไหวชิงพริบกัน ไม่เห็นจะเป็นบุญตรงไหน อยากทราบว่าตัวเองคิดอะไรผิดหรือเปล่าที่ไม่เชื่อเลยว่าการเป็นใหญ่เป็นโตของพวกเขามาจากบุญ


ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันอย่างชัดเจน ว่า ‘พลังบุญ’ เท่านั้นที่มีอำนาจบันดาลความสุข ความสำเร็จ หรือความสมหวัง เพราะ ‘พลังบาป’ จะให้ผลเป็นตรงข้าม คือบันดาลความทุกข์ ความล้มเหลว และความผิดหวัง กล่าวโดยรวบรัดคือชอบอย่างไรได้อย่างนั้นก็ด้วยผลบุญ เกลียดอย่างไรได้อย่างนั้นก็เพราะผลบาป ไม่มีทางกลับขั้วกันอย่างเด็ดขาด

เรื่องของเรื่องคือมันเป็นไปได้ครับ ที่คนมีฐานบุญเก่าหนาแน่น อาจเกิดเจตนาชั่วร้าย ทำเรื่องโกงๆ ทำเรื่องแย่ๆ แล้วก็ประสบความสำเร็จ นั่นเพราะฐานของบุญเก่าของเขามีกำลังมากพอจะผลักดันให้มันสำเร็จ

อย่างคนมีบุญเก่าในทางปัญญา เช่น เคยให้วิทยาทานไว้มาก หรือเคยบริจาคเงินสร้างโรงเรียนแก่ชุมชนด้อยโอกาส เขาเกิดใหม่ก็ฉลาดแรง และมีสิทธิ์เป็นพวกร้อนวิชา ถ้าสมัยนี้ก็อาจหลงผิดคิดพลาด เห็นไปว่าการเขียนโปรแกรมไวรัสเด็ดๆ หรือเจาะกำแพงป้องกันข้อมูลลับได้ จึงนับเป็นเซียนที่น่ายกย่อง และเขาก็ทำสำเร็จจริงๆ สร้างไวรัสออกมาก่อความวุ่นวายได้จริง หรือทลายด่านป้องกันความลับเพื่อขโมยเงินล้านได้จริง

ถามว่าจารชนคอมพิวเตอร์ดังกล่าวกลายเป็นจอมโปรแกรมเมอร์หรือแฮกเกอร์ตัวยงด้วยบุญหรือบาป? ต้องตอบว่าบุญเก่าช่วยหนุนให้เขาฉลาดพอจะเป็นไปตามปรารถนา เขาไม่ได้เป็นคนเก่งด้วยการเอาแต่ก่อบาปอย่างที่กำลังทำให้คุณเห็น แต่จะต้องเคยสร้างบุญไว้ในอดีตลับหูลับตาคุณมาก่อน

อดีตเลือกที่จะเป็นคนดี แต่ปัจจุบันเลือกที่จะเอาผลของความเป็นคนดีมาทำเรื่องเลวๆ ฟังดูคุ้นไหมครับ? ไม่ต้องรอข้ามชาติ คุณก็มีสิทธิ์เห็นว่านี่เป็นความจริงที่ปรากฏอยู่ทั่ว หาดูได้ไม่ยากเกินไป

ปัญหาอยู่ตรงที่ไทยเรานั้น เมื่อพูดถึง ‘คนมีบุญ’ ก็มักนึกถึงพวกที่เคยเป็นกษัตริย์หรือเทวดาในปางก่อน ดังนั้นคนมีบุญตามความรู้สึกของคนไทย จึงหมายถึงกลุ่มบุคคลแสนดี มีแต่ให้ ใครตกทุกข์ก็ช่วย จะชาติก่อนหรือชาตินี้ต้องเหมือนเดิม เป็นคนเดิม สูงส่งเท่าเดิม แท้จริงแล้วพุทธศาสนาบอกเราว่าไม่มีใครสูงตลอดหรือต่ำตลอด บุญเก่าที่หนาแน่นอาจเป็นปัจจัยพื้นฐานให้ก่อบาปได้ยิ่งกว่าพวกบุญหนุนน้อยหลายขุมนัก

ดังเช่นที่คุณเห็น ว่าผู้มีอำนาจวาสนาสามารถครองบ้านครองเมืองนั้น ต้องแย่งชิงอำนาจกัน ดูเผินๆเหมือนใครโกงเก่งกว่า เล่ห์กลเหนือชั้นกว่า ก็เป็นฝ่ายชนะเลือกตั้ง นั่นก็เป็นความจริงส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด อย่าลืมว่าคนเราจะมีอำนาจได้ต้องไม่ใช่โกงเป็นอย่างเดียว อย่างน้อยต้องมีบารมีในการเลี้ยงคน หรืออย่างน้อยต้องมีบุคลิกน่าให้ยอมรับเป็นลูกพี่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยบุญในการเนรมิตขึ้นมาทั้งสิ้น คงไม่ใช่ด้วยบาปเก่าอย่างแน่นอน

คนเราหากเป็นแต่โกง ไม่มีความดีติดตัวอื่นใดเลย อย่างไรก็ไม่มีทางเป็นใหญ่กับใครได้หรอกครับ มากที่สุดคงเป็นได้แค่มือแจกไพ่ในบ่อนกระจอกเท่านั้น

พุทธเราจะถือว่า ‘มีบุญ’ ก็ต้องหมายถึงมีสมบัติเป็นบุญติดตัวอยู่จริงๆ นั่นคือรู้สึกว่าใจเป็นบุญ ชอบทำบุญไม่ขาดสาย หาใช่ความนอนใจว่ามีบุญเป็นของตายในมือแน่แล้วเท่านั้น

พระพุทธเจ้าตรัสว่าบุคคลจะได้ชื่อว่ามีที่พึ่งให้แก่ตนเองจริง ก็ต่อเมื่อมีความเห็นชอบในกรรมวิบากและทางพ้นทุกข์ เป็นผู้ตั้งมั่นในการให้ทาน เป็นผู้ตั้งมั่นในการรักษาศีล หาใช่ให้วางใจในบุญอย่างใดอย่างหนึ่ง นั่นเพราะบุญเหมือนน้ำไหล หาใช่ก้อนอะไรก้อนหนึ่งซึ่งแข็งคงที่ถาวรไม่ คนที่ยังขาดความเห็นชอบ อาจทำบุญบางประเภทแทบเลือดตากระเด็น เช่นใส่บาตรพระทุกเช้าอธิษฐานขอความยิ่งใหญ่ในชาติถัดไป แล้วก็ได้ยิ่งใหญ่จริง เหลิงบุญเก่าจริง ถางทางไปนรกได้กว้างใหญ่กว่าใครเขา

พุทธเราไม่สรรเสริญบุญอย่างใดอย่างหนึ่งว่าน่าวางใจ เพราะตราบใดยังประกอบบุญไม่พอจะพบทางพ้นทุกข์ได้เด็ดขาด ก็ถือว่าบุญยังไม่ถึงขั้น หรือบุญยังน้อยเกินกว่าจะประมาทด้วยกันทั้งสิ้น


โดย ดังตฤณ
ที่มา http://dungtrin.com/mag/?15.prepare
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!