แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
26 สิงหาคม 2019, 10:02 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๘๖ รักซ้อนก่อนอาทิตย์อัสดง  (อ่าน 639 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 27 กันยายน 2017, 13:49 »

ถาม – สามีวัยเกษียณของดิฉันไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคราวลูก ไม่ทราบว่าควรจะวางใจอย่างไรให้ไม่ต้องทุกข์เพราะพฤติกรรมของเขาคะ


เชื่อว่าเมื่อตกลงปลงใจครองคู่ในวัยหนุ่มสาว หลายคนคงเคยคิดแบบโรแมนติก ว่าจะได้ “แก่ไปด้วยกัน” แต่พอชีวิตคู่ดำเนินไป คงมีหลายคู่ที่พบว่าไม่ง่ายในการประคับประคองชีวิตสมรส โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย ไม่มีศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาที่เสมอกัน หลายคู่พบปัญหาครอบครัวนานาประการมาตั้งแต่แต่งงานได้ไม่กี่ปี ต่อเนื่องยาวนานจนล่วงเข้าปัจฉิมวัย แน่นอนว่าหนึ่งในเรื่องที่ทำลายความรู้สึกกันที่สุดก็คือการนอกใจนี่แหละค่ะ


ดังเรื่องราวที่ลูกค้าหญิงวัยใกล้เกษียณ นามสมมติว่าคุณเมเดลีน กำลังพานพบประสบเหตุ ในวันที่สนทนากันนั้น หลังจากที่อ่านดวงชะตาในเรื่องความรัก ก็เห็นว่าลูกค้าน่าจะเจอปัญหาสามี (ขอสมมตินามว่าคุณเอเรส) มีพฤติกรรมนอกใจมาหลายครั้งแล้ว คุณเมเดลีนเล่าให้ฟังว่าชีวิตด้านอื่นก็ลงตัวดีพอสมควร แต่เรื่องชีวิตคู่เป็นสิ่งที่ไม่สบายใจมาตลอด ที่จริงสามีก็นอกใจมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ จนเกือบจะแยกทางกันแบบเด็ดขาดมาแล้ว แต่สุดท้ายก็กลับมาอยู่ด้วยกันอีก ส่วนตอนนี้ที่เป็นทุกข์อยู่เพราะคุณเอเรสไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคราวลูก (นามสมมติว่าคุณจางอ้ายหลิน) แถมยังมีลูกด้วยกัน


หลังจากที่รู้เรื่องคุณเมเดลีนก็พยายามขอหย่าหลายหนแต่สามีไม่ยอมท่าเดียว เลยต้องอยู่ร่วมบ้านกันไปแบบค่อนข้างห่างเหิน ส่วนฝ่ายภรรยาน้อยนั้นอยู่กันคนละที่ คุณเอเรสไปหาลูกบ้างแต่ไม่ได้ช่วยส่งเสียเงินทองอะไร เท่าที่ฟังกระแสเสียงของลูกค้า ก็เข้าใจดีว่าเป็นธรรมดาที่เธอย่อมมีความรู้สึกเป็นลบกับฝ่ายภรรยาน้อย แต่อกุศลจิตนั้นไม่เป็นผลดีกับจิตใจของใครเลย จึงบอกเธอว่าเมื่อเกิดกรณีนอกใจกันขึ้น ต้องยอมรับว่าตบมือข้างเดียวไม่ดัง ดังนั้นถ้าจะโทษว่าใครผิดแล้ว คุณเอเรสก็ผิดไม่น้อยกว่าคุณจางอ้ายหลินนะคะ


ลูกค้าเล่าเพิ่มเติมว่าที่เสียความรู้สึกก็เพราะที่จริงแล้วคุณจางอ้ายหลินเข้ามารู้จักทั้งสามีและเธอเอง ด้วยการแสดงตัวว่าสนใจการทำบุญสร้างกุศล ซึ่งทั้งคุณเอเรสและคุณเมเดลีนทำงานบุญต่างๆ เป็นประจำอยู่แล้ว ก่อนหน้านั้นคุณจางอ้ายหลินมีท่าทีเหมือนจะเป็นคนดี คุณเมเดลีนจึงค่อนข้างผิดหวังที่ลงเอยอย่างนี้ไปได้ ว่าไปแล้วเรื่องทำนองนี้มีไม่น้อยเลยค่ะ ได้เคยเขียนถึงมาแล้วในบทความที่ผ่านๆ มา เช่น พลาดเพียงนิด...ชีวิตเปลี่ยน (คลิก) http://bit.ly/1iNkSAp , คนบาปในคราบบุญ (คลิก) http://bit.ly/1eMifyj , ปุถุชนคนแปรปรวน (คลิก) http://bit.ly/1eYNhp8 กล่าวคือตราบใดที่ยังเป็นปุถุชน ก็ไม่ควรไว้ใจกิเลสของตนเองและผู้อื่น เพราะศีลห้าของปุถุชนนั้นยังไม่เที่ยงแท้คงทน ไม่ว่าจะคิดว่าตนเองหรือใครคนหนึ่งเป็นคนดีอย่างไร ก็ประเมินเขาไว้ในฐานะคนที่ยังกลับไปกลับมาระหว่างความดีความชั่วได้ จะได้ระวังตัวไม่พลั้งพลาด ระวังใจไม่ให้คาดหวังในใครบางคนมากเกินไป แล้วต้องมาผิดหวังช้ำใจเอง


เข้าใจดีว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณเมเดลีนจะทำใจให้สบายกับเรื่องนี้ ดังนั้นเพื่อให้ลูกค้าไม่จมอยู่กับอกุศลจิต ไม่คิดแง่ร้ายจนทำลายจิตใจดีๆ ของตนเอง จึงแนะนำให้เธอให้อภัยทุกฝ่ายจะได้ไม่เป็นการผูกเวรกันต่อไป เพราะสิ่งที่ประสบในชีวิตของคนเรานั้น ย่อมมีที่มาที่ไป แม้อาจเป็นกรรมในอดีตชาติอันไกลโพ้น จำไม่ได้แล้วก็ตาม เมื่อเรื่องร้ายๆ ได้เกิดขึ้น วิบากมืดได้ผ่านเข้ามาในชีวิตแล้วและเป็นสิ่งที่เราแก้ไขอะไรไม่ได้ ที่ทำได้ก็คือรักษาใจเอาไว้ให้ดี ไม่ต้องผูกพยาบาทใครเพราะไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น มีแต่จะสร้างความรุ่มร้อนให้โดยไม่ได้อะไรขึ้นมาค่ะ


นอกจากนี้ก็ได้ตั้งข้อสังเกตให้ลูกค้าฟังว่า ว่าไปแล้วคุณจางอ้ายหลินไม่น่าจะมีความสุขนักกับการอยู่ในสถานะภรรยาน้อยของผู้ชายวัยคราวพ่อ ซึ่งแทบไม่ได้ช่วยทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์ในการเลี้ยงดูลูก อีกทั้งเท่าที่เคยสนทนากับบรรดาลูกค้าที่เป็นภรรยาน้อยมา ทั้งที่ตั้งใจและถูกหลอก เมื่อเวลาผ่านนานไป ไม่มีใครยินดีกับสถานะของตนเองเลยสักคน แถมในรายที่ตกลงใจเป็นบ้านเล็กโดยเจตนานั้น ถ้ามีปัญหาหรือความทุกข์ถาโถมใส่ จะไปขอความเห็นใจจากคนรอบข้างก็ไม่ได้อีก ลูกค้าคนหนึ่งซึ่งเป็นภรรยาน้อยจึงเคยออกปากอย่างขมขื่นว่า “เป็นเมียหลวงน่าอิจฉากว่ามาก” (แต่อันที่จริงคงไม่มีใครอยากเป็น “ภรรยาหลวง” เพราะการเป็น “ภรรยาเดียว” นั้นดีที่สุดแล้วสำหรับคนที่เลือกมีชีวิตคู่) จึงอยากบอกคุณเมเดลีนว่าขอให้เชื่อเถอะว่าอีกฝ่ายนั้นทุกข์กว่าเธอ แต่ก็ไม่ต้องไปสะใจที่เขาทุกข์นะคะ เพราะเป็นอกุศลค่ะ


ในส่วนของคุณเอเรสนั้น เท่าที่ตรวจดวงคุณเมเดลีนก็เห็นบุคลิกภาพของคู่ครองของเธอซึ่งเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน ก็นึกเห็นใจชายวัยหลังเกษียณอยู่เหมือนกัน เพราะคงต้องแบกรับความกดดันจากการถูกซุบซิบนินทาอยู่ไม่น้อย ลูกค้าบอกว่าก็เป็นอย่างนั้นแหละ เพราะเดิมทีเขาเป็นคนเก่งและมีบทบาทในงานบุญงานกุศลอยู่เรื่อยๆ ได้รับการนับหน้าถือตาจากสังคมรอบข้าง เมื่อมาเกิดเรื่องทำนองนี้เข้าก็คงต้องรับกรรมกันไป ส่วนตัวเธอเองคิดว่าคงจะพยายามวางเรื่องนี้ลงให้ได้ แล้วเอาจริงเอาจังกับการปฏิบัติธรรม ได้ฟังแล้วก็ยินดีกับลูกค้าที่เมื่อพบทุกข์แล้วก็เลือกทางเดินที่ถูกต้องให้กับตนเองค่ะ




"คนเราถ้าไม่เข้าที่มืดถึงที่สุด ก็จะไม่ดิ้นรนหาความสว่าง
เมื่อออกที่สว่างได้ถาวร ก็จะหันกลับไปขอบคุณความมืดชั่วคราว ที่ช่วยผลักดันให้"

                                                                           
ดังตฤณ


หลายคนเพิ่งค้นพบในช่วงใกล้เกษียณว่าคู่ครองที่หวังฝากผีฝากไข้ฝากหัวใจให้ดูแลนั้นได้แปรเปลี่ยนไป แล้วก็มีจำนวนไม่น้อยที่หันมาสนใจธรรมะอย่างจริงจังในห้วงยามแห่งความทุกข์ บ้างเล่าว่าแต่เดิมก็ทำบุญทำทาน แต่การปฏิบัติธรรมนั้นยังเป็นเรื่องไกลตัว ต่อเมื่อเจอทุกข์ใหญ่หลวงในชีวิต ทำให้สนใจธรรมะปฏิบัติ เพราะไม่ต้องการเกิดมาเจอความทุกข์ซ้ำซากอีก บางคนเมื่อซาบซึ้งถึงธรรมะ ก็ออกปากว่านึกขอบคุณที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น เพราะถ้าล่วงเข้าวัยชราแล้วจะยิ่งปฏิบัติธรรมยาก เนื่องจากร่างกายไม่อำนวยค่ะ ว่าไปแล้วการมีทุกข์เสียบ้างก็มีข้อดีคือทำให้ไม่ประมาท ไม่เผลอเพลินในความสุข ดังนั้นใครก็ตามที่ไม่ว่าจะเป็นทุกข์ด้วยเรื่องอะไรอยู่ในขณะนี้ อยากขอเป็นกำลังใจให้ใช้ความมืดชั่วคราว เป็นแรงผลักดันในการสู่แสงสว่างถาวรนะคะ


(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!