แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
12 ธันวาคม 2017, 15:26 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ถ้าหากว่าเราไม่มีบุญเก่ามากนัก จะสามารถบรรลุธรรมได้ในชาตินี้ได้ไหม  (อ่าน 131 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 629



« เมื่อ: 11 กันยายน 2017, 11:15 »

ถาม – ผู้ที่จะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้ในชาตินี้
เป็นเพราะบุญของเขาที่จะได้เป็นพระอรหันต์ใช่หรือไม่ครับ
ถ้าหากว่าเราไม่มีบุญเก่ามากนัก จะสามารถบรรลุธรรมได้ในชาตินี้ได้ไหมครับ



พระพุทธเจ้าตรัสนะว่าถ้าเชื่อเรื่องกรรม ว่ากรรมเก่าเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง
เป็นเหตุของอะไรต่ออะไรทุกสิ่ง ถือว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิประเภทหนึ่ง

ต้องมีฐานเก่าให้ยืน แล้วก็มีการต่อยอดใหม่ เอื้อมมือไขว่คว้าเอาเอง


เปรียบเทียบง่ายๆ นะ
ถ้าหากว่าเรามีฐานที่สูงพอนะครับ ก็สามารถที่จะเอื้อมคว้าได้ง่ายๆ
หรือถ้าหากว่าฐานใครต่ำนิดหนึ่งก็อาจจะต้องเขย่ง
หรือต่ำลงมาอีกหน่อยก็อาจจะใช้วิธีกระโดดก็ได้
มันเอื้อมคว้าผลไม้จากกิ่งไม้ได้เหมือนกันนะครับ
แต่ถ้าบางคนไม่มีฐานอยู่เลย เตี้ยติดดินหรือหล่นลงไปอยู่ในหลุม
แบบนั้นก็ต้องตะเกียกตะกายนิดหนึ่ง
ก็อาจจะต้องทำบุญกันข้ามภพข้ามชาติจริงๆ


แต่ว่าส่วนใหญ่นะ เล่นเฟสบุ๊คได้ แล้วก็มาฟังวิทยุออนไลน์ได้แบบนี้
ฐานถือว่าเอื้อมได้ หรือไม่ก็เขย่งนิดหนึ่ง ไม่ต้องถึงกับต้องกระโดด
ไม่ถึงกับหรือต้องปีนขึ้นจากหลุมเสียก่อน อะไรแบบนี้
พวกที่จะต้องปีนขึ้นจากหลุม อย่างคนเกิดในต่างชาติ ต่างศาสนา
ไม่เคยได้ยินคำสอนของพระพุทธศาสนามาแต่อ้อนแต่ออก
แต่ว่ามาได้ยินเพื่อนพูด เพื่อนต่างประเทศพูด เออ ฟังเข้าท่าดี
เกิดความรู้สึกอยากจะมานับถือศาสนาพุทธบ้าง แต่ติดที่พ่อแม่ไม่ให้
หรือว่าอยู่ไกล ไม่สามารถจะมาหาครูบาอาจารย์ในประเทศที่มีพุทธศาสนารุ่งเรืองได้
อะไรแบบนี้นี่ เรียกว่าพวกอยู่ในหลุมหรือไม่ก็อยู่บนดินนะ
ยังไม่มีฐานที่จะให้เอื้อมคว้าผลไม้มาได้อย่างใจ


สรุปก็คือนะ คำว่าบุญเก่า ก็ขอให้มีฐานมากพอจะได้ยินได้ฟัง
ได้เกิดในประเทศที่มีพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองเป็นปกติ
สามารถที่จะไขว่คว้าหาความรู้ สามารถที่จะพบหาครูบาอาจารย์
แล้วก็สามารถที่จะมีเวลาพากเพียรในการเจริญสติได้
อันนี้ถือว่ามีบุญชนิดที่เป็นฐานให้เอื้อมคว้าได้ไม่เกินตัวนะครับ



พระพุทธเจ้าตรัสไว้คำหนึ่ง
ผมอยากให้จำกันแม่นๆ เลยนะ ในมหาสติปัฏฐานสูตรว่า
ใครก็ตามที่เจริญสติปัฏฐานตามที่พระองค์บอกนะครับ
อย่างเต็มที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเลย
เจ็ดปีอย่างช้านะ อย่างช้าที่สุดเลย ต่อให้บารมีอ่อนแค่ไหนก็ตาม
เจ็ดปีนะ ได้เป็นพระอรหันต์ หรือไม่ก็เป็นพระอนาคามี

ท่านไม่ได้บอกนะว่าจะได้เป็นพระโสดาบัน หรือว่าพระสกทาคามี
ท่านบอกชั้นสูงสุดเลย เจ็ดปีนะอย่างช้าที่สุด ไม่ช้าเกินกว่านี้อีกแล้ว
ถ้าหากเจริญสติปัฏฐานเต็มที่ ไม่มีความย่อหย่อน
ต่อให้ นี่บวกเข้าไปแล้วนะ บวกเวลาที่จะถูกมารขัดขวาง
บวกเข้าไปแล้วว่าจะถูกวิบากเก่าเล่นงาน
เรื่องสุขภาพบ้าง เรื่องของความหน้ามืดตามัวบ้าง อะไรต่อมิอะไร
แต่ขออย่างเดียว ขอให้เจริญสติปัฏฐานต่อเนื่อง
เจ็ดปี รับประกันได้พระอรหันต์แน่นอน ได้เป็นพระอรหันต์แน่นอน


แล้วก็สติปัฏฐานนี่ขอให้ดูด้วยนะว่าพระพุทธเจ้าสอนอย่างไร
ไม่ใช่ว่าเจริญสติในแบบที่คิดเอาเอง หรือว่าเอาแบบที่สอนกันนอกลู่นอกทาง
แบบนั้นพระพุทธเจ้าก็ไม่เป็นประกันให้
พระองค์รับประกันให้
เฉพาะคนที่ปฏิบัติตามแนวทางสติปัฏฐานอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่านั้นนะครับ

โดย ดังตฤณ
ที่มา http://bit.ly/2eYNlyZ
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!