แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
18 กุมภาพันธ์ 2019, 05:08 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๗๑ อภัยทานบันดาลสุข  (อ่าน 643 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 16 กันยายน 2016, 15:18 »

ถาม – ดิฉันมีเรื่องกระทบกระทั่งกับคนในที่ทำงานค่ะ
ถึงไม่คิดจะลาออกแต่ก็อึดอัดใจอยู่เหมือนกันกับคนที่ต้องร่วมงานด้วย
แบบนี้จะวางตัวอย่างไรให้อยู่ทำงานต่อไปได้แบบไม่ทุกข์มากนักคะ



การทำงานร่วมกันกับคนหลากหลาย ย่อมมีทั้งที่เข้ากันได้และเข้ากันแทบไม่ได้นะคะ มีคนจำนวนไม่น้อยที่รักในงานแต่มีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน ถึงขนาดต้องตัดใจลาออกเลยทีเดียว สำหรับคนที่เลือกที่จะทำงานต่อไป ถ้าหากต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ชวนให้หงุดหงิดแล้ว ก็คงต้องหาวิธีทำใจและวางตัวให้ทุกข์น้อยที่สุดค่ะ


ดังเรื่องราวของคุณวาเลนเซีย (นามสมมติ) ลูกค้าหญิงซึ่งเคยตรวจดวงกันมาก่อน ในครั้งนี้เมื่อคำนวณดวงชะตาออกมาแล้ว ก็รู้ว่าเธอกำลังเผชิญปัญหาเรื่องงาน จึงเริ่มการสนทนาด้วยการให้ข้อมูลกับลูกค้าว่า ตามแผนที่กรรมที่ปรากฏนั้น เธอจะได้งานที่มีความมั่นคงแต่มักจะมีแต่เพื่อนร่วมงานที่มั่นใจในตัวเอง ค่อนข้างเจ้าโทสะ มีลักษณะการแข่งขันกันอยู่ในที แต่โชคดีที่ว่าเจ้านายซึ่งแม้จะมีบุคลิกไปในทางเงียบขรึม จนเหมือนออกจะเย็นชาไปสักหน่อยนั้น จะให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ส่วนตัวของคุณวาเลนเซียเองนั้นถือว่าเป็นคนนิสัยน่าคบหาทีเดียว คือรักสงบ ไม่ค่อยอยากมีเรื่องอะไรกับใคร ยอมได้ก็ยอมไป อย่างไรก็ตามในช่วงนี้คงต้องทนสักหน่อยเพราะบรรยากาศรอบข้างดูจะชวนให้เกิดโทสะเป็นพิเศษ ลูกค้าถามว่าปัญหาเรื่องเพื่อนร่วมงานจะร้ายแรงขนาดทำให้ทำงานที่นี่ต่อไปไม่ได้หรือไม่ ตอบเธอไปว่า “ไม่หรอกค่ะ คุณทำงานที่นี่ไปได้เรื่อยๆ” แม้จะถูกความร้อนเข้าประชิดตัวแต่ไม่ได้กระทบความมั่นคงในหน้าที่การงาน อีกทั้งหัวหน้าก็ค่อนข้างเข้าใจ แม้ว่าท่านจะดูเหมือนเงียบๆ แต่ก็ดีต่อเธอนะ


ในประเด็นสภาพแวดล้อมในที่ทำงานนั้น ได้สนทนากับคุณวาเลนเซียว่าขอให้มองเป็นฉากชีวิตที่กรรมเก่าได้จัดวางไว้ให้ แต่ละคนจะได้สิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับกรรมของตนเสมอ แม้จะเป็นจากกรรมเก่าอันนานแสนนาน จำไม่ได้แล้ว แต่ขอให้เชื่อเถอะว่าทุกสิ่งมีที่มาที่ไป ถ้าเข้าใจว่ากรรมเก่าได้สร้างทาง หน้าที่ของชาวพุทธที่ตระหนักในเรื่องกรรมวิบาก ย่อมต้องแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมปล่อยให้จิตใจตนเองอยู่ในข้างความมืดความรุ่มร้อน ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับเดินตามเส้นทางกรรมเดิม ดังนั้นจึงต้องตอบความมืดและความร้อนด้วยความสว่างและความเย็นด้วยเมตตาและอภัยทาน เพราะถ้าตอบความมืดด้วยความมืด ตอบความร้อนด้วยความร้อน ก็คือยอมรับความมืดและความร้อนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แล้วความมืดและความร้อนก็จะไม่ไปจากชีวิตของเราเสียทีค่ะ ดังนั้นไม่ว่าใครจะก่อความมืดหรือความร้อนให้ก็ตาม ขอให้เราเป็นผู้เลือกที่จะเปลี่ยนเส้นทางกรรม ด้วยการตอบชั่วด้วยดีเสมอไป ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนี้ก็ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อความสุขทั้งในปัจจุบันและภายภาคหน้าของเราเองค่ะ


คุณวาเลนเซียฟังแล้วก็เปิดใจว่าเหตุการณ์ช่วงนี้เป็นดังที่ว่ามาคือมีเรื่องชวนทะเลาะกับคนในที่ทำงาน เหตุจากเธอทำงานผิดพลาดเล็กน้อยไปหนึ่งครั้ง แต่กลับถูกเพื่อนร่วมงานต่อว่าและนำเรื่องดังกล่าวไปพูดกับคนอื่นไม่รู้จักจบจักสิ้น แม้จะไม่สบายใจกับเรื่องนี้ สิ่งที่เธอเลือกกระทำคือไม่โต้ตอบ ยอมถูกกระทำฝ่ายเดียว คุณวาเลนเซียบอกว่าก็คิดว่าอดีตเคยทำอะไรมาก็ไม่รู้หละ แต่ปัจจุบันโดนแบบนี้ แล้วในปัจจุบันเนี่ยถ้าตอบโต้เขาไป ก็คาดได้เลยว่าในอนาคตต้องมีเรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นระหว่างกันอีก เพราะขนาดที่ยังไม่ได้ทำอะไรเขา เธอยังถูกต่อว่าขนาดนี้ เลยคิดว่ายอมแพ้ไปดีกว่า เรื่องนี้ได้ฟังแล้วชื่นชมลูกค้ามากค่ะ บอกคุณวาเลยเซียไปว่า “คุณไม่ได้แพ้เขานะ แต่คุณชนะกิเลสของตัวเอง” ไม่ปล่อยให้โทสะครอบงำจนสร้างกรรมให้สืบเนื่องยาวนานออกไปอีก แม้อีกฝ่ายจะมองว่าเธอเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ นั่นไม่สำคัญเพราะสุดท้ายถ้ามีเรื่องรุนแรงระหว่างกัน คนที่เดือดเนื้อร้อนใจจะเป็นเธอเอง เพราะคุณวาเลนเซียซึ่งมีนิสัยรักสงบจะทนความรุ่มร้อนในที่ทำงานไม่ไหว อาจจะต้องลาออกจากงานในที่สุด (ตามดวงหางานลำบากด้วยค่ะช่วงนี้) แต่ถ้าเลือกความสงบสยบความเคลื่อนไหว ไม่ต่อความยาวสาวยืด หรือแม้แต่ยอมเป็นผู้แพ้ในสายตาคนอื่น อย่างน้อยๆ เธอสบายใจว่าไม่มีคนคิดปองร้ายหมายเอาคืนแน่นอน ดีแล้วค่ะ ถือว่าเลือกทางที่ถูกต้องจริงๆ ขอชื่นชม (^__^)


"คิดให้ดี คิดให้ถูกต้อง จักเกิดเมตตา
อันจักเป็นเหตุให้มีขันติที่ถูกแท้ ดับทุกข์ดับร้อนในจิตใจได้จริง
ไม่เพียงแต่อดทนบังคับกาย วาจา ไม่ให้แสดงออกเท่านั้น แต่ใจเร่าร้อนอยู่
"เมตตา" เหตุแห่งขันติที่ถูกแท้
จะเกิดขึ้นดับทุกข์ดับร้อนในจิตใจได้จริง ก็ต้องคิดให้ถูกต้อง
ถึงผู้เป็นเหตุแห่งเสียงทั้งหลาย เรื่องทั้งหลาย อันนำให้เกิดความเร่าร้อนขุ่นมัว
คือต้องคิดให้ตระหนักชัดแก่จิตใจว่า
ใจของผู้เป็นเหตุอยู่ในระดับเดียวกับเสียงกับเรื่องที่เขาก่อขึ้น
เสียงและเรื่องที่หยาบที่รุนแรงเลวร้ายจะเกิดก็แต่ใจที่หยาบรุนแรงเลวร้าย
และใจเช่นนั้นที่ก่อให้เกิดเสียงเกิดเรื่องเช่นนั้น
ย่อมทำให้เจ้าของใจนั้นหาความสุขสงบไม่ได้
ใจเช่นนั้นจึงควรได้รับความเมตตาจากผู้มีเมตตาทั้งหลาย
ไม่ใช่ควรได้รับความโกรธแค้นขุ่นเคือง"


สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก


สนทนากับคุณวาเลนเซียต่อไปว่าขอให้คิดว่าเธอต้องพบกับเพื่อนร่วมงานคนดังกล่าวแค่ไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน ยังได้รับความร้อนขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นเจ้าตัวเขาเองต้องอยู่กับตัวเองตลอดเวลาล่ะ จะร้อนขนาดไหน ดังนั้นจึงควรมีเมตตากันในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่เวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ ต่างคนต่างถูกกิเลสหลอกให้ไปทำไม่ดี เลยต้องมาใช้หนี้กรรมเหมือนที่คุณวาเลนเซียกำลังใช้หนี้อยู่ตอนนี้ เราจึงไม่จำเป็นต้องอาฆาตพยาบาทใครให้เป็นอกุศลแก่ใจตน เพราะทุกคนรวมทั้งตัวเราต่างคนต่างลอยคอในทะเลทุกข์ด้วยกันทั้งสิ้นอยู่แล้ว แค่ไม่ก่อหนี้ใหม่ ใจก็เป็นสุขในปัจจุบัน ในอนาคตก็จะดีกว่าเดิมด้วยเหตุจากกรรมปัจจุบันที่ดีในวันนี้ค่ะ




"เหตุเกิดจากไฟ
เราเลือกได้ว่าจะเป็นไฟ หรือน้ำนะ
ถ้าเลือกเป็นไฟ ก็เผาใจตนเองและผู้อื่น
ถ้าเลือกเป็นน้ำ ก็นำความเย็นสบายมาสู่สองฝ่าย"


ดังตฤณ




เราไม่สามารถใช้ไฟดับไฟได้ การดับไฟต้องใช้น้ำเท่านั้น ซึ่งน้ำที่เย็นที่สุดคือน้ำใจจากจิตที่คิดอภัยของเราค่ะ การอภัยให้ได้แล้วนั้น ต่อให้สภาพแวดล้อมและผู้คนรอบข้างยังไม่ดีขึ้น แต่ใจเราเองจะเป็นที่พึ่งแก่ตนเองจนทำให้ทำงานด้วยความร่มเย็นเป็นสุขได้นะคะ สุดท้ายนี้ก็อยากขอฝาก “ดังตฤณวิสัชนา ตอน "ทำอย่างไรจึงจะเมตตาคนที่เราเกลียดได้" http://bit.ly/2csYV47 ไว้สำหรับทุกครั้งที่ต้องพบคนที่ไม่ชอบหน้าในที่ทำงาน จะได้สบายใจแบบไร้ความเก็บกดค่ะ (^__^)




(^/\^)
☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!