แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
16 กุมภาพันธ์ 2019, 21:22 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: เพราะเหตุใดจึงเกิดเรื่องไม่ดีซ้ำๆ?  (อ่าน 4660 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 6 กุมภาพันธ์ 2008, 02:51 »

ถาม – มักเกิดเรื่องไม่ดีกับตัวเองในรูปแบบซ้ำๆกัน บางทีก็เจอคนแบบเดียวกัน กระทำกับเราเหมือนคนก่อนๆจนชักเชื่อว่ากรรมคงมีจริง แต่จะให้ทำอย่างไร? พยายามอ้อนวอนให้เขาเปลี่ยนแปลงแล้ว พยายามอภัยเขาแล้ว พยายามหลีกเลี่ยงไม่พบเขาแล้ว แต่เจอคนใหม่ก็เกิดเรื่องแบบเดิมๆอีกอยู่ดี บางทีอยากหนีให้พ้นๆจากโลกนี้ไปเลย



เราหนีหน้าคนได้ครับ หรือจะหนีโลกใบนี้ไปเลยก็ได้ แต่จะไม่มีวันหนีกรรมของตัวเองพ้น และถ้าหนีกรรมของตัวเองไม่พ้น ก็แปลว่าเรื่องเดิมๆยังต้องหวนกลับมาหาอีกอยู่ดีในโลกอื่น

ถ้าเราเป็นหนี้มาเฟียประเภทเขี้ยวลากดินนั้น ต่อให้หนีสุดหล้าฟ้าเขียวไป ๒๐ ปีเขาก็จะยังส่งคนตามล่าแบบกัดไม่ปล่อยอยู่ดี จนกว่าจะแน่ใจว่าเราตายไปแล้ว ถึงจะสั่งหยุด แต่กฎการทวงหนี้ของกรรมยิ่งเขี้ยวลากดินกว่านั้นหลายขุม เพราะถึงเราตายดับไปแล้ว หลงลืมไปแล้วว่าเคยก่อหนี้อันใดไว้ กรรมก็ยังคงติดตามตัวไปอยู่นั่นเอง ไม่ปล่อยเราเลยจนกว่าจะใช้หนี้ได้หมด

แทนการพยายามหาทางลัดในการหนีกรรม ลองกัดฟัน ‘เปลี่ยนเส้นทางกรรม’ ดูจะดีกว่า เพราะนั่นจะเป็นไปได้จริง และก่อให้เกิดความสุขในระยะยาว วิธีเปลี่ยนเส้นทางกรรมทำได้ดังนี้

๑) ให้ทราบกติกาของกรรมไว้อย่างหนึ่ง คือ ตราบใดยังผูกเวรแม้ด้วยใจ ตราบนั้นเราจะยังเป็นผู้อยู่บนเส้นทางกรรมเดิม บางคนรู้สึกว่าตัวเองให้อภัยไปหมดแล้ว เอ่ยปากขอกรวดน้ำคว่ำกะลาไม่ต้องมาเจอกันอีกแล้ว แต่ใจแท้ๆยังเคลือบด้วยความเคือง อันนั้นแหละคือสายใยที่ยังโยงเราไว้กับเส้นทางเก่าอยู่

๒) แม้ไม่ทราบว่าเราทำกรรมอันใดมาแต่หนไหนถึงต้องมารับผลกรรมซ้ำๆ แต่เราก็สามารถทราบได้ว่ากำลังเสวยผลกรรมอันทำให้เกิดทุกข์ด้วยอาการหนึ่งๆเป็นประจำ เช่นถูกคนหลอก หรือถูกใครต่อใครทิ้งขว้าง หรือถูกทำร้ายร่างกาย ก็ให้ทำใจไว้ว่าเราคงเคยหลอกใครต่อใคร หรือเคยทิ้งขว้างใครต่อใคร หรือเคยทำร้ายร่างกายใครต่อใครมาเป็นประจำในอดีตชาติหนหลังนั่นเอง ดังนั้นก็ขอให้ตั้งใจทำในสิ่งที่เป็นตรงข้ามเสียในชาตินี้ คือคิดว่าเราจะไม่หลอกใคร คิดว่าจะไม่ทิ้งขว้างใคร และคิดว่าจะไม่ทำร้ายร่างกายใคร ปกติคนเราชอบระบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน โดนอย่างไรต้องเอาคืนอย่างนั้น ต่อให้เอากับเจ้าตัวที่ก่อเรื่องเดือดร้อนกับเราไม่สำเร็จ ก็อุตส่าห์จะพาลพาโลไปลงเอากับคนอื่นจนได้

๓) นอกจากคิดในเชิงตั้งรับคือไม่โต้ตอบให้เป็นบาปแล้ว ควรคิดในเชิงรุกคือให้ทำคุณกับคนอื่นด้วย ยิ่งถ้าเขาร้ายมาแล้วเราดีตอบ โดยไม่สนใจเรื่องทำคุณไม่ขึ้น ก็จะยิ่งเกิดผลด้านบวกทวีตัวสั่งสมเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพราะพิสูจน์กำลังใจแล้วว่าแน่จริง

คำแนะนำเหล่านี้ดูเหมือนยุให้ยอมท่าเดียว นับว่าเสียเปรียบ ขอให้คิดว่าเราไม่ได้ยอมมนุษย์ด้วยกัน แต่เรายอมจำนน ขอทนรับผลกรรมของตนเอง ซึ่งเราลืมไปแล้วบ้าง หรืออาจจะยังไม่ลืมบ้าง คนอื่นเขาจะคิดว่าเราโง่ที่ยอมเสียเปรียบมนุษย์ด้วยกันก็ช่างเขา เราขอฉลาดในเรื่องกรรม ไม่ยอมติดอยู่ในข่ายวิบากชั่วให้ยืดเยื้อทรมานก็แล้วกัน

จำง่ายๆคือ ถ้าเป็นทุกข์เพราะเป็นฝ่ายถูกกระทำ แล้วเราไม่ผูกพยาบาท ไม่ผูกใจเจ็บให้เป็นเวรต่อเวร สิ่งที่จะเกิดขึ้นทันทีพิสูจน์ได้ในภายในคือความรู้สึกสงบสุข และสิ่งที่จะเกิดขึ้นในแบบที่เราไม่สามารถล่วงรู้ด้วยหูตา คือวิบากกรรมจะอ่อนกำลังลงเรื่อยๆในแต่ละครั้งที่เราตัดสินใจไม่ต่อเวร ไม่ผูกใจเจ็บ

การไม่ผูกใจเจ็บ ไม่ลงมือตอบโต้ก่อเวรต่อ แถมยังพยายามทำคุณกับผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนนั้น หาใช่เป็นเพราะเราอยากแกล้งแสดงบทเป็นพ่อพระหรือแม่พระ แต่เป็นการตั้งใจยกเอาตนเองออกจากเส้นทางอุบาทว์สายเดิมขึ้นสู่เส้นทางใหม่ ไกลออกมาเรื่อยๆ ปกติถนนหนทางเส้นใหม่ย่อมมีบ้านเรือนและผู้คนแปลกตาอย่างไร ฉันใดก็ฉันนั้น บนเส้นทางกรรมใหม่เราก็จะเห็นผู้คนและสถานการณ์แปลกใหม่ในทางดีกว่าเดิมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

ตระหนักเถิดว่าเส้นทางกรรมไม่ได้เริ่มสร้างขึ้นที่ภายนอกตัว แต่เริ่มสร้างขึ้นที่ใจอันคิดไปต่างๆภายในเราเอง อย่าหวังเปลี่ยนแปลงคนที่อยู่นอกตัว แต่ให้หวังเปลี่ยนแปลงความคิดที่อยู่ในตัว แม้อาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งกว่าจะเห็นผลเปลี่ยนแปลงปรากฏขึ้นที่โลกภายนอก แต่อย่างน้อยเราก็ได้ความเบาใจเป็นสิ่งตอบแทนมาในทันทีโดยไม่ต้องรอเวลา คือเบาใจว่าเรากำลังจะเปลี่ยนเส้นทาง เรากำลังจะไม่ต้องหม่นใจเพราะมัวหมกมุ่นครุ่นคิดเปลี่ยนแปลงเรื่องข้างนอก เราจะมีความสุขและอบอุ่นอยู่กับใจอันเป็นกุศล เมื่อรู้จักใจที่ ‘วางอาวุธ’ อย่างแท้จริง เราจะไม่ถามใครว่าทำได้แล้วเป็นสุขเพียงใด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเองเป็นธรรมดาย่อมบอกเราเหมือนคนพูดเสียงดังฟังชัด

ถ้าหากช่วงแรกรู้สึกท้อเกินที่จะทน จะลองหมั่นทำบุญ สวดมนต์ภาวนา หรือหาหนังสือธรรมะมาอ่านบ้างก็ดีครับ เพราะถ้าจมจ่อมอยู่กับความรู้สึกหม่นหมองมากๆแล้วก็จะยิ่งเสียกำลังใจลงทุกที แต่ถ้ายกตัวเองขึ้นจากหนองน้ำแห่งความเศร้าด้วยกรรมที่ทำให้ชื่นใจในปัจจุบัน คุณจะมีแรงสู้ต่อ และเชื่อมั่นว่าวันหนึ่งทุกอย่างจะต่างไป


โดย ดังตฤณ
ที่มา http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare003.htm


บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!