แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
16 กุมภาพันธ์ 2019, 20:17 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ทำบุญแบบทุ่มสุดตัวเพียงพอกับการผ่อนส่งกรรมเก่าไหม?  (อ่าน 3824 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 6 กุมภาพันธ์ 2008, 02:50 »

ถาม – ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ช่วงหลังๆนี้ทำบุญแบบทุ่มสุดตัวในรูปการบริจาคทานประเภทต่างๆ ข้อจำกัดคือเงินเดือนน้อย ใช้จ่ายส่วนตัวที่จำเป็น ที่เหลือเอาไปทำบุญหมด ถือว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่คะ?


เกี่ยวกับเรื่องนี้ต้องแยกตอบเป็นสองแง่ครับ ถ้ามองแง่เดียวจะได้ภาพที่ไม่ครบ แล้วก็เกิดความเข้าใจที่แหว่งวิ่น

๑) แง่ของการครองชีพ ธรรมชาติของคนที่ต้องทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องนั้น เงินทองทำให้ครองชีวิตได้เป็นปกติสุข ทำมาหาได้เท่าไหร่ก็ต้องวางแผนทั้งในระดับของการใช้จ่ายเฉพาะหน้า และการเก็บออมไว้เผื่อฉุกเฉินในอนาคต หมายความว่าค่าใช้จ่ายส่วนตัวนั้นมีทั้งปัจจุบันที่ต้องใช้เลย และทั้งอนาคตที่ต้องเอาเข้าธนาคารไว้รอจ่ายโดยไม่คาดฝันด้วย

หากทำบุญแบบทุ่มสุดตัว ขาดการไตร่ตรอง ขาดการคิดเผื่อขาดเผื่อเหลือไว้สำหรับเหตุฉุกเฉิน ก็จัดว่าเราครองชีพด้วยความประมาท ไม่ระมัดระวัง ไม่รอบคอบ เป็นที่มาของการเบียดเบียนสองฝ่าย คือเบียดเบียนตนและเบียดเบียนผู้อื่น

การเบียดเบียนตนที่เห็นได้ชัดก็คือบางครั้งเมื่อต้องการได้สิ่งที่สมควรได้ก็จะไม่ได้ หรือจำเป็นต้องใช้ก็จะไม่ได้ใช้ อย่างเช่นเสื้อผ้ารองเท้าเก่าหรือขาดก็อาจต้องรอแล้วรออีกไม่มีจังหวะซื้อหาเสียที หรือพอแก่ตัวลงเริ่มเจ็บไข้บ่อย สังขารโรยราให้ต้องบำรุงมากขึ้น ก็ขาดปัจจัย ค่ายา ค่าหมอ ค่าอุปกรณ์ผ่อนหนักให้เป็นเบาทั้งหลาย หากเกิดความเดือดร้อนขึ้นเพราะวิธีทำบุญแบบทุ่มสุดตัว นี่เป็นตัวอย่างของการเบียดเบียนตนเพราะวิธีทำบุญสุดตัวของเรา

ส่วนการเบียดเบียนผู้อื่นนั้น คือบางครั้งเมื่อถึงคราวจำเป็นต้องใช้เงินอย่างยิ่งยวด ก็อาจทำความอึดอัดให้กับญาติสนิทมิตรสหายผ่านการหยิบยืม เขาอยากปฏิเสธใจจะขาดแต่ก็สงสารเรา อดช่วยไม่ได้ หรือบางทีไม่ต้องหยิบยืมใครก็จริง แต่อาจต้องเบียดบังเงินทองของครอบครัว พลอยทำให้ครอบครัวต้องกระเบียดกระเสียรตามเราทั้งที่ไม่ได้อนุโมทนายินดีไปด้วย พวกเขาเลยพานเกลียดศาสนา รังเกียจการทำบุญ ทำให้จิตตกด้วยความคิดอกุศล กลายเป็นภัย หรือกลายเป็นโศกนาฏกรรมทางวิญญาณไป นี่เป็นตัวอย่างการเบียดเบียนผู้อื่นเพราะวิธีทำบุญสุดตัวของเรา

๒) แง่ของวิบากกรรม พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ว่าถ้าเห็นผลของทานเหมือนอย่างที่ท่านเห็น มนุษย์ทั้งหลายคงแจกอาหารแก่คนและสัตว์ก่อนบริโภคเองเป็นแน่แท้ นั่นเพราะอะไร เพราะผลของทานยิ่งใหญ่เกินจินตนาการ การให้เปล่านั้นคุ้มเสียยิ่งกว่าลงทุนหว่านเม็ดเงินหวังผลในเชิงธุรกิจเป็นไหนๆ คือถ้าให้ทานด้วยความบริสุทธิ์ใจแล้ว คิดง่ายๆว่าให้หนึ่งบาทอย่างน้อยที่สุดต้องตอบคืนกลับมาร้อยบาท นี่เป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ผู้รู้แจ้งทรงยืนยัน

ผลของทานนั้นคนส่วนใหญ่จะได้ยินว่าทำให้เกิดใหม่ร่ำรวย หรือได้ไปเสวยสวรรค์ในภพหน้า ซึ่งก็เป็นความจริง แต่นั่นเป็นความจริงเพียงส่วนเดียว ที่แท้แล้วผลของการทำทานให้ไพบูลย์ยังมีความน่าชื่นใจอีกมาก ไม่จำเป็นต้องตายเสียก่อนจึงจะรู้เห็น

ก่อนอื่นขอให้เล็งไปที่จิตมนุษย์ว่าคับแคบและมืดทึบอยู่ด้วยกิเลสชนิดใดบ้าง ถ้าไม่กล่าวถึงหัวโจกอย่าง ‘ความตระหนี่’ ก็คงเหมือนขาดผู้ร้ายตัวสำคัญไป อันว่าความตระหนี่ถี่เหนียวนั้นมักเข้าคู่กันได้ดีกับความเล็งโลภอยากได้สมบัติผู้อื่น เรียกว่าความงกกับความโกงนั้นเป็นเกลอแก้ว เป็นคู่หูที่เห็นตัวใดก็มักเห็นอีกตัวเป็นเงาตามมาด้วยเสมอ

การคิดสละ การคิดให้ การคิดเกื้อกูล จัดเป็นปรปักษ์กับความตระหนี่โดยตรง ฉะนั้นยิ่งเราให้ทานมากเท่าไหร่ ความตระหนี่ก็ยิ่งถูกกำจัดออกจากใจเรามากเท่านั้น คือถ้าทำทานแบบทุ่มสุดตัว ก็หมายถึงกำจัดความตระหนี่ได้เต็มพิกัดเช่นกัน

และเมื่อความตระหนี่หายหน้าไปอย่างแท้จริง ความอยากโกงก็ต้องพลอยหายหนไปด้วย หรือแม้ยังหลงเหลืออยู่ ก็คงไม่กล้าโผล่หน้าออกมาถนัดนัก เราจึงต้องยกความดีให้กับการทำบุญแบบทุ่มสุดตัวในแง่ที่มันช่วยประกันเราไม่ให้ตกหลุมพรางไปติดเหยื่อล่อให้คิดคดโกงหรือขโมยของใคร เพราะกะแค่สมบัติของตนเองยังยกให้ผู้อื่นได้แทบหมดเกลี้ยง แล้วใจจะมีกำลังไปยกเอาของใครมาให้ตนเองไหว?

อีกประการที่สำคัญคือความสุขทางใจ คนที่ทำทานโดยความเห็นว่าเป็นงานอดิเรก เป็นการรื่นเริง เป็นความบันเทิงใจ จะมีแต่ปีติและสุขอยู่เสมอ เพราะทุกครั้งที่ให้ทานย่อมกำจัดความตระหนี่ออกไปบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งเท่ากับขจัดความหนักและปฏิกูลที่หมักหมมออกจากจิต ยิ่งเอาของหนักออกมากก็ยิ่งเบา ยิ่งชะล้างสิ่งสกปรกออกมากก็ยิ่งสะอาดผ่องใส ก็เกิดธรรมชาติโปร่งโล่งเบิกบานขึ้น เหล่านี้คือความจริงที่แกล้งพูดให้เป็นอื่นไม่ได้

มีความจริงอยู่ประการหนึ่งซึ่งคนทั่วไปไม่รู้ เนื่องจากขาดประสบการณ์ตรง นั่นคือรสของทานจิตนั้นเป็นสิ่งที่เสพแล้วติดได้อย่างหนึ่ง เพราะปีติสุขอันเกิดจากการทำทานดีๆนั้นคล้ายกับปีติสุขของการทำสมาธิ มีความเย็นซ่าน มีรสหวานชื่น และมีความโปร่งเบาไร้กังวล แม้แบกภาระหนักอึ้งอยู่เพียงใด ถ้าได้ทำทานที่ชอบใจแล้ว ก็เหมือนมลายหายไปหมดในไม่กี่พริบตา จึงไม่น่าแปลกใจที่บางคนชอบทุ่มสุดตัว เพราะยิ่งทุ่มมากเท่าไหร่ ยิ่งบังเกิดสุขลึกซึ้งมากขึ้นเท่านั้น

ถาม – เงินทำบุญที่ว่านี้ก็แค่ไม่กี่พันบาท แบบนี้จะถือว่าเป็นการผ่อนส่งกรรมเก่าได้ช้าไปไหมคะ?

คำถามซึ่งสะท้อนความในใจคือเกรงจะผ่อนส่งกรรมเก่าช้าไป กลายเป็นตัวตัดสินสุดท้ายทันทีครับว่าทานที่คุณทำอยู่นั้น จัดเป็นทานแบบมีความผูกพัน มีความหวังผลจากทาน จึงไม่อาจจัดเป็น ‘สุดตัว’ หรือ ‘สุดใจ’ สะอาดบริสุทธิ์เต็มร้อยได้ พูดง่ายๆว่านี่ไม่ใช่การสละที่แท้จริง ผลที่พึงเกิดจากการทำทานแบบสุดตัวสุดใจจึงอาจจะไม่ปรากฏเต็มเม็ดเต็มหน่วยนัก

ก่อนอื่นลองเลิกคิดว่าจะผ่อนส่งกรรมเก่าด้วยทาน แต่ให้ทำทานด้วยความคิดว่านี่คือกรรมใหม่ นี่คือเส้นทางใหม่ นี่คือจิตแบบใหม่ ขอให้ผลทานจงงอกเงยอย่างรวดเร็วในรูปของการดลจิตให้สามารถคิดสละสิ่งสกปรกหรือส่วนเกินทั้งปวงออกไปจากชีวิตได้ง่ายๆ รับประกันว่าถ้าอธิษฐานด้วยใจบริสุทธิ์อย่างนี้ทุกครั้ง ก็จะได้ผลตามคำอธิษฐานอย่างรวดเร็ว และคุณจะพบว่ากรรมเก่าให้ผลเบาบางลงไปมาก เนื่องจากความสุขจากกรรมใหม่เข้ามาท่วมทับกองทุกข์แบบเดิมๆ เหมือนที่พระพุทธเจ้าตรัสเปรียบเทียบว่ารสเกลือย่อมเจือจางเมื่อเติมน้ำใหม่เข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆ

โดย ดังตฤณ
ที่มา http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare017.htm
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!