แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
19 มิถุนายน 2019, 02:31 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๙๖ กอดหนามไว้แนบอก  (อ่าน 171 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 28 มกราคม 2019, 21:01 »

ถาม – ถ้ามีผู้ชายที่มีภรรยาแล้วเข้ามาสนิทสนมกับเรา โดยที่เขาเล่าว่าไม่ได้รักกันกับภรรยาแล้ว ถึงยังไงก็ต้องเลิกกันอยู่ดี เพียงแค่รอเวลาไปจากกันเท่านั้น กรณีแบบนี้ถ้าเราคุยกับเขาไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งจะผิดไหมคะ




เวลาที่พบสถานการณ์ที่ลังเลใจว่าควรหรือไม่ควรจะทำ วิธีที่ง่ายในการตัดสินใจก็คือ หนึ่งลองนึกว่านี่ไม่ใช่พฤติกรรมของตัวเอง แต่เป็นเรื่องของคนอื่น คิดว่ามันดีงามเหมาะสมหรือไม่ สองลองสมมติว่าฝ่ายภรรยาเขาเป็นเพื่อนสนิทของเรา ถ้ามีหญิงอื่นมาปฏิสัมพันธ์กับสามีของเพื่อนสนิทแบบนี้เราจะคิดว่าเป็นสิ่งที่สมควรไหม นี่ยังไม่ต้องพูดถึงหลักศีลธรรมที่ต่อให้ไม่ได้ไปถึงการมีเพศสัมพันธ์กัน ก็เป็นการเริ่มต้นทำให้ศีลหมอง เป็นโอกาสจะทำให้ศีลขาดในที่สุดอยู่ดี


การเริ่มต้นนับหนึ่งใจอ่อนยอมแพ้กิเลส ก็เป็นเหตุให้ชีวิตต้องเจอเรื่องทุกข์ทรมาน ฝ่ายชายนั้นจำนวนไม่น้อยเลยที่เมื่อภรรยาจับได้ก็ยังกล้ำกลืนฝืนให้อภัยสามีที่ใจร้ายกับเธอ ส่วนคนมาทีหลังถ้าไม่เลิกราไปพร้อมรอยแผลเป็นในหัวใจ ยังยอมทนกับสถานะคนรักในที่ลับอย่างยาวนานเป็นหลายปี ที่สุดก็อาจลงเอยด้วยการที่เขายังไม่หย่ากับภรรยาเดิม แถมมีลูกด้วยกันเพิ่มอีก หรือผู้ชายคนเดิมเขาไปหากิ๊กเพิ่มมาอีกคน หรืออีกหลายๆ คน หรือบางคนเขาเลิกรากับภรรยาแล้ว แต่พอฝ่ายน้อยได้เป็นภรรยาแทนที่ ต่อมาฝ่ายชายก็ทำพฤติกรรมแบบเดิม ให้หลวงปัจจุบันทุกข์ใจแบบหลวงในอดีต เรียกว่ากรรมทันตาเห็นในชาตินี้ แบบนี้ก็มีนะคะ


หลายคนที่เพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้น ยังไม่ถึงกับถลำลงไปหมดทั้งตัวทั้งหัวใจ ก็นับว่าโชคยังดีอยู่ค่ะ ดังเรื่องราวของคุณมิชิแกน (นามสมมติ) ซึ่งเมื่อได้ตรวจดวงกันนั้น ก็เตือนเธอว่าอันที่จริงดวงชะตาในเรื่องอื่นๆ อยู่ในขั้นดีแทบทั้งหมด จะมีปัญหามากอยู่เรื่องเดียวคือความรัก ที่เจอเรื่องรักสามเส้าได้ง่ายนะคะ เพราะฉะนั้นคุณมิชิแกนจึงควรรักษาศีลห้าให้ดี แล้วก็เลือกคนที่มีศีลเสมอกัน โดยไม่ลืมเผื่อใจให้กับความไม่แน่นอนด้วย (เพราะลูกค้าชายหลายๆ ท่านที่ได้เคยสนทนากันนั้น เดิมทีก็มีศีลค่อนข้างสะอาด นานๆ ไปบางคนชักจะแพ้กิเลสแบบนี้ก็มี) แต่อย่างน้อยๆ การเริ่มต้นที่ดี แล้วพยายามรักษาความดีนั้นให้คงอยู่ ก็ดีกว่าการพยายามให้ใครสักคนเปลี่ยนแปลงจากไม่สนใจรักษาศีลมาเป็นรักษาศีล เพราะอาจยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาเลยทีเดียว


คุณมิชิแกนบอกว่าที่จริงก็มีปัญหาอย่างที่เตือนแล้วก็สับสนอยู่ เลยนัดตรวจดวงวันนี้นี่แหละ ซึ่งตามดวงชะตานั้นช่วงที่มีปัญหาน่าจะราวๆ สองปีที่ผ่านมา ซึ่งก็ตรงกับที่ลูกค้าเล่าให้ฟัง คือเธอได้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งมีภรรยาแล้ว (ขอสมมตินามว่าคุณวอชิงตัน) ฝ่ายชายบอกเธอว่าเขาแต่งงานกับภรรยาเมื่อประมาณ ๑๐ ปีที่แล้ว ด้วยเหตุเพราะสถานการณ์พาไป ที่จริงแล้วเข้ากันไม่ค่อยได้เท่าไหร่ วันหนึ่งก็จะเลิกรากันแน่นอน เพียงแต่ว่าตอนนี้ยังไม่สามารถเลิกกันได้เพราะมีเหตุให้ต้องเจอกับภรรยาทุกวันด้วยหน้าที่การงาน อีกอย่างเพราะฝ่ายภรรยาก็พยายามยื้อเอาไว้ สรุปว่าฝ่ายชายเขาว่ามาเป็นแบบนี้นะคะ


ฟังเรื่องเล่าตรงที่คุณวอชิงตันบอกว่าภรรยาพยายามยื้อไว้ทำให้เลิกกันได้ยาก แล้วก็ถามคุณมิชิแกนว่า “คุณลองคิดถึงผู้หญิงที่แต่งงานมาร่วมสิบปี มีความรักความผูกพัน มีญาติพี่น้องมีหน้าตาสังคม มีทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวข้องกันมาเป็นสิบปี แบบนี้มันไม่ง่ายหรอกนะคะที่จะตัดใจ ไม่ง่ายที่จะเลิกรากันโดยไม่เจ็บปวด คิดถึงถ้าเป็นเราเอง เจอแบบนี้เข้าบ้างจะไม่เสียใจเลยหรือคะ” ถามลูกค้าหญิงต่อไปว่า “แล้วคุณเชื่อได้อย่างไรว่า ทั้งหมดที่ได้ฟังจากฝ่ายชายมันคือความจริงที่ว่าไม่เลิกกันเพราะภรรยายื้อไว้ แต่งงานไม่ใช่เพราะรัก เพราะคุณไม่เคยสนทนากับภรรยาเขานะคะ” เรียกว่าทั้งหมดที่รับรู้มานั้นเป็นข้อมูลด้านเดียว แต่เรื่องที่จริงแท้แน่นอนนั่นคือคุณวอชิงตันมีภรรยาแล้วและยังไม่เลิกกัน ซึ่งในอนาคตเขาจะเลิกกันหรือเปล่าก็ไม่แน่อีกเหมือนกัน คุณมิชิแกนฟังแล้วก็เงียบไปค่ะ


เล่าให้คุณมิชิแกนฟังว่า จากที่เก็บข้อมูลมานานหลายปี พบว่าเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงสองคนต้องทุกข์ก็เพราะ “คนกลาง” คือชายผู้มีพันธะแล้วแต่ยังแสวงหาไม่หยุดหย่อนนั้น พอพูดกับหลวงก็อย่างหนึ่ง พอมาพูดกับน้อยก็พูดอีกอย่างหนึ่ง จากข้อมูลอันมีประโยชน์ยิ่งจากบรรดาคุณลูกค้าชายที่อยู่ในสถานะคนกลางที่ยังไม่รู้จักพอเพียง ดิฉันเคยถามพวกเขาว่า “ในเมื่อคุณไม่โสดแล้วเวลาที่ไปจีบสาวอื่นนั้น ได้ให้เหตุผล (หลอกๆ )กับพวกเธอเหล่านั้นว่าอย่างไรคะ เขาเลยยอมเป็นแฟนคุณทั้งๆ ที่คุณยังไม่เลิกกับภรรยา” คำตอบของพวกเขาก็เหมือนกับที่ฝ่ายบุคคลที่สามส่วนมากบอกเล่าให้ฟังเป๊ะๆ คือ ทำนองว่า “ไม่รักกันแล้ว อยู่เพื่อลูก” “ผู้ใหญ่จัดการให้ แต่ไม่ได้รักกัน” “แต่งเพื่อธุรกิจ” ฯลฯ แล้วก็สรุปว่า “ถึงไม่มีใครเข้ามา ผมก็ต้องเลิกกับภรรยาอยู่ดี” ดังนั้นบุคคลที่สามจึงไม่ได้มีความผิดนะ ฯลฯ (ลูกค้าชายที่ให้ข้อมูลท่านหนึ่งก็สรุปให้หมอดูฟังอย่างชัดเจนว่า “แต่ถึงสุดแล้ว ผมก็ต้องเลือกครอบครัวอยู่ดีครับ” อ้าว !-_-)


แต่เชื่อไหมคะว่าด้วยเนื้อหาเดิมๆ ประมาณนี้แต่ก็ยังมีคนที่หลงตกเข้าไปอยู่ในวังวนของความรักที่ผิดศีลธรรม ซึ่งที่สุดแล้วก็มักจะเป็นฝ่ายมือที่สามที่ต้องเสียใจที่สุดอยู่ดีค่ะ นี่ยังไม่ต้องพูดถึงฝ่ายภรรยาหลวงที่สุดแสนจะเจ็บปวด ลูกค้าหญิงหลายท่านที่ไว้เนื้อเชื่อใจคู่ครองมาตลอดพูดคล้ายๆ กันทำนองว่า “เหมือนสายฟ้าฟาดลงมาที่หัวใจ โลกถล่มลงตรงหน้า” ขนาดนั้นเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะต้องเจ็บปวดแต่คนที่เป็นภรรยาก็ยังได้รับความสงสารเห็นใจจากคนรอบข้าง แล้วก็ไม่ได้เป็นฝ่ายผิดศีลธรรมก็จะไม่รู้สึกแย่เท่ากับฝ่ายที่มาทีหลัง ส่วนฝ่ายชายนั้นแม้ส่วนใหญ่ดูเหมือนจะลอยตัว แต่กรรมที่ทำไว้ก็ต้องไปชดใช้กันอยู่ดีในอนาคต สรุปคือการนอกใจไม่ดีเลย ถ้าไม่รักกันแล้ว เข้ากันไม่ได้จริงๆ ก็ควรจัดการปัญหาระหว่างคนสองคนให้จบไป ก่อนที่จะไปเริ่มต้นกับคนใหม่ ถึงอาจจะต้องเผชิญกับความยุ่งยากซับซ้อนหลายอย่าง ยากเย็นขนาดไหนในการหย่าร้างเลิกรา แต่ก็ไม่ต้องผิดศีลธรรม ไม่เสี่ยงเวรภัยต่างๆ ด้วยค่ะ




"การเจอคนมีเจ้าของแล้วนับว่าดีเหมือนกัน คือสบายใจได้เลยว่าไม่มีสิทธิ์แน่
คัดออกไปไม่ต้องเอามาเป็นหนึ่งในตัวเลือกได้เลยแน่ๆ!


อย่าตั้งความหวังรอ อย่าให้ความหวังเขา และอย่าทำตัวเป็นตัวแปร
คุณกำลังหาคนที่ใช่ ฉะนั้นอย่าหลงหวังรอแบบผิดๆ
ตอกย้ำทำความเข้าใจกับตนเองว่า คนที่ใช่จะมาเจอกันในเวลาที่คุณไม่มีสิทธิ์ได้อย่างไร?
คบไปรังแต่จะมุ่งหน้าสู่ดงงิ้วกันเปล่าๆ!


จริงอยู่ครับ มีอยู่จริงๆ ที่เป็นคู่บุญติดตามกันมาหลายภพหลายชาติ
แต่ดันไปเป็นของคนอื่นเสียก่อน แล้วก็ต้องเกิดความทรมานใจกัน
แต่ขอให้จำไว้เถิด ต่อให้ครองคู่กันมาเป็นล้านชาติ
ก็หาได้ทำให้ชาตินี้ ‘ใช่’ เหมือนชาติอื่นๆ ไม่ ในเมื่อพลัดไปมีเจ้าของเสียก่อนแล้ว


ให้เร่งรู้ตัวไว้เสียว่าบาปบางอย่างที่ทำไว้ร่วมกัน สกัดกั้นไว้ไม่ให้ร่วมเรียงเคียงกันอีกในชาตินี้
เพื่อล่อลวงให้พวกคุณประพฤติผิดประเวณีกัน หรืออ้อนวอนให้อีกฝ่ายทรยศคู่ครอง
ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มน้ำหนักบาปให้ความสัมพันธ์ข้ามภพข้ามชาติเข้าไปใหญ่


คนเราเข้าคู่กันก็ด้วยกำลังบุญ แล้วก็แยกคู่กันด้วยกำลังบาป
คุณจะครองคู่กันเป็นสุขด้วยหนทางแห่งบาปเวรได้อย่างไร


เว้นแต่พวกเขาจะเลิกกันเอง โดยคุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แม้ส่งสัญญาณยักคิ้วหลิ่วตาใดๆ
อันนั้นค่อยเป็นอีกเรื่อง นอกเหนือจากนั้นแล้วนะครับ ใส่เกียร์ถอยลูกเดียว
ห้ามล่วงล้ำไปข้างหน้าอีกแม้แต่หนึ่งคืบ!"


จาก "รักแท้มีจริง" โดย ดังตฤณ


สรุปแล้วก็คือหลังจากสนทนากัน คุณมิชิแกนซึ่งอันที่จริงเธอก็ไม่ได้อยากทำร้ายครอบครัวของคนอื่นอยู่แล้ว บอกว่าตกลงใจจะเลิกคุยกับคุณวอชิงตัน ไว้รอให้เขาไปจัดการตัวเองให้โสดเสียก่อน โดยที่เธอจะไม่เข้าไปเป็นตัวแปรให้กับความสัมพันธ์ของเขากับภรรยา ฟังแล้วก็อนุโมทนาในความตั้งใจดีนี้ด้วยค่ะ ให้กำลังใจลูกค้าไปว่าช่วงแรกอาจจะทรมานเพราะอยากพูดคุยกับเขา แต่ถ้าอดทนไม่คุยได้สักพัก ใจจะค่อยๆ ห่างมาเอง ดีแล้วที่ไม่เลือกความสัมพันธ์แบบที่เหมือนกับกอดหนามเอาไว้ทิ่มแทงใจตัวเอง ถ้าหากอยากมีชีวิตคู่ที่ดีแล้ว ไม่ควรเริ่มต้นจากสัมพันธภาพแบบที่เปื้อนบาปแม้เพียงเล็กน้อยอย่างนี้ค่ะ


เท่าที่สนทนากับลูกค้าหญิงที่เป็นบุคคลที่สามที่ประสบชะตากรรมนี้ หลายคนไม่ได้มีเจตนาทำลายชีวิตคู่ของใคร แต่เกิดจากความไม่ทันระวังพลั้งใจ หลายคนที่พลาดไปแล้วและไม่ยอมถอนตัว ด้วยเข้าใจผิดว่าตัวเองอ่อนแอเกินจะถอยออกมา ซึ่งนั่นไม่จริงเลยค่ะ การออกมาจากจากความสัมพันธ์ที่ผิดนั่นแหละที่จะทำให้เราภูมิใจในตัวเองและเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ ส่วนการยอมจมแช่ในความรักที่ผิดศีลธรรมนั่นต่างหากที่จะทำให้จิตวิญญาณอ่อนแอลงเรื่อยๆ ไปทุกวัน


(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!