แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
5 ธันวาคม 2020, 09:27 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: อยากอยู่เป็นโสดแต่ก็ยังอยากมีความรัก  (อ่าน 5292 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 652



« เมื่อ: 6 กุมภาพันธ์ 2008, 11:21 »


ถาม - ดิฉันรู้สึกอยู่เสมอว่าอยากเป็นโสด แต่ในขณะเดียวกันก็อยากมีความรักด้วย
บางครั้งรู้สึกสับสนเหมือนกันค่ะ ว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่



ดิฉันก็เคยคิดเหมือนกันเลยค่ะ ไม่อยากแต่งงาน
ไม่มั่นใจในชีวิตในวันข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไร
ถ้าต้องไปอยู่บ้านสามี จะเข้ากับครอบครัวเขาได้หรือเปล่านะ
ต้องทำทั้งงานข้างนอกและดูแลคนในบ้าน ซึ่งก็ไม่รู้จะทำได้ดีแค่ไหน
ถูกใจพวกเขาหรือเปล่า คงน่าเหนื่อยมากเลย

เราเคยอยู่ตัวคนเดียว มีอิสระ สบายๆ ทำอย่างไรก็ได้
แต่อยู่คนเดียวนานๆ ก็ชักจะเหงาๆ อยากให้มีใครไว้สักคนหนึ่ง ไว้คอยคิดถึง
มีคนคอยเป็นห่วงเรา ไปรับ ไปส่ง เป็นเพื่อนเวลาเดินไปไหนมาไหน
ในเวลาที่เราต้องการบ้าง แต่ก็ไม่อยากอยู่ใกล้ชิดกันมาก

ดิฉันพบว่า การที่ตัวเองคิดแบบนี้
ก็เพราะกลัวอนาคต วิตกกังวลในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
และที่ไม่กล้าจะอยู่ใกล้ชิดคนที่ตัวเองชอบ
เนื่องจากกลัวว่า อิสรภาพที่เคยมีอยู่เต็มที่
จะเริ่มเหมือนมีห่วงมาร้อยรัด

และก็จะเกิดความรู้สึกผูกพัน
ในแบบที่เราขาดเขาไม่ได้
ในวันหนึ่งเราสูญเสียเขาไป เราคงต้องเสียใจมาก

แต่ถ้าเราไปกำหนดกำแพงกั้น หรือบล็อกตัวเอง ว่าต้องมีหรือไม่มีแฟน
จิตมันก็เครียด จะเกิดคำถาม อยู่ก็ไม่ได้ ไปก็กลัวไปไม่ถึง
ก็เลยพะว้าพะวง เดินเป็นวงกลมเวียนไปเวียนมาอยู่ที่เดิม

เหมือนคนที่จะบวชก็กลัวไม่บรรลุ
จะมีครอบครัว ก็กลัวทุกข์จากการครองเรือน

ปัจจุบันคือเหตุใกล้ของอนาคตค่ะ
ถ้าเราทำปัจจุบันของเราให้ดีที่สุดแล้ว
อนาคตข้างหน้า เราก็ย่อมได้รับผล
ตามเหตุปัจจัยที่ได้กระทำไว้ดีแล้วนั้นค่ะ

เรื่องคู่ครองจะแต่งหรือไม่แต่งอย่างไร
ก็มองให้เรื่องปกติธรรมดาของชีวิตมนุษย์ทั่วๆ ไป
บางคนเขาก็มี บางคนก็ไม่มี
เป็นเรื่องของเหตุปัจจัยของคนสองคน
ที่เคยร่วมสืบสานสายสัมพันธ์กรรมกันมา

ถ้ามีใครเข้ามาในชีวิต
คบกันแล้วสบายใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย
อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข
มีศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา เสมอกัน
จะพัฒนาไปถึงขั้นแต่งงาน
ก็ให้เป็นเรื่องที่จะดำเนินไปตามวิถีทางที่มันควรจะเป็น
แล้วเราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด
หมั่นทำแต่กุศลกรรมสม่ำเสมอ
เราก็จะเหมือนมีเบาะนุ่มไว้คอยช้อนรับเบื้องหน้า

ในอนาคตไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นก็ตาม
เราก็ใช้สติปัญญาของเราค่อยๆ พิจารณาแก้ไขไป
ถือเป็นบทเรียน เป็นการเก็บเกี่ยว
เรียนรู้เพื่อที่เราจะได้พัฒนาตนในอัตภาพมนุษย์นี้ต่อไป

แต่ถ้าไม่มีใครเข้ามา หรือไม่มีใครเหมาะสมกับเรา
เราก็อยู่คนเดียวของเราไปแบบสบายๆ
ดำเนินชีวิตของเราไปตามปกติ
ทำการงาน หาเวลาพักผ่อน ไปเที่ยวชมธรรมชาติ
มีเวลาก็ไปวัด ไปทำบุญ ปฏิบัติธรรม เพื่อให้จิตใจผ่องใส

ถ้าอยากมีใครเป็นที่ปรึกษา เป็นคนพิเศษ
ถูกอัธยาศัยใจคอใคร
เราก็วางจิตเราไว้ รักษาสัมพันธ์
เป็นกัลยาณมิตร เกื้อกูลซึ่งกันและกันในทางกุศล
ดิฉันมั่นใจว่ามีคนที่พร้อมจะเป็นเพื่อน ให้กำลังใจคุณอยู่มากมายค่ะ

มีสติอยู่กับปัจจุบัน หมั่นสังเกต รู้ทันกายใจไปเรื่อยๆ
ปล่อยวางอดีต อนาคต อันเป็นเครื่องร้อยรัดกังวลทั้งหลาย
เราก็จะพบทางสว่างที่มั่นใจ เลือกได้โดยไม่ลังเลใจในเบื้องหน้าค่ะ 



โดย mayrin
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!