แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
16 กุมภาพันธ์ 2019, 20:36 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: เมื่อทำบุญแล้วจะอธิษฐานว่าขอให้ได้เห็นธรรมที่พระพุทธเจ้าเห็นได้หรือไม่  (อ่าน 630 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 14 กันยายน 2016, 10:40 »

ถาม – เวลาไหว้พระหรือทำบุญหากเราจะอธิษฐานว่า
ขอให้ข้าพเจ้าได้เห็นธรรมที่พระพุทธเจ้าเห็น จะได้หรือไม่คะ



ตอบ – อธิษฐานอย่างนั้นก็ได้ เพื่อเป็นทิศทาง
การอธิษฐานก็เหมือนกับการตั้งเส้นทางนะว่าเราจะไปทางทิศไหน
แทนที่จะเดินดุ่ม เดินไปแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้นะครับ
เราก็ประกันตัวเองว่าเราจะขึ้นเชียงใหม่นะ เราจะไม่ลงไปทางใต้นะ
แบบนี้นะก็เกิดความชัดเจนว่ายิ่งเดินเราก็จะยิ่งขึ้นเหนือ

อันนี้ถ้าเวลาทำบุญนะครับ
แล้วอธิษฐานว่าอยากจะได้เห็นธรรมตามที่พระพุทธเจ้าเห็น
ก็เป็นสิ่งที่ไม่ได้น่าตำหนิอะไร แล้วก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิดด้วย
เป็นแค่เหมือนกับการบอกตัวเอง
ว่าเราจะดำเนินรอยตามพระบาทของพระศาสดานะครับ
ถ้าหากว่าจิตมีความรู้สึกอิ่ม จิตมีความรู้สึกสว่างอยู่ในบุญกุศล
แล้วก็มีการสำทับ มีการกำกับเข้าไป
เหมือนกับคนที่คอยบอกทางกับคนขับ
แล้วก็คนขับนั้นมีกำลัง
คนขับนั้นกำลังขับยานพาหนะที่มีประสิทธิภาพสูงอยู่
ว่าให้ไปที่เชียงใหม่นะครับ
คนขับก็จะรู้สึกว่าเต็มใจพร้อมรับ
แล้วก็รถยนต์ก็สามารถจะวิ่งไป แล่นไป
ด้วยสมรรถนะที่เต็มกำลัง เต็มพิกัดของมันอยู่นะ
บุญเนี่ยมีความแรงแบบนั้นแหละ ถ้าหากว่ามีความอิ่ม มีความเต็มแล้วนะ
เหมือนกับเราได้คนขับชั้นดี แล้วก็พาหนะชั้นเลิศมา

ส่วนที่ว่าเราจะพุ่งไปทางไหน นี่แหละก็คือการอธิษฐานแบบนี้แหละ
แล้วอธิษฐานเนี่ย ต้องอธิษฐานด้วยความเข้าใจนะ
ว่าบุญนั้นไม่ได้ส่งให้เราได้เห็นธรรมตามพระพุทธเจ้า
เป็นแค่ทิศทางนะ เป็นแค่ที่เราจะมั่นใจว่าเรากำลังขึ้นเหนือ
แต่การที่เราจะได้เห็นธรรมตามพระพุทธเจ้า
ก็ต้องปฏิบัติสติปัฏฐาน ๔ นะครับ
เจริญสติตามที่พระพุทธองค์ประทานแนวทางไว้

ถ้าหากว่าไม่ปฏิบัติ พูดง่ายๆ นะคือไม่เห็นเข้ามาในกายใจ
โดยความเป็นของไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตน
อย่างไรๆ จะทำบุญจะอธิษฐานอีกแค่ไหน กี่กัปกี่กัลป์ก็ตามนะครับ
ไม่มีสิทธิ์ที่จะให้ได้เห็นธรรมตามพระพุทธเจ้าแน่นอน


แต่ถ้าทำตามนะก็ชาตินี้แหละ ไม่ไกลเกินเอื้อม
พระพุทธเจ้าตรัสรับรองไว้นะ ใครก็ตามที่เจริญสติปัฏฐานเต็มที่
อย่างช้าเจ็ดปี ได้เป็นพระอรหันต์
หรืออย่างน้อยที่สุดก็ได้เป็นพระอนาคามี

เรื่องพระโสดา เรื่องพระสกทาคา นี่ท่านไม่พูดถึงเลย
เอาว่ากันที่ความเป็นอรหันต์ ความเป็นอนาคามีกัน


โดย ดังตฤณ
ที่มา http://bit.ly/2ckW6SK
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!