แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
27 พฤษภาคม 2019, 07:13 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๙๓ เป็นนายตัวเอง?  (อ่าน 96 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 28 มกราคม 2019, 20:48 »

ถาม - เพิ่งออกจากงานประจำมาเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว ตอนแรกคิดว่าดี จะได้มีกิจการเป็นของตัวเองเสียที รู้สึกว่าเหนื่อยและกดดันมากกว่าเดิมอีก หลายครั้งที่คิดว่าไม่น่าเลย รู้อย่างนี้ทำงานกินเงินเดือนแบบเดิมดีกว่า ไม่รู้ว่ามีคนเป็นแบบดิฉันบ้างไหม




"ก้าวแรกของการเป็นนายตัวเอง
ไม่ใช่เตรียมสายป่าน ไม่ใช่คิดวางแผน และยิ่งไม่ใช่ลาออก
แต่เป็นการฝึกควบคุมตัวเองให้อยู่ในวินัยให้สำเร็จได้นานพอ"


- ดังตฤณ



เชื่อว่าคงมีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่มีเหตุผลในการคิดที่จะลาออกจากงานประจำ คิดอยากทำธุรกิจส่วนตัว “เป็นเจ้านายตัวเอง” ซึ่งอันที่จริงแล้วถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะได้มีโอกาสทำในสิ่งที่ต้องการ ได้ทำงานของตัวเองจริงๆ แต่เรื่องที่ว่าจะสบายกายหรือสบายใจกว่าทำงานประจำนั้น อาจจะไม่จริงเสมอไปค่ะ


ดังเรื่องราวของคุณแพนเทร่า (นามสมมติ) ลูกค้าหญิงที่ตามดวงชะตาแล้วมีความเป็นผู้นำ ทำงานด้วยความตั้งใจสูง อดทนและขยันขันแข็ง อีกทั้งเป็นคนที่พร้อมรับความเสี่ยงพอสมควร จึงสามารถที่จะทำกิจการส่วนตัวได้ไม่ยากนัก เมื่อประมาณปีสองปีที่แล้ว เธอได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อมาทำธุรกิจ ในวันที่นัดตรวจดวงกันนั้น หลังจากอ่านดวงชะตาก็บอกลูกค้าไปว่าคงจะเหนื่อยหน่อยนะคะช่วงนี้ คุณแพนเทร่าตอบว่าเหนื่อยจริงๆ เนื่องจากทำธุรกิจสองอย่างซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แถมยังต้องดูแลครอบครัวอีกต่างหาก โดยได้กู้ยืมเงินจากธนาคารมาทำธุรกิจด้วย ดังนั้นจึงมีภาระหนี้ที่ต้องจ่ายคืนเป็นประจำ บอกลูกค้าไปว่าในช่วงสามปีจากนี้ไปอาจจะต้องลุ้นมากหน่อยว่าจะไม่ขาดทุนในแต่ละเดือน ลูกค้าให้ข้อมูลว่าโดยรวมแล้วก็คือปริ่มๆ มีลุ้นกันทุกเดือนอย่างที่ว่ามานั่นแหละ ตอนนี้บางทีก็นึกเสียดายว่าตอนทำงานประจำชีวิตสบายกว่านี้ ไม่น่าออกมาทำธุรกิจเองเลย เหนื่อยกว่าเดิมเสียอีก


ฟังแล้วก็ตอบลูกค้าไปว่า “ในตอนนั้นที่ตัดสินใจจะลาออกมาทำธุรกิจ คุณก็คิดไม่ใช่หรือคะว่า ‘พอแล้ว เราหมดไฟในการทำงานประจำแล้วละ ออกมาทำของตัวเอง เป็นนายตัวเองดีกว่า ถึงจะเหนื่อยแต่มันก็เป็นงานของเราจริงๆ’ ตอนนั้นคิดแบบนี้นี่คะ” ที่ทายใจได้ถูกเนื่องจากความคิดทำนองนี้ได้ฟังจากลูกค้าและคนรู้จัก ตลอดจนได้อ่านผ่านตาในอินเตอร์เน็ตมาตลอดค่ะ ลูกค้าตอบว่าใช่ ตอนนั้นคิดแบบที่ว่ามานั่นแหละ แต่ตอนนี้มันเหนื่อยและเครียด ฟังแล้วก็ให้กำลังใจไปตามจริงที่ปรากฏในดวงชะตา ใจความโดยสรุปว่าสู้ต่อไปเถอะค่ะ รอดแน่นอน ถึงจะมีช่วงที่ฝืดไปบ้างแต่ถ้ายังอยู่สู้ไม่ถอย สุดท้ายจะผ่านไปจนได้ค่ะ


แม้ว่าไม่มีงานใดๆ ในโลกที่มั่นคงอย่างแท้จริง และเท่าที่รับฟังข้อมูลทั้งจากลูกค้าและจากแหล่งอื่นๆ ขอสรุปความแบบไม่ได้เหมารวมไปทุกธุรกิจ ได้ว่าการทำกิจการส่วนตัวนั้นทำให้ได้มีอิสระทางความคิด มีโอกาสในการเจริญเติบโต ฝึกความอดทน พัฒนาศักยภาพทั้งการวิเคราะห์ การวางแผน การบริหารจัดการต่างๆ อย่างหลากหลาย เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องทุ่มเทกำลังกายกำลังใจและยอมรับความเสี่ยงต่างๆ ไว้ด้วยตัวเอง สำหรับเจ้าของกิจการ โดยเฉพาะที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ยังไม่มีฐานลูกค้าที่มั่นคงแล้ว บางวันก็แทบไม่มีเวลาพักรับประทานอาหาร ไม่มีวันหยุดสุดสัปดาห์หรือหยุดตามเทศกาล ทำงานแบบไม่มีค่าล่วงเวลา เปรียบเทียบกับสมัยที่ทำงานประจำอาจจะลากิจลาป่วยได้บ้าง แต่พอมาเป็นเจ้าของธุรกิจแล้วแต่ละวันที่หยุดก็คือรายได้ที่หดหายไป แต่ต้นทุนค่าเช่า (ถ้ามี) ค่าจ้างลูกน้อง (ถ้ามี) ค่าใช้จ่ายอื่นๆ จิปาถะ (ยังไงก็ต้องมี) ยังคงต้องจ่ายออกไปเหมือนเดิม หลายคนที่สายป่านไม่ยาว เงินสำรองไม่มากนัก เหนื่อยงานแล้วจึงยังต้องเหนื่อยหมุนเงินด้วย อยากจะหยุดแล้วแต่ก็ทำไม่ได้ ด้วยเพราะลงทุนลงแรงไปแล้ว หนี้สินก็ยังจ่ายไม่หมด แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังคงมั่นใจจะไปต่อค่ะ


แต่ธุรกิจส่วนตัวก็มีข้อดีหลายข้อนอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เช่น ถ้าทุ่มเทมากก็ (มีโอกาส) จะได้มาก บางคนที่ได้ทำธุรกิจที่ตัวเองมีใจรักมีความถนัดอยู่แล้ว ได้ลูกน้องหรือผู้ช่วยที่ดี และถ้าโชคดีอีกคือคู่แข่งไม่มากนัก หรือมีลูกค้าประจำภายในเวลาไม่นาน แบบนี้จะเหนื่อยน้อยลง แล้วก็มีอยู่เหมือนกันที่เจ้าของกิจการไม่อยากลาพักเลย เพราะทำงานที่รัก จึงดำเนินธุรกิจด้วยความสุขสนุกเมื่อทำงาน ที่สุดแล้วหากว่ากิจการประสบความสำเร็จ ถึงตอนนั้นเจ้าของธุรกิจก็จะมีรายได้ที่มั่นคง สามารถเลือกที่จะใช้ชีวิตเลือกจัดสรรเวลาของชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการได้ง่ายกว่าการทำงานประจำ แต่ในทางกลับกันถ้าธุรกิจนั้นถึงทางตัน ก็อาจลงเอยด้วยการเป็นหนี้ มีบางคนเล่าให้ฟังว่าต้องกลับไปสมัครงานประจำเพื่อหาเงินใช้หนี้ก็มีค่ะ เรียกว่าเป็นนายตัวเองมีแนวโน้มที่จะเหนื่อยกว่า แต่ก็มีโอกาสสร้างความร่ำรวยง่ายกว่าการกินเงินเดือนเช่นกันค่ะ


จะเห็นได้ว่าชีวิตและการทำงานนั้นมีทางเลือกที่หลากหลาย และแต่ละทางก็มีข้อดีข้อด้อยต่างกันไป ดังนั้นจึงไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะจะเป็นเจ้าของกิจการ และไม่ใช่ทุกคนเช่นกันที่ควรจะเลือกทำงานประจำไปตลอด ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ความพอใจและความเหมาะสมของแต่ละบุคคลและสถานการณ์ของชีวิตค่ะ อย่างไรก็ตามไม่ว่าวันนี้ใครจะทำงานอะไรอยู่ ขออวยพรให้มีความสุขกับชีวิตการทำงานนะคะ


(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!