แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
19 สิงหาคม 2019, 17:41 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: เพศสัมพันธ์ผ่านอินเตอร์เน็ตเป็นความส่ำส่อนและเป็นโทษหรือไม่?  (อ่าน 6034 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 6 กุมภาพันธ์ 2008, 02:27 »

ถาม – การมีความสัมพันธ์ทางเพศผ่านอินเตอร์เน็ตกับหลายๆคนถือเป็นความสำส่อนหรือไม่ครับ? และถ้าเป็นความสำส่อน จะได้รับโทษเท่าข้อหามักมากในกามอันเป็นหนึ่งในอบายมุขหรือเปล่า?



พอโลกเรามีการสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต รูปแบบความสัมพันธ์ของมนุษย์เราก็แปลกแหวกแนวไม่ซ้ำสมัยใดขึ้นทุกทีครับ ปัจจุบันมีศัพท์ถูกบัญญัติขึ้นใหม่มากมาย เช่น ไซเบอร์เซ็กซ์ (cybersex) ซึ่งหมายถึงการมีสัมพันธ์ทางเพศทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อาศัยสื่อเช่น ข้อความตัวอักษร รูปภาพ หรือวิดีโอ แม้ไม่มีการสัมผัสจริงใดๆเกิดขึ้น ก็ยอมรับทั่วไปว่าถือเป็นสัมพันธ์ทางเพศแล้ว

เท่าที่ทราบคือปัจจุบันคู่ผัวตัวเมียซึ่งต้องไปทำงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ต่างก็มีไซเบอร์เซ็กซ์กันเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะเมื่อมีเทคโนโลยีเว็บแคมและอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเข้ามาช่วย ก็ทำให้สามีภรรยาไม่ต้องอยู่ห่างกันเกินเอื้อมนัก ตรงนี้ผมเห็นเป็นแง่ดีของเทคโนโลยีที่ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา ไม่ต้องทนโดดเดี่ยวหงอยเหงาจนหันไปหาทางที่ผิดศีลผิดธรรมกัน ขอเพียงเป็นคู่ครองแท้ๆของตน จะใช้ช่องทางไหนในการมีเพศสัมพันธ์ก็สบายใจและสนิทใจทั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติของไซเบอร์เซ็กซ์ชวนให้ติดใจอยากไขว่คว้าหาเสรีภาพทางเพศ มากกว่าที่จะถูกจำกัดสิทธิ์เฉพาะคู่ตน คือถ้าได้เสพและลิ้มลองของใหม่ไปเรื่อยๆในที่ลับส่วนตัว จะให้ความสำราญกว่ากันเยอะ เยาวชนจำนวนหนึ่งติดอินเตอร์เน็ตงอมแงมราวกับติดเฮโรอีน ก็เพราะถลำเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโลกไซเบอร์เซ็กซ์นี่เอง

จากตัวคำถามของคุณนะครับ ขอให้พิจารณาคำว่า ‘สำส่อน’ กันก่อน ความหมายของสำส่อนคือ ‘ปะปนอย่างไม่เลือก ไม่เป็นระเบียบ’ ซึ่งโดยพฤตินัยอันเป็นที่เข้าใจทั่วไปแล้ว จะหมายถึงการเป็นพวกชอบมีสัมพันธ์ทางเพศไม่เลือกหน้า

เดิมทีก่อนที่อินเตอร์เน็ตจะครอบงำโลกเหมือนทุกวันนี้ ก็มีโทรศัพท์เป็นช่องทางความสัมพันธ์ทางเพศระยะไกลนำร่องไว้แล้ว ถอยหลังกลับไปก่อนหน้านั้นคงไม่มี เพราะถ้ามีก็ต้องเป็นความสัมพันธ์ทางเพศผ่านโทรเลข ซึ่งไม่อาจเชื่อมความรู้สึกสองฝ่ายให้เข้าหากันแบบสดๆได้ สรุปคือ ก่อนยุคของโทรศัพท์ ความสำส่อนทางเพศจะหมายเอาเฉพาะที่ถึงเนื้อถึงตัวไม่เลือกหน้า ทว่านับแต่มีโทรศัพท์ให้เชื่อมความรู้สึกถึงกันสดๆในระยะไกล ก็ถึงยุคที่เกิดความสำส่อนทางเพศขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการสัมผัสเนื้อหนังอีกต่อไป

แม้ไม่ถึงเนื้อถึงตัว แต่ความรู้สึกของคนเราก็ ‘ถึงลูกถึงคน’ หรือ ‘ถึงพริกถึงขิง’ กันได้ กล่าวคือมีความแรงพอจะกล่าวว่าเป็นจริงเป็นจัง มีเจตนาอย่างหนึ่งเกิดขึ้นจริง มีสัมพันธภาพแบบหนึ่งเกิดขึ้นจริง หาใช่แค่จินตนาการหรือฝันกลางวันไปคนเดียวไม่

หากพิจารณา ‘ข้อเท็จจริงทางใจ’ ดังที่กล่าวมา ก็ต้องบอกว่าไซเบอร์เซ็กซ์ชนิดไม่เลือกหน้าจัดเป็นความสำส่อน แต่มีน้ำหนักครึ่งเดียวของความสำส่อนทางกาย เนื่องจากยังไม่มีการถึงเนื้อถึงตัว

นี่เป็นทำนองเดียวกับกาเมสุมิจฉาจาร การถึงเนื้อถึงตัวจัดเป็นองค์ประกอบสำคัญในการตัดสิน ว่าเป็นกาเมสุมิจฉาจารหรือไม่ กล่าวคือแม้มีเจตนาลักลอบเป็นชู้กับภรรยาชาวบ้าน แต่ยังไม่มีการร่วมกันด้วยอวัยวะเพศชายและหญิง ก็ไม่นับว่าผิดศีลข้อ ๓ แบบขาดทะลุ เพราะยังทำกรรมไม่สำเร็จตามประสงค์ ให้ถือว่าด่างพร้อยเท่านั้น

จะอย่างไรก็ดี แม้จิตสำส่อนมีน้ำหนักเพียงครึ่งหนึ่งของกายสำส่อน ก็หาใช่จะไม่มีโทษเอาเสียเลย เพราะราคะและกามกิเลสเป็นสิ่งมีอาถรรพณ์ เมื่อหมกมุ่นหลากหลายแล้วจะทำให้มัวเมาพร่าเลือน เห็นความถูกต้องเป็นเรื่องตลก เห็นความสกปรกเป็นเรื่องธรรมดา พูดง่ายๆคือหากขาดกุศลปัจจัยอื่นๆ เช่น สติ การบุญ การตั้งใจมั่นงดเว้นความประพฤติผิดทางกายและวาจาต่อคนทั่วไปในโลกความจริง ฯลฯ ก็มีสิทธิ์ตัดสินใจผิดพลาดได้ทุกเรื่อง ไม่นับเฉพาะเรื่องทางเพศ

ยกตัวอย่างที่นักจิตวิทยากำลังถกกัน ก็คือความวิปริตทางเพศอันเกิดจากเสรีภาพไร้ขอบเขต เอาง่ายๆคือสมาชิกของไซเบอร์เซ็กซ์จะขอให้ได้สนุกเป็นหลัก เรื่องปลีกย่อยไม่คำนึง จึงไม่มีการถือสาหาความ หากฝ่ายหนึ่งจะโป้ปดมดเท็จ ชายอาจแกล้งเป็นหญิง หญิงอาจแกล้งเป็นชาย และฝ่ายหนึ่งอาจเขียนกระตุ้นให้อีกฝ่ายเกิดจินตนาการสมจริง โดยที่ตนเองไม่ได้ลงมือแม้แต่น้อย

ทุกคนทราบดีว่าการกระตุ้นที่แรงพอจะทำให้เกิดความสนุกสะใจ แต่ที่ไม่ค่อยมีใครรู้ก็คือผลของการมุสาทางกาเมนั้น มีผลข้างเคียงเป็นของจริง คือความบิดเบี้ยวแห่งพฤติกรรมทางเพศ

ผู้ชายบางคนอยู่ดีไม่ว่าดี ปลอมตัวเป็นผู้หญิง ซึ่งแค่แฝงๆในเว็บบอร์ดพูดคุยธรรมดาก็นับว่าเสี่ยงกับการเพิ่มดีกรีความเป็นแอบอยู่แล้ว แต่ถ้ายิ่งไปเล่นบทหญิงในไซเบอร์เซ็กซ์ คราวนี้ความรู้สึกนึกคิดและอารมณ์ทางเพศจะถูกดัดแปลงไป กระทั่งอยากเป็นหญิง อยากรู้สัมผัสทางเพศแบบหญิงขึ้นมาจริงๆจังๆ

ฉะนั้นหากพิจารณาโทษอันเกิดจากการเข้าร่วมไซเบอร์เซ็กซ์แล้ว ก็ขอให้เปรียบเทียบกับการคบคนพาล หรือเข้าซ่องสุมกับพวกมักมากในกาม หรือสถานเบาก็ไปมีเอี่ยวกับชุมชนไร้เดียงสา ที่ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ต่อๆไปจะชวนกันประกอบกิจกรรมหนักเบาดีเลวเพียงใด ทุกเรื่องร้ายเป็นไปได้ทั้งนั้นในสังคมที่ขาดบัณฑิต และยินยอมพร้อมใจตามแรงขับของกิเลสดิบๆ

สรุปคือไซเบอร์เซ็กซ์จะมีแรงเหนี่ยวนำให้ทำผิดอย่างยากจะต้าน และแรงเหนี่ยวนำนั้นจะมาในรูปของใยแมงมุมบางๆที่ค่อยๆถักทอแบบไม่ให้ระคายสัมผัส ไม่ทันรู้ตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีคุณก็โดนมัดไว้แน่นหนาเกินแก้แล้ว ฉะนั้นคำแนะนำคืออย่าเสี่ยงเอาตัวเข้าไปเกลือกกลั้วเลยเป็นการดีที่สุดครับ เพราะคุณไม่มีทางรู้ล่วงหน้าเลยว่าจะต้องเผชิญกับเรื่องน่าติดใจแบบไหน ยั่วยวนให้หลงผิดวิปริตเพียงใด



โดย ดังตฤณ
ที่มา http://dungtrin.com/mag/?16.prepare
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 7 กุมภาพันธ์ 2008, 11:27 โดย star4life » บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!