แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
26 สิงหาคม 2019, 09:37 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๘๘ น้ำใจนาย  (อ่าน 568 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 27 กันยายน 2017, 13:58 »

ถาม – บริษัทที่ทำงานอยู่มีนโยบายลดคน ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของดิฉันที่จะต้องจัดการ ยอมรับว่าไม่อยากทำเลย แต่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะเป็นนโยบายของบริษัท ตอนนี้ไม่สบายใจเลย รู้สึกผิดต่อคนที่ต้องออกจากงาน จะทำอย่างไรให้สบายใจที่สุดคะ


ในการทำงานบางครั้งคงต้องเจอเรื่องที่ไม่อยากเจอ พบสถานการณ์ที่ไม่อยากจะพานพบนะคะ ดังเช่นการต้องรับหน้าที่จัดการเรื่องการเลิกจ้าง ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่ถูกให้ออกจากงานจำนวนหนึ่งย่อมไม่สบายใจ ผู้ที่ต้องรับหน้าที่นี้หลายคนก็ไม่ได้ยินดีเลย ด้วยว่ารู้สึกสงสารผู้อื่น ไม่อยากให้เขาเป็นทุกข์ แม้ความเห็นใจผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรให้เกินเลยไปจนกลายเป็นการจมอยู่ในความเครียดและความไม่สบายใจ พึงมองในแง่ดีว่าถ้าเราซึ่งมีความเมตตากรุณา มารับหน้าที่นี้เสียเอง อาจจะช่วยให้พนักงานที่จะต้องออกจากบริษัทมีโอกาสได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้


ดังกรณีที่เกิดขึ้นกับลูกค้าหญิง (นามสมมติว่าคุณแองเจลล่า) ซึ่งตรวจดวงกันมาอย่างสม่ำเสมอ ในตอนต้นของการสนทนานั้นลูกค้าเล่าให้ฟังว่าปัญหาในงานประจำก็ลดลงตามเวลาที่เคยระบุไว้แล้ว ครั้งนี้จึงจะมาปรึกษาเรื่องลู่ทางทำธุรกิจในอนาคตค่ะ หลังจากที่ได้ให้ข้อมูลดวงชะตาของลูกค้าตามที่ต้องการจนครบถ้วนแล้ว คุณแองเจลล่าได้เล่าให้ฟังว่าในช่วงที่ผ่านมาที่บริษัทมีนโยบายให้เลิกจ้างพนักงานประจำ แล้วใช้บริการจากภายนอกองค์กรแทน (Outsourcing) โดยตัวเธอเองต้องทำหน้าที่ในส่วนของการจัดการเลิกจ้างโดยตรง ก็เลยคิดว่าตัวเองคงจะบาปที่ต้องทำให้คนต้องออกจากงานหลายคน ฟังแล้วก็ให้กำลังใจลูกค้าว่าถ้าเธอไม่ได้อยากให้พวกเขาตกงานด้วยความเกลียดชังส่วนตัว แต่เป็นการทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากบริษัท แล้วก็ได้พยายามให้ค่าชดเชยอย่างเต็มที่ตามกฎหมายแล้ว ก็ไม่ใช่ความผิดของคุณแองเจลล่าหรอกค่ะ


คุณแองเจลล่าเล่าด้วยว่าเนื่องจากเห็นใจบรรดาพนักงานชั้นผู้น้อยเก่าแก่ที่ถูกเลิกจ้าง เธอจึงพยายามช่วยให้แต่ละคนได้เงินชดเชยต่างๆ ให้มากที่สุด (ในตอนที่สนทนากันนั้น เนื่องจากสนใจที่จะเขียนเรื่องนี้ลงคอลัมน์ จึงได้ขอรบกวนลูกค้าช่วยแจกแจงรายละเอียดต่างๆ เพื่อจดบันทึกไว้ ซึ่งก็พบว่าบริษัทที่เธอทำงานอยู่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างถูกต้องนะคะ (อ้างอิงจาก “สิทธิตามกฎหมายแรงงาน” (คลิก) http://bit.ly/1yyqzui ) โดยสรุปคือ พนักงานที่ถูกเลิกจ้างซึ่งทำงานมาเกิน ๑๐ ปีทุกคน จะได้รับค่าชดเชย ๑๐ เดือน (๓๐๐ วัน) พร้อมกับค่าบอกกล่าวและเงินชดเชยพิเศษที่คิดตามอายุงานของแต่ละคน ซึ่งในส่วนของเงินชดเชยพิเศษนี้เองที่คุณแองเจลล่าพยายามช่วยให้ได้รับมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้ว่าจะต้องงัดข้อกับเจ้านายของตัวเองก็ตามที


นอกจากจะต้องขัดแย้งกับเจ้านายแล้ว ผู้ที่ถูกเลิกจ้างบางรายที่ไม่ทราบตื้นลึกหนาบางของเรื่องราวทั้งหมด ยังมองคุณแองเจลล่าในแง่ลบ เนื่องจากเธอได้กระทำบางอย่างเพื่อป้องกันความเสียหายของบริษัท จากพนักงานที่อาจโกรธแค้นเมื่อได้รู้ว่าถูกให้ออกจากงาน ซึ่งที่จริงแล้วคือการปกป้องตัวผู้ถูกเลิกจ้างเอง หากก่อความวุ่นวายต่อบริษัทก็ต้องแจ้งความดำเนินคดีกันอีก คุณแองเจลล่านั้นไม่ปรารถนาให้เกิดกรณีแบบนี้ขึ้น เลยป้องกันไว้ก่อนจะได้จากกันไปด้วยดี แต่เรื่องทั้งหมดนี้รวมทั้งเรื่องเงินชดเชยพิเศษ พนักงานเหล่านั้นไม่ทราบ เรียกว่างานนี้ปิดทองหลังพระจริงๆ ค่ะ


เมื่อได้ฟังแล้วก็ประทับใจในความมีน้ำใจของลูกค้า เพราะก่อนหน้าที่จะได้สนทนากับคุณแองเจลล่าไม่ถึงสัปดาห์ มีลูกค้าหญิงท่านหนึ่งซึ่งทำงานกับอีกบริษัทหนึ่งมาเกิน ๑๐ ปี ปรึกษาว่าเหมือนจะถูกบีบให้ออกจากงาน คาดว่าบริษัทไม่อยากจ่ายค่าชดเชยก้อนใหญ่ กลับใช้วิธีกดดันเพื่อให้ลาออกเอง ลูกค้าซึ่งได้จงรักภักดีกับบริษัทมาตลอดจึงเสียใจมาก ตอนที่สนทนากันนั้นเธอร้องไห้ด้วย ฟังแล้วเห็นใจจริงๆ ค่ะ ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับกรณีนี้แล้ว ถือว่าคุณแองเจลล่าได้ทำประโยชน์เพื่อให้ผู้ถูกเลิกจ้างไม่ลำบากมากนัก ถ้าเป็นการเลิกจ้างอย่างไม่ยุติธรรมหรือใช้วิธีบีบให้ออก คนที่ถูกกระทำจะทุกข์ทรมานใจ ต่อให้ฟ้องร้องก็กินเวลา เงินทองร่อยหรอลงไป อีกอย่างพวกเขาก็อายุมากแล้ว อาจจะลำบากในการหางานใหม่ด้วยค่ะ


สนทนากับลูกค้าต่อไปด้วยคิดเห็นตรงกันว่า พนักงานเหล่านี้คือผู้ที่อุทิศแรงกายแรงใจ ทำงานให้หน่วยงานมาเกินทศวรรษ มีส่วนสนับสนุนให้บริษัทเติบโตจนทุกวันนี้ แม้ว่าแต่ละคนย่อมจะมีที่ทำงานผิดพลาดไปบ้าง แต่ไม่อาจลบเลือนความจริงว่าต่างเป็นฟันเฟืองที่ทำให้ดำเนินกิจการมาจนมั่งคั่งมั่นคง เมื่อบริษัทเติบใหญ่จนมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการจ้างงานแล้ว ควรจะชดเชยให้กับพวกเขาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ให้เพียงพอต่อการยังชีพในช่วงหางานใหม่ หรือไปเริ่มต้นทำธุรกิจ หรือแม้แต่เกษียณอายุเพื่อใช้ชีวิตอย่างสงบในบั้นปลาย เงินก้อนใหญ่นี้จะช่วยลดความลำบากเดือดร้อนไปได้มาก เมื่อคิดแล้วเลยอดจะตื้นตันใจไม่ได้ จึงขออนุโมทนาบุญกับคุณแองเจลล่าไปด้วย ส่วนลูกค้าเองก็บอกว่าเวลาที่ทำงานเหนื่อยๆ พอคิดถึงเรื่องพวกนี้ทำให้มีกำลังใจทำงานต่อไปค่ะ : )


ในชีวิตการทำงานย่อมมีทั้งเรื่องดีและร้าย ตลอดจนเรื่องไม่คาดหมายเกิดขึ้นได้เสมอนะคะ ผู้ที่เป็นพนักงานประจำที่ทำงานมานานก็ต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ต่างๆ อย่างไม่ประมาท ส่วนผู้ที่อยู่ในสถานะนายจ้าง เจ้าของกิจการ หรือผู้ที่มีอำนาจจัดการต่างๆ ในบริษัท นับเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สร้างกุศล ด้วยการมีพรหมวิหาร ๔ อันประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ในการทำงานร่วมกันและเกื้อกูลผู้ใต้บังคับบัญชาตั้งแต่วันแรก ตราบจนวันสุดท้ายของการทำงานค่ะ



(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!