แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
23 สิงหาคม 2019, 16:50 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ตัดเครื่องช่วยหายใจพ่อแม่ถือเป็นปิตุฆาตมาตุฆาตหรือไม่?  (อ่าน 6092 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 6 กุมภาพันธ์ 2008, 02:48 »

ถาม – ในกรณีที่พ่อแม่กำลังจะต้องตายแน่ๆ แต่เหมือนหายใจไปวันๆเพราะเครื่องช่วยหายใจ การถอดเครื่องช่วยหายใจออกตามคำสั่งเสียไว้ล่วงหน้าของพวกท่าน ซึ่งไม่อยากยื้อชีวิตตัวเองไว้เป็นภาระแก่ลูก อย่างนี้ถือเป็นปาณาติบาตหรือไม่คะ?



ก่อนอื่นเล็งที่ใจ ต้องบอกว่าไม่ใช่ปาณาติบาตเต็มขั้นแน่นอน คือขาดเจตนาฆ่าเป็นตัวตั้ง เพราะไม่ได้วางแผนทำให้ตายขณะที่กำลังทรงสภาพดีๆอยู่

ว่าไปแล้วคนป่วยที่ไม่อาจดำรงชีวิตรอดด้วยวิธีทางธรรมชาติ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ถือว่าอายุกายขาดไปแล้วเกินครึ่ง เพราะเครื่องช่วยหายใจนั้น ชื่อบอกอยู่แล้วว่าเป็นเครื่องช่วยต่ออายุ ถ้าไม่มีเครื่องช่วยหายใจอายุก็ต้องขาดแน่ๆ

อย่างไรก็ตาม แม้ไม่มีเจตนาฆ่า แต่ความรู้สึกว่าคุณเป็นคนทำให้ท่านตายก็อาจเกิดขึ้น เพราะช่วยได้แต่ไม่ช่วย ซึ่งตรงนี้แหละที่อาจทำให้คุณไม่พ้นมลทินดีนัก

ฉะนั้น ถือเอาแค่ความรู้สึกไม่สบายใจข้อเดียวนี้ ผมอยากแนะนำว่าควรปล่อยให้ท่านตายตามเวลาจะสบายใจกว่าครับ ไม่อย่างนั้นคุณอาจต้องกลัดกลุ้มไปอีกนานว่ามีส่วนทำให้พ่อแม่ตายหรือเปล่า มลทินทำนองนี้ไม่ใช่จะล้างให้รู้สึกสะอาดง่ายนัก อย่างน้อยได้รู้สึกว่าคุณช่วยเต็มความสามารถตามฐานะลูก ซื้อความสบายใจหายห่วง ก็ย่อมดีกว่ากันแน่

แต่บางทีการช่วยพยุงชีวิตนั้นก็มีรายละเอียดแยกย่อยมาก ขึ้นอยู่กับว่าคุณรู้อยู่กับใจแค่ไหนด้วย เพราะหลายกรณีเท่าที่ผมทราบคือร่างกายหมดสภาพที่จะดำรงชีวิตแน่แล้ว ฟื้นกลับมาอยู่ในสภาพมีสติอย่างคนธรรมดาไม่ได้แน่แล้ว ถือว่าอายุขาดแน่แล้ว การรั้งไว้แค่ร่างกาย อาจหมายถึงไม่ปล่อยให้เกิดจุติจิต ไม่ปล่อยให้ท่านเคลื่อนไปเสวยกรรมตามกาลก็ได้ ถ้าคุณทราบชัด มีหลักฐานทางแพทย์ชัดเจน ก็อาจปล่อยท่านไปโดยไม่ถือเป็นการฆ่า

แต่อีกหลายกรณีจะก้ำกึ่ง ไม่แน่ไม่นอน หมอเองก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูกว่าจะอยู่หรือไป มีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์ฟื้นคืนกลับมาเป็นดังเดิม อันนี้ถ้าคุณด่วนถอด น้ำหนักความรู้สึกย่อมเป็นคนละเรื่องกับกรณีข้างต้น ด้วยความไม่รู้ภายใต้ความไม่แน่ไม่นอนนี่แหละ โอกาสที่จะเป็นปิตุฆาต มาตุฆาตก็สูงมาก

ภายใต้สถานการณ์ไม่แน่นอน ขอแค่คิดแม้แต่นิดเดียวว่าอยากให้ชีวิตขาดๆไปเสีย คุณจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบ เมฆหมอกปาณาติบาตก็เคลื่อนมาคลุมจิตคุณเกือบครึ่งแล้ว เพราะถือว่าขาดเมตตากับผู้ให้กำเนิด การขาดเมตตาเป็นตัวชี้ว่าไม่อยากให้อยู่ต่อ ยิ่งถ้าคิดอยากได้มรดกเสียเร็วๆ อันนี้ถือเป็นปาณาติบาตเต็มขั้นทันที เพราะเจืออยู่ด้วยความโลภ ความโลภเป็นตัวชี้ว่าอยากให้ตาย

ปิตุฆาตกับมาตุฆาตคืออนันตริยกรรม ให้ผลหนักแน่นที่สุด ประกอบกรรมชนิดนี้แล้วเอาคืนไม่ได้ ชะล้างหรือชดเชยด้วยวิธีใดๆไม่ได้ สำนวนอันเป็นพุทธพจน์คือจะเป็นผู้ไปอบาย ตกนรกชั่วกัป ไม่อาจเยียวยา อย่าเสี่ยงเฉียดใกล้เลยเป็นดี ขอสรุป ๒ ข้อสั้นๆคือ

๑) ถ้าหลักฐานทางแพทย์ชี้ว่าตายอยู่แล้ว แค่ช่วยให้หายใจไม่ได้แปลว่ายังมีชีวิตอยู่ อันนั้นถอดเครื่องช่วยก็ไม่นับว่าฆ่า

๒) ถ้าพยายามดิ้นรนทุกวิถีทาง แต่ไม่มีเงิน แม้เอาพ่อแม่เข้าโครงการอุปถัมภ์ แต่หมอก็ไม่ยอมต่อชีวิตให้ ก็ทำใจคิดว่าคุณหมดแรงที่จะยื้อท่านไว้จากปากเหวแห่งมรณา อย่างไรท่านก็ต้องตกร่วงลงไปอยู่ดี



โดย ดังตฤณ
ที่มา http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare103.htm
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!