แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
24 สิงหาคม 2019, 22:58 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ทำบุญแค่ไหนจึงจะได้เป็นคู่กัน?  (อ่าน 16895 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 6 กุมภาพันธ์ 2008, 02:11 »

ถาม: การที่คนเราจะเป็นเนื้อคู่กันต้องมีการเกื้อกูลกันในอดีตชาติและในชาติปัจจุบัน ซึ่งมีความหมายครอบคลุมอย่างไร เช่น ต้องทำบุญร่วมกันอย่างสม่ำเสมอหรือแค่เคยใส่บาตรร่วมกัน 1-2 ครั้ง จะทำให้มาเจอกันในชาติต่อไปหรือไม่ แล้วถ้าชาติก่อนเราไม่เคยทำบุญร่วมกับใครเลยก็แสดงว่าในชาตินี้เราจะไม่มีเนื้อคู่ใช่หรือไม่



ตัดประเด็นที่ว่าเราไม่เคยทำบุญร่วมกับใครมาทิ้งไปเลยครับ ระหว่างการเกิดตายเป็นอนันตชาติในสังสารวัฏของพวกเรานั้น ไม่มีทางที่เราจะไม่เคยทำบุญร่วมกับใครมาเลย หากคุณเข้าใจว่าบุญคืออะไร ร่วมทำบุญคืออะไร ความสงสัยนี้จะหมดไปแน่

เมื่อกล่าวถึงการทำบุญร่วมกัน ใครๆก็มักนึกถึงการใส่บาตรพระร่วมกัน เพราะนั่นเป็นภาพที่เห็นง่าย แล้วเราก็ได้รับรู้ผ่านหนังผ่านละครบ่อยๆ ความจริง บุญมี ๓ ชนิดคร่าวๆ ได้แก่
๑) ทาน
๒) ศีล
๓) ภาวนา

หากคุณไม่เคยให้ทานร่วมกับใครเลย แต่เคยต้องอยู่กับใครสักครู่ แล้วต่างฝ่ายต่างซื่อสัตย์ต่อกัน
ไม่โกหกกัน ไม่นอกใจกัน แค่นั้นก็จัดเป็นการทำบุญว่าด้วยการรักษาศีลร่วมกันแล้ว และถ้าหากคุณเคยชอบฟังธรรมะของครูบาอาจารย์องค์ไหน แล้วชักชวนคนใกล้ตัวให้ไปฟังตาม เสร็จแล้วเขาเกิดถูกอัธยาศัยกับธรรมะเพื่อการพ้นทุกข์ของครูบาอาจารย์ที่คุณพาไป เขาเกิดความเลื่อมใสและนึกขอบคุณคุณ หันมาปฏิบัติธรมตามคุณบ้าง แม้เพียงนิดๆหน่อยๆ แค่นั้นก็จัดเป็นการร่วมบุญในแง่การภาวนา อันมีผลให้ผูกพันทางวิญญาณอย่างแน่นแฟ้นใหญ่หลวงแล้ว

คราวนี้ดูในแง่ที่ว่าทำด้วยกันแค่ไหนถึงจะเป็นคู่บุญ จากที่พระพุทธเจ้าท่านเคยตรัส ว่าหญิงชายจะพบกันทั้งชาตินี้และชาติหน้า ก็เพราะมีเหตุ คือต่างฝ่ายต่างมีศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาเสมอกัน คำว่า "เสมอกัน" นั้น อย่างน้อยที่สุดคือร่วมยินดีไปในแนวความเชื่อเดียวกัน มีใจปรารถนาจะรักษาศีล มีใจอยากสละให้ และอย่างน้อยพูดภาษาเดียวกันรู้เรื่อง ไม่ใช่ว่าฝ่ายหนึ่งเสนอ อีกฝ่ายนอกจากไม่สนองแล้วยังเอาแต่ขัดๆๆ

ยิ่งไปกว่านั้น พระพุทธเจ้ายังเคยตรัสว่าความรักจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยเหตุสองประการ ประการแรกคือเคยอยู่ร่วมกันมาในอดีตชาติ ประการที่สองคือชาตินี้ได้เกื้อกูลกัน นั่นแหละความรักอย่างลึกซึ้งถึงจะเกิดได้

มองด้วยข้อสรุปนี้ คู่บุญตัวจริงก็คือคนที่เคยคิดดี พูดดี ทำดีต่อกันมาก่อน รวมทั้งมีศรัทธาไปในทางเดียว แข็งแรงในศีลข้อเดียวกัน มีใจคิดสละประมาณเดียวกัน และอย่างน้อยต้องพูดกันรู้เรื่องประมาณเพลินคุยได้ไม่รู้เบื่อ ประเภทใส่บาตรครั้งสองครั้ง อาจมีผลให้เกิดความรู้สึกปิ๊งๆบ้าง แต่จะไม่มีเหตุปัจจัยส่งเสริมสนับสนุนให้ได้พบกันบ่อยๆ ได้เกื้อกูลกันโดยปราศจากอุปสรรคขัดขวางอย่างสิ้นเชิง พูดง่ายๆว่าต้องสร้างปัจจัยใหม่กันเหนื่อยพอดูครับ 



โดย ดังตฤณ


ที่มา http://dungtrin.net/newsletter/viewtopic.php?t=70&start=77
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!