แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
27 พฤษภาคม 2019, 07:33 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: รักแบบใช้สมอง  (อ่าน 6301 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 6 กุมภาพันธ์ 2008, 02:50 »

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ ว.วชิรเมธี พระนักเขียนหนังสือธรรมะที่ได้รับความนิยม กล่าวถึงพฤติกรรมของวัยรุ่นในทางที่เหมาะสมกับวันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรักว่า ความรักเป็นทั้งสิ่งที่สวยงามและไม่สวยงาม ขึ้นอยู่กับว่าจะมองด้วยสติปัญญาหรือไม่ ถ้าเกี่ยวข้องด้วยความมีปัญญาความรักก็เป็นเรื่องที่งดงาม เพราะมีคนจำนวนมากที่สร้างตัวขึ้นมาได้ด้วยความรักที่เป็นแรงบันดาลใจ อีกประเภทหนึ่งเป็นรักที่ฆ่ากันตาย ทำร้ายกัน จนวันวาเลนไทน์เป็นวันเสียพรหมจารี อย่างนี้เรียกว่ารักขึ้นสมอง ดังนั้น หากจะรักต้องรักด้วยสมอง ใช้สติและปัญญาให้มาก

พระมหาวุฒิชัย กล่าวด้วยว่า ความรักในทางพุทธศาสนามีหลายมิติ เช่น รักตัวกลัวตาย คนทุกคนที่เกิดมามีสัญชาตญาณรักตัวอยู่แล้วแต่ถ้าไม่ดูแลให้ดีจะเป็นรักแบบเห็นแก่ตัว รักใคร่ปรารถนา เป็นความในเชิงชู้สาว รักเมตตาอารี คือรักพ่อแม่ รักลูก ครู อาจารย์ ลูกศิษย์ เพื่อนรักเพื่อน เจ้านายรักลูกน้อง และรักมีแต่ให้ คือรักของพระอาริยะบุคคลที่มีสติปัญญามองคนทั้งโลกเหมือนเป็นลูกเป็นหลาน รักใน 4 มิตินี้ จะต้องเรียนรู้พัฒนาความรักของเราตั้งแต่รักตัวกลัวตายขึ้นไปให้สูงสุดถึงรักมีแต่ให้เพื่ออยู่ในโลกอย่างร่มเย็นเป็นสุข แต่ในสังคมทุกวันนี้มองมิติของความรักแคบเกินไป มองเพียงมิติเดียว

“ในวันวาเลนไทน์ เราควรจะบอกตัวเองว่าต้องก้าวไปให้ถึงรักแท้ อย่าไปรักอยู่แค่รักตัวกลัวตาย รักใคร่ปรารถนา ต้องบอกตัวเองว่าวันหนึ่งเราต้องก้าวไปให้ถึงรักแท้ ไม่เช่นนั้นถ้าเรารักใครก็ตาม อย่ารักแบบผิวเผิน ต้องรักที่เนื้อหาของเขา อย่าไปดูที่รูปร่างหน้าตาอย่างเดียว ต้องรักไปถึงคุณภาพชีวิตของเขาด้วย รักแล้วพากันสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามขึ้นไป เรารักใครอย่าทำให้คนที่เรารักทุกข์” พระมหาวุฒิชัย กล่าว

ว.วชิรเมธี เปิดเผยอีกว่า ถ้าวัยรุ่นจะมีความรักไม่ใช่เรื่องผิด แต่ในความรักนั้นต้องมีสติอยู่เสมอไป ความรักเปรียบเหมือนมงกุฎที่ใครๆ อยากนำมาสวมหัว แต่ต้องดูให้ดีว่ามงกุฎบางชนิดเป็นมงกุฎหนาม สวมไม่เป็นอาจจะถูกหนามทิ่มแทงได้ ดังนั้น ถ้ารักอย่างไม่มีสติ พอมีความรักก็จะยอมทำตัวเองให้ได้ดั่งใจคนอื่น ถ้ามีความรักแล้วเริ่มสูญเสียตัวเองเพราะคนอื่นเรียกร้องให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แสดงว่าเป็นความรักที่ขาดสติ

“เวลาเรามีความรักต้องถามตัวเองว่าเรายังคงเป็นตัวของตัวเองได้ ถ้ารักเขาแล้วยอมเขาทุกอย่าง สักพักหนึ่งจะเริ่มแย่ นำไปสู่ประตูของความเสื่อม ฉะนั้น เวลาเราไปรักใครหรือใครมารักเรา ต้องถามก่อนว่าถ้ารักกันจริง ๆ มีอนาคตร่วมกันหรือไม่ที่จะทำให้ชีวิตพยายามขึ้นไปสู่ภาวะที่ดีที่งามสูงขึ้น ไม่ใช่รักกันแล้ว ก็มองแต่ว่าเมื่อไรจะมีอะไรด้วยกัน รักแบบนี้เป็นรักที่สัตว์เดรัจฉานก็มีได้ ไม่ต้องใช้สติปัญญาขั้นสูงอะไร ในฐานะที่เราเป็นมนุษย์เราต้องไปให้ไกลกว่านั้น” พระมหาวุฒิชัย กล่าวและฝากให้ผู้ปกครองดูแลลูกหลานให้ดีในวันวาเลนไทน์ ขณะเดียวกันเยาวชนให้ดูแลตัวเองให้ดี ความรักเป็นทั้งต้นทางของความสุข และเป็นประตูไปสู่ความทุกข์ จะรักใครอย่างไรให้รักตัวเองด้วย จะรักใครก็อย่าทำร้ายตัวเอง



ที่มา http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9500000017084
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!