แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
22 กรกฎาคม 2017, 13:54 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: คู่สามีภรรยาที่มีศรัทธาแตกต่างกัน จะอยู่ร่วมกันอย่างไรให้ดีที่สุด  (อ่าน 248 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 616



« เมื่อ: 14 กันยายน 2016, 11:56 »

ถาม - คู่สามีภรรยาที่ฝ่ายหนึ่งเคร่งมาทางพุทธ
แต่อีกฝ่ายไม่นับถือและไม่มีความเชื่ออะไรเลย
เมื่ออยู่ด้วยกันก็เหมือนจะเริ่มไปกันคนละขั้ว
แบบนี้ควรทำอย่างไรให้ครองคู่กันได้ตลอดรอดฝั่ง
หรืออย่างน้อยก็ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้



เวลาที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสถึงคู่ครองที่มีความสามารถจะอยู่ร่วมกันได้นะ
ไม่ว่าจะอยู่ร่วมกันไปตลอดรอดฝั่ง อยู่กันไปจนถึงขั้นถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร
แล้วก็สามารถจะไปพบได้เจอกันในชาติหน้าอีก
พระพุทธเจ้าท่านจะตรัสถึงองค์ประกอบ ๔ ประการ
คือจะต้องมีศรัทธาเสมอกัน มีศีลเสมอกัน มีจาคะเสมอกัน มีปัญญาเสมอกัน

หมายความว่าอะไร หมายความว่าข้อแรกนะ
ตัวศรัทธาหรือว่าตัวทิศทางในการใช้ชีวิต จะต้องไปทางเดียวกันก่อน ไม่ใช่มาปรับกันทีหลัง
มันเป็นความสำคัญ มันเป็นกำลังที่มีความสำคัญสูงสุด
ที่จะผูกยึดภาวะคู่ รักษาภาวะคู่ให้อยู่รอดตลอดรอดฝั่งทั้งชาตินี้และได้ไปเจอกันอีกชาติหน้า
ศรัทธาสำคัญที่สุด พระพุทธเจ้ายกให้เป็นอันดับหนึ่งเลย


การที่เราอาจจะไม่ได้ยินได้ฟังพระพุทธเจ้าท่านตรัสถึงความสำคัญของศรัทธาไว้ก่อน
แล้วเราก็จะด้วยเหตุผลที่มีความพิศวาสกัน หรือว่าจะต้องถูกบังคับให้มาอยู่ด้วยกัน
ตัวนี้อยากให้มองเป็นข้อพิสูจน์ทางธรรมชาติ
คือที่ไม่ใช่ไปยืนยันตามพระพุทธเจ้าพูดนะ
แต่บอกว่าเป็นข้อยืนยันตามธรรมชาติว่า
หญิงชายจะครองคู่กัน สิ่งที่สำคัญที่สุด สิ่งที่สำคัญสูงสุดคือศรัทธา
ถ้าหากว่าศรัทธาไม่ตรงกันแล้ว จูนกันไม่ได้แล้ว
มันก็เหมือนกับไม่สามารถเอาจิตมาจูนเข้าด้วยกัน
จิตสองดวงนี่นะ มันมีความซับซ้อน มันมีช่องว่างเสมอ
การที่จิตสองดวงจะจูนเข้ากันได้ติด
ก่อนอื่นเลยจะต้องมีศรัทธาที่เสมอกัน

หมายความว่าทิศทางของใจมันพุ่งไปทางเดียวกัน
อย่างคนที่ศรัทธาพระพุทธเจ้าด้วยกันก็จะพุ่งไปหาสวรรค์นิพพานด้วยกัน
คนศรัทธาในการฉ้อฉลคดโกงนะ ก็จะพุ่งไปในทางที่เสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางเหมือนๆ กัน
เป็นคนดีไม่ชอบ ชอบที่จะไปหลอกลวงคนอื่นเขาอะไรแบบนี้ อันนี้เป็นตัวอย่างเลย


ถ้าศรัทธาไม่เสมอกัน แล้วก็จะต้องมานั่งปรับศรัทธาให้เข้ากัน
พยายามจะโน้มน้าวแต่ละฝ่ายอีกฝ่ายให้มาเอาตามศรัทธาของตัว
มันยิ่งกว่าพยายามไปดัดไม้ที่แก่แล้ว
หรือว่าไปพยายามดัดเหล็กตรงให้มันกลับงอ หรือดัดเหล็กงอให้เข้าที่เข้าทางกลายเป็นตรง
มันเป็นไปได้ยากแต่เป็นไปได้ ไหนๆ คือเราต้องมาอยู่กับศรัทธาที่ต่างกันแล้ว
ทางที่เป็นไปได้ก็คือ ข้อแรกเลย อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงศรัทธาคนอื่น
แต่พยายามที่จะโอนอ่อนผ่อนตาม ประนีประนอม
แล้วก็นึกถึงหัวอกเขาหัวอกเรา
ถ้าหากว่าเราอยากจะให้เขาเอาอย่างใจเรา
เราต้องนึกก่อนเลยว่าเราขอแค่ครึ่งเดียวของใจเรา
ในทางกลับกันถ้าเราโดนบังคับหรือกระทั่งโดนข่มขู่ว่า
จะต้องเอาตามเขา เอาอย่างใจเขา
เราก็คิดว่าเราจะยอมสักครึ่งหนึ่งก็แล้วกัน



ยกตัวอย่างนะ ยกตัวอย่างง่ายที่สุดนะ ถ้าเขาชวนเราไปในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเขา
เราอาจจะประนีประนอมว่าโอเคไปแต่ตัวแต่ใจไม่ได้ไป
ใจเรายังอยู่กับโต๊ะหมู่บูชาที่บ้าน
นั่นคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเรา นั่นคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเรา
ตัวเราไปอยู่ในที่ศักดิ์สิทธิ์ของเขาแต่ใจเรายังนึกถึงบทสวดอิติปิโสอยู่ อะไรแบบนี้
ใจเรามันไม่สามารถที่จะมีใครมาบังคับได้หรอก
เขาบังคับเราได้แต่ตา หู จมูก ลิ้น กาย
แต่ใจ ไม่มีใครในสามโลกมาบังคับได้
เขาอาจจะสะกดจิตเราได้แป๊บหนึ่ง มาดลใจเราได้แป๊บหนึ่ง หรือมาบังคับข่มขู่ใจเราได้แป๊บหนึ่ง
แต่ไม่มีใครในสามโลกที่จะมาติดตามคอยบังคับบัญชาเราได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
มีแต่ตัวเราเท่านั้นแหละที่สามารถที่จะสั่งใจตัวเอง
ให้มันเป็นไปในทิศทางไหน ให้ศรัทธาอะไร


พูดง่ายๆ ก็คือว่า อันนี้ตอบคำถามสุดท้ายที่บอกว่า
อย่างน้อยขอให้อยู่กันได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้
ก็คือประนีประนอม พบกันครึ่งทางนะครับ มันคงไม่มีคำแนะนำไหนที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว
คืออันนี้พูดเป็นกว้างๆ พูดเป็นขอบเขตที่มันมีความเป็นไปได้ตามจริงนะ
เราฝ่ายเดียวมันไม่ได้หรอก มันต้องอาศัยความร่วมมือจากเขาด้วย
แล้ววิธีที่จะได้รับความร่วมมือจากเขาก็คือ
เราจะต้องมีเมตตาให้มาก

เรามีแนวโน้มที่จะโอนอ่อนผ่อนตามพบกันครึ่งทาง
แล้วก็แผ่เมตตา มีแก่จิตแก่ใจที่จะผ่านความรู้สึกที่ปรารถนาดี จริงใจให้กับเขา
อย่างน้อยที่สุดเขาก็จะรู้สึกว่าเราไม่มีความแข็งขืน
ความอึดอัดที่จะอยู่ร่วมกันมันก็น้อยลง
แล้วความรู้สึกอยากประนีประนอมตอบมันก็จะเกิดขึ้น



โดย ดังตฤณ
ที่มา http://bit.ly/2c9CrUx
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!