แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
18 กุมภาพันธ์ 2019, 04:54 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๗๔ เล่นกับไฟ  (อ่าน 755 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 16 กันยายน 2016, 15:28 »

ถาม – ผมแต่งงานและมีบุตรแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ได้รู้จักกับผู้หญิงที่ก็มีพันธะแล้วเหมือนกัน
เราทั้งคู่สนใจธรรมะและมีทัศนะตรงกันหลายๆ อย่าง
ผมยอมรับว่ามีใจชอบเธอ แต่ถ้าเราต่างพยายามไม่ให้ผิดศีลธรรม คบหาในฐานะเพื่อน จะได้ไหมครับ



ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผู้หญิงกับผู้ชายเป็นเพื่อนกันได้ค่ะ ทั้งจากประสบการณ์ตรงและที่ทราบจากคนรู้จัก หลายท่านมีเพื่อนต่างเพศที่เป็นเพื่อนกันจริงๆ คุยกันถูกคอเข้าใจ เป็นที่ปรึกษาให้กันได้ โดยไม่มีกำแพงความเป็นหญิงชายมากั้น แต่ว่าเป็นคนละกรณีกันกับการที่ต่างคนต่างถูกใจกัน แต่ต่างฝ่ายต่างมีคนของตัวเองแล้ว เลยเป็นได้แค่เพื่อน แบบนี้ไม่ควรคบหากันสนิทสนมนักเพราะอาจพลาดพลั้งเผลอใจเผลอกายไปได้ค่ะ

ดังเรื่องราวของคุณเอ็มมานูเอล (นามสมมติ) ลูกค้าชายที่ได้ทบทวนความทรงจำให้ฟังว่าเคยมาตรวจดวงเมื่อสามปีก่อน ลูกค้าบอกว่าตอนนั้นไม่เชื่อว่าจะเจอผู้หญิงอีกคน เพราะตัวเขาเองมีภรรยาและมีบุตรแล้ว และก็เป็นคนสนใจการปฏิบัติธรรม ตั้งใจรักษาศีล แต่ว่าตอนนี้กำลังยุ่งยากใจเพราะเพศตรงข้ามคนหนึ่งที่สนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ (ขอสมมตินามว่าคุณโจฮันนา) คุณเอ็มมานูเอลจึงกลับมาตรวจดวงอีกหน พร้อมทั้งขอดวงชะตาจากฝ่ายหญิงมาให้ตรวจด้วย ซึ่งเท่าที่ตรวจดูเห็นว่าคุณเอ็มมานูเอลมีปัญหาเรื่องชู้สาวอยู่จริงๆ ตามที่เตือนไว้เมื่อสามปีก่อนนั่นแหละ แม้จะเป็นไปตามแผนที่กรรม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในกรณีนี้คิดว่าถ้าเขาได้สติและใจแข็งสักหน่อย ก็น่าจะผ่านพ้นไปได้ เพราะลูกค้าเป็นคนที่มีใจใฝ่ทางกุศล ไม่ได้อยากทำผิดศีลธรรมอยู่แล้วค่ะ


คุณเอ็มมานูเอลเล่าว่าพบคุณโจฮันนาผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทั้งคู่ประกอบอาชีพในสาขาเดียวกัน สนใจเรื่องการทำบุญทำทานเหมือนกัน คุณโจฮันนามีปัญหาระหองระแหงกับสามี ไม่มีความสุขในชีวิตสมรสนัก การที่พบกันผ่านกลุ่มของผู้คนที่สนใจการสร้างกุศล ทำให้เขาออกจะเชื่อว่าเธอเป็นคนดี อีกทั้งยังคุยกันถูกคอ และรูปร่างหน้าตาก็คงจะเป็นที่ถูกใจพอสมควร จึงทำให้ทั้งคู่สนทนากันทางโทรศัพท์ครั้งละนานๆ โดยส่วนใหญ่ฝ่ายหญิงจะติดต่อมา (แม้แต่ตอนที่ตรวจดวงกัน ก็มีสายเข้ามา แต่ลูกค้าไม่ได้รับสาย) อีกทั้งยังมีการนัดเจอกันเพื่อซื้อของไปทำบุญ โดยคุณเอ็มมานูเอลพาลูกไปด้วย แถมอีกไม่กี่วันข้างหน้าจากวันที่นัดตรวจดวงกันนี้ ก็มีนัดกันซื้อของอีก แต่คราวนี้น่าจะไปกันแค่สองคนเท่านั้น ฟังแล้วชักจะห่วงลูกค้า เพราะว่าสถานการณ์นี้ก็เหมือนกับการเล่นกับไฟนั่นแหละ


เพื่อดึงลูกค้าชายออกมาก่อนที่ไฟจะลาม จึงอธิบายให้เขาฟังว่าความจริงก็คือปุถุชนคนที่สนใจธรรมะนั้น แม้ว่าจะเป็นคนที่มีศีลในปัจจุบัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่กลับไปผิดศีลอีกนะคะ ฉะนั้นขอให้ประเมินอีกฝ่ายและตนเองในฐานะคนธรรมดาที่กลับไปกลับมาระหว่างความดีความชั่วได้ การพบกันในเว็บไซด์ธรรมะหรือเครือข่ายผู้สนใจการปฏิบัติ หรือต่อให้เจอในสถานที่ปฏิบัติธรรมหรือในวัดก็ตามที ไม่ได้การันตีว่าความสัมพันธ์จะต้องลงเอยด้วยกุศลเสมอไป (ดังที่เคยเล่าไว้ในหลายตอน เช่น "คนบาปในคราบบุญ" (คลิก) http://bit.ly/1eMifyj , “ปุถุชนคนแปรปรวน” (คลิก) http://bit.ly/1eYNhp8 และ "พลาดเพียงนิด...ชีวิตเปลี่ยน" (คลิก) http://bit.ly/1iNkSAp )


เมื่อเห็นว่าลูกค้ารับฟังแต่โดยดี จึงขอให้เขาลองถามตัวเองดูว่าปลายทางของความสัมพันธ์คืออะไร อย่ามั่นใจเลยว่าจะต้านทานกิเลสได้ ถ้าเราแน่จริงคงไม่มาเวียนว่ายตายเกิดแบบนี้หรอก เราต้องนิพพานแล้วแน่ๆ ส่วนฝ่ายหญิงนั้นตามที่ตรวจดวงแล้ว แม้ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรแต่ก็ไม่ใช่คนหนักแน่นนัก เชื่อแน่ว่าวันนี้ต่างคนต่างไม่ได้คิดจะล้ำเส้น ขอแค่เป็นคนที่คุยกันถูกคอ เจอกันบ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้น แต่จากที่ลูกค้าท่านอื่นมีประสบการณ์ตรงมาบอกเล่า สรุปได้ว่าถ้าไม่นับหนึ่งก็ไม่ถึงร้อย ฉะนั้น “ทุกอย่างก็เริ่มจากคุยนั่นแหละ”


เท่าที่เก็บข้อมูลมาจากลูกค้าหญิงหลายท่าน ทำให้คาดว่าคุณโจฮันนานั้นมีปัญหาครอบครัว แล้วเธอก็อยากหาเพื่อนคุย โดยที่อาจจะมองว่าผู้ชายที่สนใจธรรมะน่าจะนิสัยดี ไม่มีพิษไม่มีภัย คงไม่ได้หวังจะคบหาฉันชู้สาวหรือหมายจะเข้ามาทำให้ครอบครัวใครแตกแยก แต่ปัญหาคือกิเลสนั้นเป็นอะไรที่ประมาทไม่ได้ จากแค่คุยกัน นัดเจอกันไปซื้อของ ต่อไปก็อาจจะสนิทสนมจนเกินเลยไปมากกว่านั้น อีกทั้งคุณเอ็มมานูเอลเองก็ไม่หักห้ามใจเลย ใช้เวลาสนทนานานๆ ยิ่งคุยกันถูกคอก็ยิ่งถูกใจ ติดใจในการคุยมากขึ้นไปอีก


เพื่อให้ลูกค้าเห็นตัวเองชัดเจนขึ้น จึงตั้งคำถามกลับไปว่าตามที่บอกว่าเป็นเพื่อนที่สนใจธรรมะเหมือนกัน แต่ใช้เวลาคุยกันคราวละเป็นชั่วโมงๆ นั้น “คุณคุยเรื่องอะไรกัน” ลูกค้าตอบว่า “ก็คุยเรื่องงาน เพราะเราทำงานสาขาเดียวกัน” ฟังแล้วก็บอกเขาไปใจความว่า “แบบนี้ก็คือสนทนาประสาโลกแล้วค่ะ อีกอย่างถ้าสนใจธรรมปฏิบัติจริงๆ อย่าเสียเวลาคุยโทรศัพท์เลยค่ะ เอาเวลาไปสวดมนต์ไหว้พระ เดินจงกรม นั่งสมาธิ ดีกว่า” เมื่อลูกค้านิ่งไปเหมือนจะได้สติ จึงถามไปอีกคำถามหนึ่งว่า “แล้วถ้าวันที่นัดกันไปซื้อของ ถ้ามีเพื่อนของภรรยาคุณไปเห็นเข้า คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นคะ” คุณเอ็มมานูเอลบอกว่า “ครอบครัวผมก็เละน่ะสิ” อึดใจต่อมาลูกค้าบอกว่า “เออ ผมเริ่มได้สติแล้วนะ”


น่ายินดีที่ลูกค้ายอมรับฟังโดยดีและมีทีท่าจะเลิกเล่นกับไฟค่ะ เนื่องจากมีลูกค้าชายบางท่านที่ปฏิบัติธรรมมาดีๆ แล้วกลับพลาดเสียท่าเสียทีกิเลส จนด่างพร้อยในศีลข้อกาเมสุมิจฉาจาร ฉะนั้นถ้ารักในพระนิพพาน ก็ต้องเตือนตัวเองว่าเส้นทางที่เดินมามันชักเสี่ยงภัยแล้วนะ ต้องหยุดแล้ว จากนั้นจึงให้คุณเอ็มมานูเอลลองย้อนทบทวนพฤติกรรมที่ผ่านมาตามความจริงว่า “คุณจะมองคุณโจฮันนาว่าเป็นอย่างไรก็ตามนะคะ ต้องยอมรับความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เธอทราบดีว่าคุณมีภรรยามีลูกแล้ว แต่ยังโทรมาหา การพูดคุยก็มีเนื้อหาเป็นทางโลกๆ เป็นหลัก คุณสองคนใช้เวลาคุยกันนานๆ ทั้งที่เธอรู้ดีว่าคุณมีครอบครัวแล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดว่าเวลาที่คุณต้องแบ่งมาให้เธอ มันควรจะเป็นเวลาของภรรยาและลูกของคุณมากกว่า” คุณเอ็มมานูเอลฟังแล้วตอบมาใจความโดยสรุปว่า “จริงด้วย เขารู้อยู่แล้วว่าผมมีครอบครัว แต่เขาไม่หยุดเลย ตอนนี้ผมควรจะเอาเวลามาอ่านหนังสือเพื่อพัฒนาตัวเองมากกว่า ขอบคุณมาก ผมพอแล้ว” (^__^) ฟังแล้วเป็นสุขไปด้วยค่ะ คิดว่าลูกค้าคงมีบุญไม่น้อยเพราะไม่ประมาทกิเลสเล็กกิเลสน้อย ไม่เปิดโอกาสให้ตนเองนำความแตกร้าวมาสู่ครอบครัว


กิเลสนั้นเป็นของดูเบาไม่ได้เลยนะคะ เท่าที่เก็บข้อมูลจากลูกค้าที่มีครอบครัวแล้วทั้งหญิงและชายหลายท่าน สรุปว่าการพูดคุยสนทนากันอย่างถูกคอกับเพศตรงข้ามที่ตนมีใจให้อยู่บ้างอยู่แล้วนั้น นำมาซึ่งความผูกใจ อยากจะพูดคุยคบหาไปเรื่อยๆ จนหลายกรณีนำไปสู่การผิดศีลธรรม แต่โดยมากแล้วท้ายที่สุดต่างคนต่างรู้ดีว่าไม่มีทางเลิกรากับคนเดิมของตนเพื่อมาใช้ชีวิตร่วมกัน หรือบางรายที่เลิกรากับคู่เดิมของตนมาอยู่กินกับคนใหม่ กลับมาพบธาตุแท้ด้านมืดของอีกฝ่าย ที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม สุดท้ายก็ลงเอยที่การเลิกรากันหรืออยู่กันไปแบบทรมาน เรียกว่าทั้งเสียใจ เสียความรู้สึก เสียศีลธรรม โดยไม่ได้รับความสุขที่ยั่งยืนกลับมาเลย ฉะนั้นอย่าเล่นกับไฟกิเลสในใจ เพราะลามไหม้ให้ได้ร้อนใจทั้งชาตินี้ และชาติต่อๆ ไป ยามที่ต้องไปรับวิบากมืดค่ะ



(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!