แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
16 กุมภาพันธ์ 2019, 21:12 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: การละเมิดกฎหมายคือการผิดศีลธรรมด้วยหรือไม่?  (อ่าน 6336 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 6 กุมภาพันธ์ 2008, 11:02 »

ถาม – การละเมิดกฎหมายคือการผิดศีลธรรมด้วยหรือไม่ครับ?



ถ้าหากกฎหมายข้อนั้นๆยืนพื้นอยู่บนศีลธรรม ก็เท่ากับละเมิดศีลธรรมด้วยครับ แต่ถ้าหากกฎหมายข้อนั้นๆถูกกำหนดขึ้นตามใจชอบของผู้ปกครองซึ่งปราศจากความเป็นธรรม อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ขอยกตัวอย่างไกลๆตัวที่เด่นชัด ผมเคยดูสารคดีหนึ่งนานมากแล้ว ยุคที่รัสเซียยังปกครองโดยเผด็จการ เคยมีกฎหมายอยู่ข้อหนึ่ง คือใครโกงภาษี จะต้องถูกประหารด้วยการใช้ม้าลากแขนขาไปคนละทิศคนละทาง ดึงร่างให้ขาดจากกันต่อหน้าลูกเมีย นี่อาจจะเป็นกฎหมายท้องถิ่นหรืออย่างไรก็แล้วแต่ ที่แน่ๆคือไม่ชอบด้วยศีลธรรม ไม่ยืนพื้นอยู่บนการตัดสินด้วยความเมตตาปรานี คำนึงแต่จะเชือดคอไก่ให้ลิงดูท่าเดียว

ในทางตรงข้าม หลายๆประเทศแทบไม่มีบทลงโทษกับผู้เลี่ยงภาษีหรือหนีภาษีเอาเลย อย่างมากก็เรียกเก็บภาษีย้อนหลัง หรือส่งจดหมายตามทวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ใช่ผู้มีรายได้มากก็เกือบๆจะไม่สนใจกันทีเดียว ส่วนคนรวยที่โกงภาษี โทษสูงสุดเมื่อเรียกเก็บย้อนหลังแล้วไม่มีจ่าย อย่างมากก็แค่ฟ้องล้มละลาย ไม่มีการติดคุก เรียกได้ว่ากฎหมายเกี่ยวกับภาษีของหลายประเทศนั้น มีไว้เพื่อให้ประชาชนรักษาจิตสำนึกขั้นพื้นฐานกันมากกว่าจะเอาไว้ขู่เข็ญคาดโทษจริงจัง

นี่คือข้อแตกต่างที่ชัดเจนว่าคุณทำอะไรอย่างหนึ่งในโลกมนุษย์นี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นผลทันตาด้วยการรับโทษทัณฑ์หนักเบาเท่ากัน แม้เอาตัวบทกฎหมายมาเป็นบรรทัดฐานแล้วก็ตาม มันขึ้นอยู่กับคุณอาศัยอยู่ที่ไหน พื้นเพความเชื่อของคนท้องถิ่นเป็นอย่างไร

แต่ใน ‘โลกความเป็นจริง’ ซึ่งมีกฎแห่งกรรมวิบากควบคุมอยู่อย่างหนาแน่น การไม่เสียภาษีก็คือการสร้างนิสัยไร้สำนึกรับผิดชอบ และนั่นเท่ากับสร้างภพข้างหน้าให้ตนเองต้องไปอยู่ร่วมกับพวกไร้สำนึกรับผิดชอบ อยากทำอะไรก็ทำ

ยิ่งหากคุณคิดโกงหรือหลบเลี่ยงเต็มๆ ก็นับว่าได้ก่อกรรมประเภททุจริต หรือคิดแล้วก็เข้าข่ายลักกินขโมยกินได้ เพราะถนนก็ดี ไฟตามทางก็ดี จะมีขึ้นมาให้เราใช้ไม่ได้ถ้าปราศจากภาษีของประชาชน ถ้าเราใช้ประโยชน์จากสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานโดยไม่ร่วมกับคนอื่นลงขันออกเงิน ก็เท่ากับเอาของคนอื่นมาใช้เปล่าๆนั่นเอง หากใจคุณรับรู้ความจริงข้อนี้แล้วยังขืนงอมืองอเท้าไม่เสียภาษีตามกฎหมาย นั่นแหละจิตของโจรแบบอ่อนๆแล้วครับ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กฎหมายบางข้อก็ทำให้ความรู้สึกเกี่ยวกับศีลธรรมพร่าเลือนไป เพราะมนุษย์จะออกกฎหมายด้วยความเห็นใจ ในขณะที่ธรรมชาติออกกฎแห่งกรรมวิบากขึ้นมาด้วยความเห็นจริง ใครทำอย่างไรต้องได้อย่างนั้นหรือแนวๆนั้น เคร่งครัดเข้มงวดไม่เลือกหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่ปรานีปราศรัยใดๆทั้งสิ้น

ยกตัวอย่างเช่นกฎหมายว่าด้วยการฆ่าคนนั้น จะดูเหตุบันดาลโทสะเป็นสำคัญ ถ้าไม่มีโทสะเลย แต่อยากไปฆ่าเขาเพื่อเอาประโยชน์เข้าตัว แถมวางแผนไตร่ตรองไว้ก่อนอย่างเลือดเย็น ท่านี้ก็เรียกว่ามีความผิดอุกฉกรรจ์ หากหลักฐานชัดเจนและการพิจารณาคดีไม่มีใต้โต๊ะ โอกาสจะรอดจากโทษหนักก็เป็นศูนย์

แต่ถ้าเหตุบันดาลโทสะนั้นดูสมควรให้เห็นใจ กฎหมายก็จะปรานีลดหย่อนผ่อนโทษให้ เช่นถ้าลงมือฆ่าเพราะเห็นภรรยากำลังมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่นกับตา อย่างที่เรียกว่าจับได้คาหนังคาเขา กฎหมายจะผ่อนปรนให้ชนิดแทบไม่เอาโทษกัน เพราะถือว่าเป็นการบันดาลโทสะอย่างรุนแรงตามวิสัยธรรมชาติ หรืออีกนัยหนึ่งเป็นการป้องกันศักดิ์ศรีความเป็นชาย

การผ่อนปรนทำนองนี้อาจก่อความเข้าใจผิดว่าการฆ่าคนหรือการทำร้ายคนด้วยแรงบันดาลโทสะนั้นเป็นสิ่งชอบธรรม แต่กฎแห่งกรรมวิบากจะไม่มองอย่างนั้น ธรรมชาติเขาพิพากษาว่าถ้าไม่ฝึกสติให้ดี มีโทสะแล้วลงมือทันทีโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง อันนั้นแหละบาปกรรมอันใหญ่หลวง เพราะเมื่อคุณก่อบาปขณะจิตมีโทสะแรงกล้า ขณะนั้นจิตจะไม่มีสำนึกผิดชอบชั่วดี ไม่มีทางรู้สึกว่ากรรมที่ทำนั้นเป็นบาป จิตจึงกอดรัดบาปไว้เต็มๆ เหมือนที่พระพุทธองค์เปรียบกับคนไม่รู้ว่าถ่านร้อน ก็จับเข้าไปเต็มกำ แล้วได้ผลเป็นความทุกข์ทรมานสาหัสเต็มที่ แตกต่างจากคนที่เขารู้อยู่ล่วงหน้าว่าถ่านร้อน พอถูกบังคับให้จับก็จับแบบหลวมๆ แหยงๆ ไม่เต็มไม้เต็มมือ ความเจ็บปวดและพื้นที่มือที่ไหม้เกรียมจึงน้อยลง

ฉะนั้นถ้าอยากดูความยุติธรรมขนานแท้ คุณต้องหัดดูให้ลึกเข้าไปถึงกลไกการทำงานของจิตตัวเอง ว่าตั้งใจอย่างไร เอาชนะกิเลสได้แค่ไหน นั่นแหละครับเกมกรรมที่พวกเรากำลังเล่นกันอยู่อย่างไม่ค่อยจะรู้อีโหน่อีเหน่ แล้วพยายามเรียกร้องหาความเป็นธรรมจากมนุษย์ผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วยกัน

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ลองดูกฎหมายสำหรับเยาวชนที่ผ่อนปรนให้เด็ก ด้วยมุมมองที่ว่าเด็กยังไร้สำนึกคิดอ่านผิดชอบชั่วดี อันนั้นว่ากันโดยรวมก็ถูกอยู่ส่วนหนึ่ง แต่ไม่เป็นสากล เพราะเด็กอายุต่ำกว่าสิบขวบบางคนนั้นคิดได้พอๆกับผู้ใหญ่แล้ว หรือเด็กสิบกว่าขวบบางคนเหี้ยมเกรียมยิ่งกว่าฆาตกรโรคจิตเสียอีก

กรณีทำนองนี้ขอยกตัวอย่างเรื่องที่พระพุทธองค์ตรัสเล่าไว้ คือในอดีตชาติท่านเป็นเด็กเล็ก เล่นซุกซนอยู่กลางทาง เผอิญเห็นสมณะผ่านมาก็นึกสนุก จุดไฟล้อมท่านเสียอย่างนั้น แต่นับเป็นคราวเคราะห์หนักที่สมณะนั้นเป็นถึงพระปัจเจกพุทธเจ้า (ผู้ตรัสรู้หลุดพ้นกิเลสอย่างเด็ดขาดด้วยตนเอง) บาปกรรมที่ทำก็ให้ผลยืดเยื้อยาวนาน ธรรมชาติไม่สนใจว่าขณะก่อบาปเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ แม้กระทั่งชาติสุดท้ายซึ่งมาสำเร็จธรรมเป็นพระพุทธเจ้า ก็ยังมีคนจ้างนายขมังธนูให้มาดักปลงพระชนม์ (คือกรรมให้ผลล้อกันกับที่เคยจุดไฟล้อม)

หรือแม้กรรมที่เบากว่านั้น เช่นครั้งหนึ่งพระองค์เคยเสวยพระชาติเป็นเด็กลูกชาวประมง เพียงเห็นชาวประมงฆ่าปลาแล้วเกิดความโสมนัส ชาติสุดท้ายพระองค์ท่านยังต้องเสวยวิบากด้วยการปวดพระเศียร เพราะจิตที่จับเอาส่วนของบาปโดยไม่รู้ว่าเป็นบาป แถมมีความยินดีอิ่มอกอิ่มใจในบาป ซึ่งก็คือการกอดบาปเข้าไปเต็มๆ ไม่แบ่งแยกว่าเป็นจิตของเด็กหรือผู้ใหญ่ (ตรงนี้ถือโอกาสขอให้ผู้เข้าใจว่ากรรมฐานแก้กรรมได้โปรดทำความเข้าใจเสียใหม่นะครับ กรรมฐานอาจเลื่อนเวลาให้ผลกรรมดำได้เพราะมีกรรมขาวมาแทรกแซง แต่ไม่ใช่ลบล้างกันเหมือนเอายางลบลบรอยดินสอ กรรมดำอาจเข้าคิวให้ผลอยู่สุดกู่ แต่ถ้าสบช่องเมื่อไหร่ก็ให้ผลจนได้)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ไม่มีกฎหมายประเทศไหนในโลกห้ามคุณพูดเล่น โกหกตลกคะนองกับคนใกล้ชิด คุณจะมีความผิดตามกฎหมายต่อเมื่อมีหลักฐานพิสูจน์ชัดว่าคุณหลอกให้ใครไปตาย หรือล่อลวงฉ้อฉลให้คนเสียทรัพย์ด้วยความเข้าใจผิด ให้เขาคิดว่าจะได้อย่างหนึ่ง กลับได้อีกอย่าง หรือไม่ได้เลย เป็นต้น

ตามระบิลเมือง ถ้าคุณก่อคดีฉ้อฉลครั้งใหญ่หนเดียว แล้วถูกจับได้ จำนนด้วยหลักฐานและพยาน คุณอาจต้องติดคุกหัวโต ในขณะที่คุณสามารถกุเรื่องแบบปั้นน้ำเป็นตัวเอาสนุกได้ทั้งชีวิตโดยไม่มีใครมาฟ้องร้องเอาผิดกับคุณเลย

ทว่าด้วยกฎแห่งกรรมวิบาก ธรรมชาติเขาจะดูรายละเอียดเพื่อลงโทษอย่างสาสมไปอีกแบบ เช่นถ้าคดีใหญ่ที่คุณฉ้อฉลนั้น ยืนพื้นอยู่บนความจำใจ อยากเอาเงินมารักษาบิดามารดา ไม่ได้ทำไปโดยสันดาน ไม่ได้ทำไปเพราะโลภจะเอาเปรียบคนอื่น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ได้ทำโดยกะยึดเป็นอาชีพ ธรรมชาติอาจให้คุณชดใช้กรรมในคุกแล้วจบ หากคุณสำนึกผิดแล้วก็แล้วกัน หรืออาจมีของแถมเป็นการโดนฉ้อฉลกลับบ้างนิดหน่อย สุดแท้แต่ว่าการฉ้อฉลของคุณไปทำให้คนเดือดร้อนมากน้อยแค่ไหน

แต่คนชอบกุเรื่องแบบปั้นน้ำเป็นตัวนั้น ต่อให้ไม่ทำใครเดือดร้อน แค่หมั่นทำเป็นนิตย์ก็อาจเจอโทษหนักจากกฎแห่งกรรมวิบาก คือธรรมชาติเขาจะส่งคุณไปขังไว้ในภพของการหลอกลวง จิตใจคุณจะมัวมน พร่าเลือน รับรู้ความจริงยาก หัวอ่อนถูกหลอกง่าย แล้วก็จะมีคนชอบมาหลอกคุณตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งผมพิจารณาว่าโดนลงโทษแบบนั้นน่าจะหนักเสียกว่าอยู่ในห้องกรงของทัณฑสถานหลายๆปีเสียอีก ลองคิดดูว่าถ้าต้องอยู่ในโลกที่ไม่น่าไว้ใจไปทั้งชีวิตนี่มันทรมานใจกันขนาดไหน แลไปรอบหาคนเชื่อไม่ได้สักคน คุณจะเห็นแต่โลกในแง่ร้าย และไม่มีแก่ใจทำความดีหรือพูดตรงไปตรงมา นั่นแหละครับบ่อเกิดของความชั่วร้ายเป็นขบวนต่อเนื่องไม่รู้จบ

ผลกรรมของการชอบโกหกเรื่อยเจื้อยนั้น ใกล้ตัวที่สุดคือจิตที่ผิดปกติ มองเห็นอะไรตามจริงยาก ซึ่งความมัวมนผิดปกติของจิตนั้นจะทำตัวเป็นคลื่นรบกวน กระทบให้คนอื่นรู้สึกไม่อยากไว้วางใจคุณ พูดอะไรดูไร้น้ำหนักไม่น่าเชื่อถือไปหมด กฎหมายบ้านเมืองใช้เทคโนโลยีไหนๆมาลงโทษคุณในรูปแบบนี้ไม่ได้ แต่กฎแห่งกรรมเขาทำได้ครับ พูดง่ายๆว่าจิตคุณเองนั่นแหละเล่นงานตัวเองแทนกฎหมาย

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอให้สังเกตด้วยว่าถ้าคนทั่วไปเห็นชอบสิ่งใด สิ่งนั้นก็ไม่ถือว่าผิด เช่นสุรายาเมา ใครๆก็ดื่มได้กินได้ เพียงมีกฎคุมไว้แบบสร้างเงื่อนไขในการผลิตและบริโภคไว้นิดหน่อย เช่นห้ามต้มเหล้าเถื่อน ห้ามมีแอลกอฮอล์ในเลือดเกินปริมาณที่กำหนดขณะขับรถ เป็นต้น

สรุปคือกฎหมายบอกว่าการดื่มเหล้าไม่ผิด เพราะฉะนั้นถ้าใครไม่ศึกษาธรรมะให้เข้าใจ ก็จะนึกว่าไม่เป็นไร ดื่มเท่าไหร่ก็ได้ ตราบเท่าที่ไม่เมาอาละวาด ไม่ดื่มมากเกินไปในขณะจำเป็นต้องขับรถ

แต่ข้อเท็จจริงคือธรรมชาติเขาไม่สนว่าคุณถือตามกฎหมายข้อไหน เขาจัดกฎเหล็กไว้เลยว่าถ้าคุณดื่มจนสติพร่าเลือนบ่อยๆล่ะก็ วันหนึ่งคุณจะมีสติไม่สมประกอบ อาจเร็วทันตาเห็นในชาตินี้ หรือไปมีผลชัดเจนในชาติหน้า

ที่แน่ๆคือทุกวันนี้มีคนตายเพราะเป็นพิษสุราเรื้อรัง หรือไม่ก็เกิดโรคที่เป็นผลข้างเคียงจากการดื่มสุรามาก แต่คนอยู่ข้างหลังก็ไม่สะทกสะท้าน ยังคงเดินหน้าแสวงหาน้ำนรกมารินลงคอกันต่อไป ป่วยกล่าวไปไยถึงการคิดถึงผลกรรมจากการร่ำสุรายาเมาที่ยังไม่แจ้งชัดในอนาคต เหล้าจะควบคุมมโนสำนึกไม่ให้รู้สึกผิดชอบชั่วดี ไม่กลัวเกรงโทษภัยใดๆ และปักใจเชื่อว่าดื่มได้ไม่มีปัญหา ไม่มีวิบากกรรมใดๆรอเล่นงานอยู่อย่างแน่นอน


โดย ดังตฤณ
ที่มา http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare039.htm
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 มีนาคม 2008, 23:24 โดย star4life » บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!