แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
20 กุมภาพันธ์ 2019, 06:38 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: การแลกคู่นอนแบบสวิงกิ้ง ผิดหรือไม่?  (อ่าน 32591 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 6 กุมภาพันธ์ 2008, 02:21 »

ถาม : การแลกคู่นอนแบบสวิงกิ้ง ที่ต่างก็สมยอมด้วยกันทุกฝ่าย แถมมีความสนุกกับสมบัติผลัดกันชมอีก อย่างนี้ถือว่าผิดศีลไหมครับ?



เรื่องของศีลข้อ ๒ ซึ่งว่าด้วยการลักขโมย และศีลข้อ ๓ ซึ่งว่าด้วยกามที่ผิดนั้น ตัวชี้ขาดว่าผิดหรือไม่ผิดคือ ‘สิทธิ์’ ครับ

อย่างเช่นเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยพิมพ์ธนบัตรมูลค่า ๑,๐๐๐ บาทออกมาใบหนึ่ง สิทธิ์นั้นยังไม่เป็นของใคร ยังเป็นของกลาง ต่อเมื่อธนบัตรใบนั้นตกมาอยู่ในมือของคุณโดยชอบธรรม สิทธิ์ก็เป็นของคุณทันที หากคุณยินยอมโดยวาจา หรือแม้โดยการส่งภาษากายด้วยการพยักหน้ายกสิทธิ์ให้คนอื่น ก็เป็นอันว่าไม่มีใครผิดศีลข้อ ๒

แต่แบงก์พันเดียวกันนั้นเอง คุณยินยอมยกให้ตกไปอยู่ในมือคนอื่นเหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขว่าให้ชั่วคราว คือตกลงกันว่าพรุ่งนี้ต้องคืน เมื่อถึงเวลาก็มาคืนตามข้อตกลง ดังนี้ไม่ถือว่ามีการผิดศีลข้อ ๒ แต่ธรรมดามนุษย์ขี้โลภอาจกลับไปกลับมาได้เสมอ วันต่อมาเขาอาจเห็นว่าเคยเอาแบงก์พันมาครองก็ไม่เห็นจะมีใครเดือดร้อน ถ้าจะเอามาอีกโดยไม่ให้คุณรู้ก็ไม่แปลก แป๊บเดียวเดี๋ยวก็คืนอีก เมื่อลงมือทำโดยไม่ขออนุญาตในรอบนี้ ก็ถือว่าเขาทำผิดศีลข้อ ๒ แล้ว เพราะคุณไม่ได้อนุญาต

ยกตัวอย่างข้างต้นมาเพื่อให้เห็นภาพง่ายๆก่อนครับว่า ผิดหรือไม่ผิดนั้น ขึ้นอยู่กับการตกลงกันในเบื้องต้นเป็นสำคัญ ว่าจะให้สิทธิ์แก่กันเพียงใด และมีการผิดสัญญากันในภายหลังหรือไม่

คู่สวิงกิ้งนั้น ถ้าดูกันตามข้อตกลงว่าจะให้สิทธิ์ใช้เนื้อหนังของคู่ตนเพื่อการเสพสมอภิรมย์แล้ว ก็ต้องบอกว่าไม่มีใครทำผิดศีลข้อ ๓ แต่อย่างใด เพราะไม่ได้ลักกินขโมยกินให้ต้องเกิดความรู้สึกผิด ทราบแน่ว่าไม่มีผู้ใดต้องบาดใจหลังประกอบกามกิจเสร็จสิ้น

อย่างไรก็ตาม การแลกคู่สวิงกิ้งที่ดูเผินๆเหมือนไม่มีปัญหา อะไรๆง่ายไปหมดเพราะทุกฝ่ายเปิดไฟเขียว ไม่มีใครเสียเปรียบใคร ความจริงแล้วในทางปฏิบัติมักเกิดปัญหาภายหลัง เพราะใจคนกลับไปกลับมา วันนี้ไม่หวงเพราะได้คู่ของอีกฝ่ายมาสนุกกันเป็นการแลกเปลี่ยน แต่พอสนุกเสร็จก็พบว่าคู่เดิมของตนดีกว่าตั้งเยอะ ไม่คุ้มเลย ไม่น่าเอาไปแลกกับอีกฝ่ายให้เสียราคาเลย อย่างนี้ก็ต้องหวงขึ้นมา วันหลังอย่าหวังมาขอแลกอีก

แต่การณ์อาจไม่ง่ายเช่นนั้น เพราะคนเรามีชีวิต ไม่ใช่วัตถุ ถ้าคู่ของคุณเกิดติดใจ คุณห้ามแล้วไม่ฟัง ยังลักลอบปฏิบัติการบาดอารมณ์เยี่ยงวัวเคยขาม้าเคยขี่ อันนี้ถือว่าการลักลอบเป็นชู้เกิดขึ้นแล้ว ศีลข้อ ๓ ถูกละเมิดแล้ว โดยมีตัวคุณเป็นฝ่ายเปิดประตูอบายให้เขาหรือเธอเองกับมือ

วัตถุทางเพศอันได้แก่เนื้อหนังมังสาของมนุษย์นี้ มิใช่เพียงของแข็งเหมือนวัตถุธรรมดา คือเป็นวัตถุที่มีวิญญาณครอง วิธีที่วัตถุทางเพศจะแปดเปื้อนนั้น หาใช่ด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวที่ปรากฏทางผิวเนื้อ แต่ความบอบช้ำจะปรากฏทางวิญญาณ เห็นไม่ได้ด้วยตาเปล่า แต่อาจสัมผัสได้ด้วยใจ

ถ้ารู้จักผู้หญิงสักคนที่เปลี่ยนไป ก็ขอให้ลองเปรียบเทียบดูเถิด ตอนหวงเนื้อหวงตัวเป็นอย่างไร ตอนปล่อยเนื้อปล่อยตัวแตกต่างไปแค่ไหน วัตถุทางเพศที่ช้ำแล้วจะไม่น่าแตะต้อง เหมือนของไร้ราคาที่ไม่น่าสัมผัสเท่าของมีราคาเลย

คุณอาจเถียงว่าบางรายแลกคู่กันแล้วไม่มีปัญหา ทุกฝ่ายสุขสม อันนั้นผมคงไม่มีข้อขัดแย้ง ถ้าทุกอย่างราบรื่นจริงก็เป็นเรื่องส่วนตัวของชนกลุ่มน้อย ที่ไม่รังเกียจการแลกแปรงสีฟันใช้กัน

แต่หากสนใจพอจะมองลึกเข้าไปในเรื่องของจิต เราควรสืบให้ลึกลงไปว่าทำไมคนเราถึงควรมีคู่นอนเป็นตัวเป็นตนเพียงคนเดียว คุณจะไม่มีทางรู้เหตุผลผ่านการพิจารณาร่างกายฝ่ายเดียว แต่ต้องดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับจิตใจเป็นส่วนประกอบสำคัญด้วย

การมีคู่นอนแน่ชัดเพียงคนเดียว จะทำให้มนุษย์คนหนึ่งมีใจเดียว แต่เมื่อใดปันกายให้หลายคน ธรรมชาติกามอันเป็นของต่ำย่อมครอบงำให้ใจหลงสำคัญผิดได้ต่างๆนานา ในที่สุดอาจเผลอเห็นไป ว่าการละเมิดสิทธิ์ทางเพศเป็นเรื่องทำกันได้ ไม่น่าจะถือสาอะไรมากมาย

การปันกายให้หลายคนถือเป็นรากสำคัญของความเป็นคนหลายใจ นำไปสู่รสนิยมทางเพศแบบหลากหลาย เบื่อง่าย อยากลองของใหม่ไปเรื่อย ตอนแรกไม่ผิดศีล แต่ตอนหลังอาจผิดได้แบบสุดจะกู่กลับ เพราะฉะนั้นไม่เปิดทางเสียตั้งแต่แรกถือเป็นนโยบายอันเยี่ยม ช่วยประกันว่าคุณจะไม่พลัดลงสู่ทางเสื่อม หรือกระทั่งหุบเหวแห่งความหายนะได้อย่างดีครับ


โดย ดังตฤณ
ที่มา http://dungtrin.com/mag/?13.prepare
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!