แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
12 ธันวาคม 2017, 15:32 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: เมื่อมีสิ่งมากระทบใจทำให้กลับไปเศร้าในเรื่องอดีต ควรทำอย่างไร  (อ่าน 95 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 629



« เมื่อ: 28 กันยายน 2017, 00:03 »

ถาม – ดิฉันคิดว่าตนเองไม่เคยเก็บเอาอดีตที่เลวร้ายมาคิดให้ฟุ้งซ่าน แล้วก็ไม่ได้คิดแค้นใครเลย
แต่ทำไมเมื่อไปรับรู้เรื่องราวเก่าๆ ดูละครหรืออ่านนวนิยายที่คล้ายกับปมอดีตที่เจ็บปวด
กลับทำให้อ่อนไหว เสียใจและหดหู่ไปพักหนึ่ง
อยากถามว่าการที่เราคิดมากและยึดติดกับอดีตแบบนี้ จะทำให้ไม่ก้าวหน้าในการเจริญสติไหมคะ



เอาคำถามนี้ก่อนนะ
ตรงที่ว่าเราไปเจออะไรแล้วมันหวนคิดถึงอดีต นั่นคือธรรมชาติของจิตนะ
ถ้าอธิบายตามคำศัพท์ของธรรมก็คือว่า
ตามธรรมะนะ ท่านก็บอกไว้ว่าเวลาที่เราถูกอะไรกระทบ
มันจะทำให้เกิดความสำคัญมั่นหมายขึ้นมา หรือจำได้หมายรู้ขึ้นมาว่าอะไรเป็นอะไร
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเห็นรูปวงกลม เราก็จะไปเทียบเคียงกับวงกลมที่เราเคยรับรู้ไว้นะ
แล้วก็สามารถที่จะบอกได้เลยว่าอย่างนี้เรียกว่ากลม
ไม่ว่าจะเป็นกลมแบบดวงอาทิตย์ กลมแบบลูกบอล ลูกโบว์ลิ่ง ลูกสนุกเกอร์
หรือว่าที่มีคนเอาสีมาระบายไว้เป็นจุดๆ อย่างนี้นะ
เราก็จะเกิดความจำได้หมายรู้ขึ้นมาว่าอย่างนี้เขาเรียกวงกลม
แล้วก็จะจัดเข้าพวกเดียวกันหมดเลย
ไม่ว่าจะเป็นดวงอาทิตย์ หรือว่าพระจันทร์ หรือว่าลูกบอลนะ มันกลมเหมือนกันหมด
เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราเห็นอะไรอย่างหนึ่ง แล้วก็มีสิทธิ์เตือนให้นึกถึงอีกอย่างหนึ่งได้
ยกตัวอย่างเช่น คนมักจะพูดว่า เออ วันนี้พระจันทร์กลมอย่างกับลูกบอล
คือพอเล่นบอลบ่อยๆ แทงบอลบ่อยๆ เนี่ย จิตใจมันฝักใฝ่นะ
พอเห็นอะไรที่กลมๆ มันนึกถึงลูกบอลได้


อันนี้คือตัวอย่างที่จะยกมาง่ายๆ ว่าการจำได้หมายรู้ในอดีต
มีผลให้เกิดการระลึกถึงขึ้นมาได้อย่างไร
ยิ่งถ้าหากว่าเราเคยมีเรื่องกับใคร มีเหตุการณ์อันเป็นปมฝังใจไว้กับใครนะครับ
พอไปเห็นข้าวของหรือว่าแม้กระทั่งได้ยิน
สมมุติว่าชื่ออั้มอย่างนี้นะ คนของเราชื่ออั้ม
แล้วเราไปได้ยินดาราชื่ออั้ม หรือว่าไปได้ยินเพื่อนของเพื่อนชื่ออั้มแบบนี้
เราก็อาจจะมีใจหวนประหวัดไปนึกถึงคนชื่ออั้มที่เคยมีเรื่องมีราวกับเราก็ได้
นี่คือตัวอย่างว่าความจำได้หมายรู้มันปรุงแต่งจิตของเราได้อย่างไร
เพราะฉะนั้นไม่แปลก ถ้าหากว่าเราไปเจอะเจออะไรที่เตือนให้ระลึกถึงคนของเราแล้ว
จะเกิดความหวั่นไหว เกิดความรู้สึกนึกคิดในแบบที่มันเกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายตอนอยู่กับเขาหรือเจอเขา


ทีนี้ถามว่าอารมณ์แบบนี้ มันทำให้เกิดความไม่ก้าวหน้าในการเจริญสติหรือเปล่า
ในการฝึกจิตที่จะต้องการความเข้มแข็ง ไม่ควรจะอ่อนไหวอะไรต่างๆ
มันไม่เกี่ยวหรอกนะว่าเรามีปมฝังใจแค่ไหน เราไม่ได้มองกันตรงที่ว่า
เวลาไปกระทบกับอะไรแล้วเกิดความรู้สึกอย่างไร นั่นเป็นเครื่องขวางหรือเปล่า
ไม่ใช่นะ ยิ่งบางคนมีอดีตเยอะๆ มีปมฝังใจแน่นๆ หรือว่ากระทั่งมีอะไรที่โหดๆ อยู่ในใจอยู่
เหมือนกับมีความฟุ้งซ่าน เหมือนกับมีความกระวนกระวาย
ตัวนี้ถ้าหากว่ามองเป็น ก็เอามาใช้เป็นอุปกรณ์ฝึกเจริญสติยังได้เลย



ประเด็นอยู่ตรงนี้ ตรงที่ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เรามีท่าทีที่จะรู้มันแค่ไหน
ถ้าหากว่าเรามีความเคยชินอยู่อย่างหนึ่งที่จะรู้มัน
สมมุติว่าคุณอาจจะเคยชินที่จะรับรู้มันในแบบที่เศร้าสร้อย แล้วก็ไม่รู้จะจัดการอย่างไรถูก
กี่ครั้งกี่หนที่มันเกิดขึ้น มันก็จะเคยชินกับความรู้สึกเศร้าสร้อยแบบนั้นไปเรื่อยๆ
เกิดกระทบอะไรให้ระลึกถึงเขาเมื่อไหร่
มันก็มีอาการเศร้าสร้อยเป็นปฏิกิริยาโต้ตอบออกมาทันที
นี่คือท่าทีที่เรามีกับอารมณ์กระทบชนิดนี้


แต่ถ้าหากว่าเราปลูกฝังความเคยชินอย่างใหม่
เมื่อมีอะไรเข้ามากระทบแล้วเกิดความหวั่นไหว มันรู้สึกเซนซิทีฟขึ้นมา
มันรู้สึกว่าจิตนี่โดนขุดคุ้ยเอาอดีตตั้งแต่เมื่อกาลไหน พ.ศ.ใดมาก็ไม่ทราบนะ โถมเข้ามา
แล้วเรามีสติที่จะระลึกว่าสิ่งนั้นเป็นเพียงเครื่องกระทบใจ
แล้วเกิดปฏิกิริยาทางใจขึ้นมาเป็นความเศร้า
แล้วเห็นว่าความเศร้าตรงนี้มันไม่ได้มีตัวตน
มันไม่ได้มีความเป็นตัวเราที่ยั่งยืนอยู่ในนี้นะ ในกายนี้ในใจนี้
แต่มันเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อมีอะไรมากระทบ



ถ้าเรามีสติระลึกได้แค่นี้นะ
ตัวสติที่สร้างขึ้นมา มันจะค่อยๆ สั่งสมเป็นความเคยชินใหม่
เออ นี่มันเกิดขึ้นเพราะมีกระทบ ไม่ใช่ว่ามันเป็นตัวเรา
ไม่ใช่ว่ามีความทรงจำชนิดนี้ฝังตายอยู่เลยนะ ตายตัวอยู่เลย ไม่ใช่
มันเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อมีกระทบให้เกิดความระลึกได้ ระลึกถึง หวนระลึกถึงขึ้นมา
แล้วก็จะสามารถเห็นว่าความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนของเราที่เกิดขึ้นชั่วคราวนั้นน่ะ
เดี๋ยวเดียวมันก็หายไป ถ้าหากว่าเราไม่ไปพยายามที่จะขุดคุ้ยด้วยตัวเองตามหลังมา
คือกระทบปุ๊บนะ เกิดปฏิกิริยาเป็นความเศร้าปั๊บ
อันนั้นเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้
แต่สิ่งที่เราจะจัดการได้ก็คืออย่าไปคิดต่อ อย่าไปพยายามที่จะใส่ใจเข้าไป
แล้วก็หมกมุ่นกับอาการที่เคยชินแบบเดิมๆ
ว่า เออ ทำไมอย่างนั้น ทำไมไม่เป็นอย่างนี้ ทำไมเขาอย่างนู้นนะ อะไรต่างๆ นานา
ก่อนที่จะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ทางอารมณ์แบบนั้น ให้ตัดตอนเสียด้วยสติ
เห็นว่ามันเป็นแค่สิ่งที่ก่อตัวขึ้นมา ชั่วขณะที่เกิดอะไรมากระทบหูกระทบตาให้ระลึกถึง
แล้วถ้าเรามีสติรู้มันเฉยๆ มันก็หายไปเองนะ
นี่แหละความเคยชินแบบนี้แหละ ที่จะทำให้เราเจริญก้าวหน้านะ


โดย ดังตฤณ
ที่มา http://bit.ly/2hyGb5b
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!