แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
26 กันยายน 2018, 01:30 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ข้ามความต่างเพศ เข้าถึงความเหมือนทางจิต  (อ่าน 1427 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 629



« เมื่อ: 31 มีนาคม 2015, 14:04 »

ผู้หญิงไม่ได้ชอบแต่ความอบอุ่น
และไม่ใช่อยากได้แค่ที่พึ่ง
แต่ยังอยากได้ที่ระบายอารมณ์
หรือไม่ก็ใครสักคนที่เก่งพอ
จะปัดเป่าให้อารมณ์ร้ายของตนหายไป


ธรรมชาติขั้นมูลฐานของผู้หญิงนั้น
มีฮอร์โมนมากชนิดกว่าผู้ชาย
ไวกับรายละเอียดหยุมหยิมได้ยิ่งกว่าผู้ชาย
ที่สำคัญคือรู้สึกว่า ต้องทำอะไรมากกว่าผู้ชาย
แต่กลับต้องเสียเปรียบผู้ชายไปทุกเรื่อง
จึงแทบจะเป็นปมฝังใจ
ที่ผู้หญิงอยากได้ผู้ชายเป็นที่ลง ที่ระบาย
บางทีก็ถึงขั้นอยากหาเรื่องตุ้บตั้บ
หยิกข่วนกันดื้อๆแบบไม่สมเหตุสมผล


ข้อเท็จจริงก็คือ
ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ได้อยากทำตัวเป็นที่พึ่ง
ไม่ได้อยากเป็นถังขยะรองรับอารมณ์ใคร
และสำคัญคือไม่ฉลาดพอ
ที่จะช่วยให้ใครหายสับสน ขณะที่ตัวเองก็ยังงงๆอยู่


ร้ายกว่านั้นคือเพิ่งมีการวิจัย
ค้นพบว่าผู้ชายเจ้าอารมณ์กว่าผู้หญิงเสียอีก
พูดง่ายๆว่าไม่มีใครอ่อนแอทางวิญญาณกว่าใคร
ในโลกความจริงจึงไม่น่าแปลก
ถ้าจะพบว่าผู้ชายส่วนใหญ่
อยากได้ความอ่อนหวานของผู้หญิง
มาช่วยเจือจางความขมขื่นในอารมณ์ตนบ้าง
อยากเห็นสีหน้าสีตาสงบงามของผู้หญิง
เพื่อช่วยละลายความรู้สึกนึกคิดอันอัปลักษณ์ของตนบ้าง


เมื่อธรรมชาติเล่นตลกให้ชายหญิงต้องจับคู่กัน
ด้วยความคาดหวังคล้ายๆกัน
โจทย์จึงไม่ควรเป็นการมานั่งแบ่งข้าง
เพื่อจ้องชี้ถูกชี้ผิดว่าข้างไหนควรทำอะไร
ข้างไหนได้เปรียบเสียเปรียบเพียงใด
ข้างไหนควรเสียสละรับผิดชอบท่าไหน
แต่ควรมาพินิจให้เห็นภาพรวมว่า
ชายหญิงเป็นภาวะต่างภพ ต่างมิติจริงๆ
จึงเข้าใจกันไม่ได้ด้วยความแบ่งแยกทางเพศ
แต่เป็นไปได้ที่จะเข้าถึงกัน
ด้วยความเสมอภาคทางกุศลจิต
เพราะจิตเป็นธรรมชาติไร้เพศ
และกุศลก็เป็นธรรมชาติด้านสว่าง
ดุจแสงที่ช่วยส่องให้เห็นกันและกันกระจ่างได้


พระพุทธเจ้าตรัสว่า เพื่อจะไปด้วยกันรอด
เริ่มต้นชายหญิงพึงมีศรัทธาในทางเดียวกัน
อันนี้เราจะเห็นได้ว่า ถ้ามีศรัทธาในศาสดาองค์เดียวกัน
เราก็จับคู่ทำอะไรดีๆร่วมกันได้ง่ายขึ้น
เช่น นั่งสวดมนต์ระลึกถึงพระคุณของพระศาสดาด้วยกัน
รู้จักรสสุขสงบวิเวกเดียวกันได้บ่อยตามปรารถนา


ยิ่งสุข ยิ่งสว่าง
ยิ่งเจริญรุ่งเรืองทางจิตวิญญาณร่วมกัน
จิตต่อจิตยิ่งรู้สึกถึงความเสมอภาคมากขึ้น
แบ่งแยกหรือเกี่ยงงอนทางเพศน้อยลง
ฉะนั้น นอกเหนือจากธุระในการครองเรือนตามปกติ
กิจกรรมทางศาสนาจึงควรเกิดร่วมกันทุกวันด้วย
เช่น เป็นความเย็นใจให้กันและกันด้วยการเปล่งวาจา
สัญญาณว่าจะรักษาศีลข้อ ๓ ให้สะอาด
อาสาว่าถ้าลำบากอะไรขอให้ได้ช่วยเหลือกันเสมอ
ตลอดจนพูดคุยกัน แนะนำธรรมะดีๆให้กัน


เหล่านี้ แม้ดูเหมือนง่าย
แต่ลองแล้วจะรู้ว่าเป็นการสร้างเสาหลัก
อันได้แก่ ศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา ไว้ในเรือน
คุณจะลืมเรื่องความแปลกแยกแตกต่างที่มีมาแต่กำเนิด
หันมานึกถึงเรื่องความกลมกลืนที่มีขึ้นด้วยการร่วมสร้าง
เป็นความอบอุ่น เป็นที่พึ่งให้กันและกัน
ช่วยเหลือกันและกันในการทำลายอารมณ์ร้าย
ไม่ใช่จุดชนวนอารมณ์ร้ายขึ้นในบ้าน
หรือขยายอารมณ์ร้ายนอกบ้านให้ลุกลามไปกันใหญ่


โดย ดังตฤณ
ที่มา http://bit.ly/1Ih9awj
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!