แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
26 สิงหาคม 2019, 10:31 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ทุกข์ของคนเป็นชู้  (อ่าน 16453 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 6 กุมภาพันธ์ 2008, 02:30 »

ฉันตกหลุมรักเขาคนนั้นตั้งแต่แรกพบ เราเจอกันโดยบังเอิญด้วยเรื่องงานเพียงสองสามครั้ง และหลังจากนั้นเราก็ไม่ได้พบกันอีกเกือบปี แต่ความประทับใจในตัวเขายังติดอยู่ในใจฉันเสมอ


วันหนึ่งฉันส่งข้อความทางมือถือไปให้เขาบอกว่าฉันเพิ่งไป นั่งสมาธิ วิปัสสนากลับมา และถ้ามีโอกาสเขาน่าจะไปบ้าง เขาโทรกลับมาและปรากฏว่าเราคุยกันถูกคอมาก ต่างคนจึงต่างยิ่งสนใจในกันและกัน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวอันเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นต่อไป


วันหนึ่งเขามารับฉันถึงบ้านไปทำสังฆทานด้วยกัน พอใกล้ถึงวัดไม่รู้ทำไมฉันถึงถามเขาออกไปว่าแต่งงานหรือยัง เขาตอบว่าแต่งแล้ว มีลูกหนึ่งคนยังเล็กอยู่เลย ฉันแทบจะลมใส่และอยากกลับบ้านเดี๋ยวนั้น แต่ก็ฝืนใจสู้จนกระทั่งเสร็จธุระกลับบ้าน หัวใจของฉันแตกสลาย เสียใจผิดหวัง คิดว่าได้พบคนที่ใช่แสนใช่ คิดว่าได้พบคนที่รอมานานแล้ว โลกสีชมพูของฉันพังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี


กลับถึงบ้านเขาส่งอีเมลมาหา บอกฉันมากมายเกี่ยวกับชีวิตครอบครัวอันไม่สมหวังของเขา ที่ต้องแต่งงานกับคนที่คบกันมานานเพราะผู้ใหญ่เฝ้าถามว่าเมื่อไหร่จะลงเอยกันเสียที ทั้งๆที่ตอนนั้นเขาไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้นแล้ว แต่เขาเองก็ไม่มีใครจึงแต่งงานเสียให้จบเรื่อง เขาหวังเพียงจะเป็นเพื่อนกับฉัน แต่ถ้าฉันไม่ต้องการเขาก็จะทำใจยอมรับ


ด้วยความที่ฉันยังตัดใจจากเขาไม่ได้ ฉันจึงไปพบเขาอีก เขาเองก็เฝ้าเพียรพยายามชวนฉันออกไปทานข้าวด้วยกัน จนกระทั่งความสัมพันธ์ของเราบานปลายออกไปโดยที่ครอบครัวของเขาไม่รู้เลย ฉันเคยเกลียดชังและดูถูกคนที่แย่งแฟน แย่งสามีชาวบ้าน แต่ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกเข้าอกเข้าใจ เห็นใจคนเหล่านั้นเสียเหลือเกิน และคิดว่าภรรยาหลวงต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงได้เห็นผิดเป็นชอบถึงเพียงนั้น นี่เองที่พระท่านว่าไว้ว่าไม่มีกิเลสใดที่น่ากลัวยิ่งกว่า "โมหะ" ความหลงอีกแล้ว เมื่อหลงผิดเพียงอย่างเดียว กิเลสตัวอื่นๆจะกำเริบหมด


นับวันฉันก็เรียกร้องจากเขามากขึ้น ยิ่งเห็นเขากลับบ้านตรงเวลา ยิ่งเห็นเขาห้ามไม่ให้ฉันโทรหาในวันหยุด ยิ่งเขาพูดถึงลูกสาวสุดที่รักของเขามากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งอิจฉาริษยามากขึ้นเท่านั้น ฉันอยากให้เขาเป็นของฉันคนเดียว ได้แต่เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่เขาจะเลิกกับผู้หญิงคนนั้นและขอแต่งงานกับฉันคนที่เขาบอกว่ารักเสียที ฉันเกลียดลูกของเขาที่เขาให้ความสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด ลูกที่เกิดจากผู้หญิงคนที่ไม่ใช่ฉัน...


เมื่อฉันทำตัวเป็นผู้หญิงที่เรียกร้อง และไม่สามารถให้ความรักเขาโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆอย่างที่เขาหวังได้ เขาก็ยิ่งกลัวว่าสักวันฉันจะเปิดเผยเรื่องนี้กับครอบครัวของเขา เขาพยายามให้เหตุผลมากมายว่าถ้าผู้ใหญ่ที่เลี้ยงเขามาจนโตรู้เรื่องเข้าพวกท่านจะเสียใจเพียงใด เขาที่เป็นเสาหลักเพียงคนเดียวในบรรดาพี่น้องทั้งหมด และเป็นที่คาดหวังของทุกคน จึงไม่อาจทำให้พวกท่านผิดหวังได้ เขายิ่งทำตัวเหินห่างและขี้โมโหกับฉันบ่อยมาก ถ้อยคำหวานและอ่อนโยนกลายเป็นคำก่นด่า ความห่วงหาอาทรกลายเป็นความเย็นชา


วันสุดท้ายที่เขาเรียกนัดฉันไปหานั่นก็เพื่อเรื่องอย่างว่าเพียงอย่างเดียว และเขาก็ไม่ยอมโทรหาฉันอีก ฉันโทรตามแต่เขาไม่รับสาย ฉันจึงโทรซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระทั่งเขาโทรกลับมาด่าฉันว่าเขาทำงานอยู่ เลิกทำตัวแบบนี้เสียที ฉันร้องไห้เสียใจมากมาย และหลังจากนั้นเขาก็ไม่โทรมาหาอีกเกือบสองเดือน ฉันเองก็คิดว่าไม่อยากยุ่งกับคนที่ไม่รักฉันอีกแล้ว


และแล้วในวันเกิดฉันเขาก็ส่งข้อความหวานๆมาให้ราวกับว่าเรายังดีต่อกันอยู่ แต่พอฉันส่งข้อความกลับไปและเรียกร้องให้เขากลับมา เขากลับบอกฉันให้เลิกยุ่งกับเขาเสียที เขารักลูกเขา มากกว่าใครและจะไม่ยอมทำให้ลูกเขาต้องเสียใจเป็นอันขาด


เมื่อเขาย้ำเน้นถึงความสำคัญ ของคู่แข่งตัวฉกาจที่ฉันเกลียดนักหนา และไม่สนใจใยดีฉันอีกต่อไป หัวใจของฉันจึงแตกสลายอย่างไม่มีชิ้นดี แม้ว่าฉันจะเคยเลิกกับเขาหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็เป็นฉันเองที่กลับไปหาเขา แม้จะบอกตัวเองว่าฉันจะไม่ยอมอยู่ในสภาพกินน้ำใต้ศอกอันแสนทรมานแบบนี้ตลอดไป เมื่อถึงเวลาเลิกกันจริงๆฉันก็อดเสียใจไม่ได้ นั่นเป็นความทุกข์ที่แสนสาหัสเหลือเกินสำหรับฉัน ผู้ชายคนที่ฉันยอมทำทุกอย่างให้ได้กลับไม่เคยทำอะไรเพื่อฉันได้จริงแม้สักอย่างเดียว นี่อย่างไรผลของการไม่รักษาศีลให้มั่นคง ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นฉันก็รักษาศีลมาตลอด เคยเจริญวิปัสสนาเสียเปล่า สุดท้ายฉันก็พ่ายแพ้ต่อกิเลสตัณหาของตัวเองถึงขนาดเห็นกงจักรเป็นดอกบัว ใช่ว่าตลอดเวลาที่คบกับเขาฉันจะมีความสุข ช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเขาสั้นๆนั่นอาจเป็นความสุข แต่ก็แลกด้วยความกังวล และความรู้สึกไม่มั่นคง และความทุกข์ใจอย่างมหาศาล


เมื่อผิดศีลข้อสามเพียงข้อเดียว ข้ออื่นๆก็ตามมา แม้จะไม่ได้ผิดศีลข้อที่หนึ่งโดยตรง แต่หากภรรยาเขารู้เข้า ก็เท่ากับว่าฉันเป็นคนทำให้ภรรยาเขาปวดร้าวใจ ศีลข้อสอง ฉันเอาของผู้อื่นมาเป็นของตนโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของ ศีลข้อสี่ฉันต้องโกหกปิดบังคนอื่นเพื่อให้ได้ออกไปเจอเขา นอกจากการผิดศีลแล้ว หัวใจที่เคยอ่อนโยนของฉันก็เต็มไปด้วยความเกลียดชังต่อครอบครัวของเขา เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ แต่ในตอนนั้นฉันไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไรเท่าไหร่ การทำบาปนั้นช่างง่ายดายกว่าการทำความดียิ่งนัก ยิ่งใจชุ่มด้วยบาปเท่าไร ก็ยิ่งยากที่จะยินดีในการทำความดีเป็นเงาตามตัว


ฉันสารภาพเรื่องราวทั้งหมดให้พ่อกับแม่ฟัง พ่อกับแม่กอดฉันไว้ รับฟัง และสั่งสอนด้วยความเมตตา ท่านไม่ได้ด่าว่าซ้ำเติมในพฤติกรรมอันไม่สมควรของฉันเลย ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกขอบพระคุณท่านทั้งสองเป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่วันนั้นมาฉันปฏิญาณกับตัวเองแล้วว่าจะรักษาศีลให้มั่นคงตลอดชีวิต ฉันงัดเอาวิทยายุทธที่คุณแม่สิริ ท่านอาจารย์มากมายเคยสั่งสอนมาใช้ พยายามเจริญสติ เดินจงกรม นั่งสมาธิ และน้อมนำเอาคำสอนของพระพุทธเจ้ามาพิจารณา รวมทั้งไปเข้ารับการอบรมหลักสูตรของคุณแม่สิริ และหลักสูตรเข้มข้นเมื่อมีโอกาสด้วย สุขภาพจิตที่เคยเสื่อมโทรมอย่างมากจึงกลับคืนมาเป็นปกติ รวมทั้งความเห็นที่เคยผิดก็กลับมาเป็นถูก


ฉันมองเห็นคุณค่าอย่างเหลือเกินในคำสอนของพระพุทธองค์ เห็นความสำคัญของการปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น และการมองสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริง เมื่อใจของฉันไม่อาจถูกลากไปด้วยอำนาจของกิเลสตัณหาอีกต่อไป ฉันจึงไม่เป็นทุกข์ ความทุกข์ทั้งมวลในโลกนี้เกิดขึ้นเพราะเราต้องการในสิ่งที่ผิดธรรมชาติ ธรรมชาติคือความเกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วดับไป แต่เราไม่อยากให้มันเป็นอย่างนี้ อยากให้มันเป็นอย่างนั้น เมื่อมันไม่เป็นดังใจเพราะมันไม่ใช่ของเราและไม่อาจอยู่ในบังคับของใคร เราก็เป็นทุกข์ ทั้งๆที่ถ้าหากเราเพียงยอมรับว่ามันเป็นธรรมดาของมันอย่างนั้น และไม่คาดหวังให้เป็นอย่างใจอยาก เราก็จะไม่ทุกข์ หากตอนนั้นฉันยอมรับเสียแต่แรกว่าเรื่องของฉันกับเขาเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากยอมรับความผิดหวังเสียแต่ตอนนั้นได้ และมั่นคงต่อการรักษาศีลแล้วล่ะก็ เรื่องทั้งหมดคงไม่เกิดขึ้น


แม้จะเลิกกับเขาแล้ว แต่ฉันก็ยังรัก ยังคิดถึงเขาอยู่เสมอ ไม่มีใครเข้ามาแทนที่เขาในใจฉันได้เลย ฉันเคยคิดอยากจะโทรไปหาเขาสักครั้ง อยากคุยด้วย แต่ก็พยายามหักห้ามใจ เพราะรู้ดีว่าถ้าเริ่มแม้เพียงครั้งเดียว มันจะมีครั้งอื่นๆตามมา และเรื่องจะซ้ำรอยเดิมอีก


ผ่านไปได้ราวหนึ่งปี ฉันก็ได้รับอีเมล์ จากเขา เขาบอกว่าตลอดเวลาเขาคิดถึงฉันมากมาย เคยคิดจะแอบไปดูที่บ้านเพราะเป็นห่วงเหลือเกิน เขายังคงคิดถึงวันเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน อยากมีความสัมพันธ์กับฉัน แม้คนส่วนใหญ่จะเห็นว่าฉันเป็นผู้หญิงไม่ดี แต่เขาก็ไม่แคร์ตราบใดที่มันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ฉันตอบไปว่าฉันสบายดี และดีใจที่หลุดจากวงจรของบาปนี้เสียได้ ฉันเสียใจกับการกระทำของตัวเองที่ผ่านมา และรู้สึกผิดต่อภรรยาเขาเหลือเกิน ฉันบอกเขาว่าฉันขอตัดขาดจากเขาและจะไม่ยอมทำผิดอีกแล้ว แล้วก็บอกเขาไปว่า สิ่งที่เขาคิดว่าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนั้นผิดนัก และอยากให้เขาเลิกหาเรื่องใส่ตัวเป็นรอบที่สองเสียที


ความรู้สึกในตอนที่ฉันอ่านอีเมล์เขาและตอบเขาไปนั้นช่างแปลกประหลาด ทั้งๆที่ก่อนนี้ฉันเคยคิดถึงเขามากมาย แต่พอเมื่อได้รับการติดต่อจากเขาแล้ว ฉันกลับรู้สึกรังเกียจบางสิ่งบางอย่างที่บอกไม่ถูกอย่างรุนแรง จนรู้สึกอยากสะบัดให้ตัวเองหลุดพ้นจากสิ่งนั้นโดยพลัน แล้ววิ่งหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันรู้สึกว่าตัวเขาคือสิ่งที่น่ารังเกียจที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในชีวิต เขาที่ยังมีจิตใจชุ่มอยู่ด้วยบาป ชุ่มอยู่ด้วยกามราคะ โดยไม่สนใจว่าจะผิดลูกผิดเมียใครอย่างไรนั้น ช่างน่ารังเกียจอย่างเหลือเกิน ความรู้สึกรักใคร่และปรารถนาในตัวเขาเหือดหายไปหมดสิ้นไม่เหลืออะไรอีกแล้ว


ฉันคิดว่านั่นอาจเป็นสิ่งที่คุณดังตฤณและท่านอาจารย์บางท่านเคยกล่าวไว้ว่า เมื่อเราตั้งใจรักษาศีลอย่างมั่นคงแล้ว ศีลจะเป็นสิ่งที่ปกป้องคุ้มครองเราเอง เราจะรังเกียจการทำผิดศีลนั้นไปเองโดยปริยาย ณ วันนี้ฉันถึงได้เริ่มเข้าใจคำพูดนั้นอย่างแท้จริง พระพุทธศาสนาได้ช่วยชีวิตฉันไว้หลายครั้งหลายหนในเวลาที่ฉันอับจนหนทางอย่างที่สุด ฉันรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณต่อพระพุทธศาสนาอย่างเหลือเกิน สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้และนำมาเทศน์โปรดนั้นช่างงดงามผุดผ่อง และเป็นจริงอย่างที่สุด เดี๋ยวนี้ฉันปล่อยวางสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย และเป็นคนดีได้ยิ่งกว่าก่อนที่จะคบกับเขาเสียด้วยซ้ำ ฉันจะไม่ปล่อยให้ตัวเองหลงทางอีกแล้ว...


โดย awayfromhell
ที่มา http://dungtrin.com/mag/?9.fighter
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!