แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
20 ตุลาคม 2017, 01:18 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ทำสมาธิและเดินจงกรมอย่างไรจึงจะถูกต้องและไม่เครียด  (อ่าน 351 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 629



« เมื่อ: 14 กันยายน 2016, 10:51 »

ถาม – เวลาทำสมาธิหรือเดินจงกรม
ตามที่รู้มาเราควรจะรับรู้ตามความเป็นจริงไม่ว่าจะหายใจหรือก้าวเท้า
แต่เวลาที่ผมปฏิบัติ กลับรู้สึกว่ามันเป็นการคิดไม่ใช่การรู้
เหมือนกับความคิดท่องพุทโธ ท่องก้าว ย่าง เหยียบ ฯลฯ
ทำให้รู้สึกว่ากำลังท่องอะไรสักอย่าง แต่ไม่ได้รับรู้ตามจริง
จนบางครั้งก็เครียด ทำก่อนนอนบางทีถึงกับนอนไม่หลับเลยทีเดียว
แบบนี้ควรจะทำอย่างไรดีครับ


 

ตอบ - เริ่มต้นขึ้นมานะ เวลาที่เราจะรับรู้ความจริงเนี่ย
อย่าไปกะเกณฑ์ว่าจะต้องรู้อย่างไรถึงจะถูก ถ้าทำอย่างนี้ถึงจะผิด
การที่เราไปคอยจับผิดตัวเองหรือว่าไปคอยหมั่นถามตัวเอง
ว่านี่กำลังรู้อยู่หรือว่ากำลังคิดไปเอง
ตัวนั้นแหละ ตัวความกังวลนั้นแหละ
ที่จะทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าวิจิกิจฉา หรือความสงสัย
อันเป็นตัวถ่วง ไม่ใช่ตัวทำให้เกิดความเจริญก้าวหน้าของสตินะครับ

ถ้าหากว่าเมื่อไหร่ที่เราเกิดความรู้สึกถึงอาการวิจิกิจฉาเนี่ย
มันมีอาการสงสัย มันมีอาการกังวลว่านี่เรากำลังคิด นี่เราไม่ได้กำลังรู้
เอาตัวนั้นก่อนเลย ตัวนั้นเป็นอันดับแรกเลยนะ
เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของการเจริญสติของเรา ณ เวลานั้นเลยนะครับ

วิธีรู้วิจิกิจฉาที่ถูกต้องก็คือให้ยอมรับไป
ว่ามันเกิดความสงสัยขึ้นมา มันเกิดอาการไม่สบายทางกายขึ้นมา

คือมันมีความไม่สบายใจทางใจขึ้นมาก่อนแหละ
แล้วเสร็จแล้วก็จะตามมาด้วยความรู้สึกอึดอัด มีอาการเกร็ง มีอาการฝืนทางกาย
นี่แหละมันถึงเป็นเหตุแห่งของความเครียด
อย่างตอนที่เราไปพยายามทำก่อนนอนเนี่ยนะ
ยิ่งมีความสงสัย ยิ่งมีความฝืน ยิ่งมีความรู้สึกว่า เอ๊ มันผิดหรือเปล่าเนี่ยนะ
มันก็ยิ่งทำให้แทนที่จะนอนอย่างสบายๆ
กลายเป็นการตาค้างไปนะ ตาค้างด้วยความสงสัย
ถึงแม้ว่าเปลือกตาจะปิด
แต่ว่าตาในเนี่ยมันยังเหมือนกับเบิกโพลงอยู่นะ เหมือนกับยังแข็งอยู่
ก็เลยเป็นเหตุแห่งความเครียด

ถ้าหากว่าเราหายใจนะ ตอบตัวเองถูก นี่หายใจเข้าอยู่ นี่หายใจออกอยู่
อย่าไปคิดว่าผิดหรือถูก ให้คิดว่าเนี่ยเรารู้แล้วจริงๆ
ว่ากำลังหายใจเข้าหรือหายใจออก

จากนั้นเนี่ยนะ มันจะมีความฟุ้งซ่านตามมาอย่างไร
มันจะมีความปั่นป่วนรวนเรตามมาอย่างไร ไม่ต้องสนใจ
สนใจแค่ว่าเราสามารถยอมรับตามจริงได้หรือเปล่า
ว่าขณะนั้นกำลังมีความปั่นป่วนรวนเร
มันมีความฟุ้งซ่านตามหลังจากการรู้สึกถึงลมหายใจมา
ถ้าหากว่าสามารถรับรู้ได้ตามจริงว่าหายใจเสร็จแล้วฟุ้งซ่าน
นั่นให้ชมตัวเองว่าสามารถรู้ตามจริง

แม้แต่กระทั่งว่าสงสัยว่า เอ๊ นี่กำลังทำผิดหรือทำถูกอยู่
นั่นก็ให้ชมตัวเองว่านั่นแหละถูกแล้ว รู้ถูกต้องตามจริงแล้วนะครับ

 

โดย ดังตฤณ
ที่มา http://bit.ly/2cM54Uu
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!