แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
16 กุมภาพันธ์ 2019, 20:36 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ความคิดแสลงใจ  (อ่าน 982 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 31 มีนาคม 2015, 14:08 »

แต่ละคนมีความผิดที่ย้อนคิดแล้วเสียดแทงแสลงใจ
ตอนทำลงไปไม่รู้ว่ามันผิด ตอนย้อนคิดถึงรู้สึกว่าน่าอาย
คล้ายสะกิดแผลที่ซุกไว้ให้ปวดแสบปวดร้อนขึ้นมาอีก
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด
คิดกี่ทีก็เป็นทุกข์ อยากย้อนกลับไปแก้ก็ย้อนไม่ได้แล้ว
คนอื่นได้ยินไปแล้ว ใครๆก็เห็นหมดแล้ว

เรื่องบางเรื่อง อาจเกิดขึ้นในวัยเด็ก
แต่ถ้าทำให้รู้สึกผิดแรงๆ หรืออับอายขายหน้ามากๆ
คุณจะไม่ลืม แม้เวลาผ่านไป อายุมากขึ้นเพียงใดก็ตาม
นั่นก็เพราะความทุกข์ไม่มีวัย ไม่มีวุฒิภาวะ ไม่มีหน้าตา
มีแต่ระดับความแรงมากพอจะทำให้ฝังใจจำหรือไม่

เมื่อมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งกระตุ้นให้นึกถึงเรื่องเก่าๆ
แล้วเกิดความทุกข์ร้อน กระสับกระส่าย
รู้สึกผิด หรือเหมือนตัวตลก
อับอายขึ้นมาราวกับเรื่องเพิ่งเกิดหยกๆ
ขอให้ทราบว่า นั่นคือ ‘ปม’ ที่ไม่มีทางแกะออก
มีทางเดียวคือคุณต้องใช้ประโยชน์จากมัน

ก่อนอื่นอาจพิจารณาดูว่า
ความผิดพลาด หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์นั้นๆ
ยืนพื้นอยู่บนจิตใจหรืออารมณ์ประมาณไหน
เช่น อารมณ์คึกคะนองอยากกลั่นแกล้ง
อารมณ์เจ็บใจอยากเอาคืน
อารมณ์อยากอวดบ้า กล้าเด่นดัง
อารมณ์เห็นแก่ตัวอยากหลอกลวง
อารมณ์อยากเผยใจ ไม่สามารถทนเก็บ
อารมณ์เพศที่อดไม่ได้
อารมณ์หิวเงินจนหน้ามืด
อารมณ์ปล่อยใจอยากเพ้อพล่ามพูดไม่คิด
หรือเป็นอารมณ์ปกติ
แต่ไม่รู้ว่าพูดแล้วจะเข้าใจผิดกัน
ไม่รู้ว่าทำแล้วจะเกิดความเสียหาย เป็นต้น

เมื่อเห็นอารมณ์อันเป็น ‘รากฐานของกรรม’
ให้พิจารณาต่อไปว่า
อารมณ์แบบนั้นยังคงมีอยู่ในเราไหมในวันนี้?
ตอบให้ตรง ตอบให้ชัด
ถ้ามีก็ตอบตัวเองว่ามี เพื่อให้เกิดวูบความรู้สึกว่า
ตัวเดิมที่เคยผิด เคยน่าอาย มันยังคงอยู่
และอาจแผลงฤทธิ์
เพิ่มเรื่องผิด เพิ่มความน่าอายขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้
คุณจะมีแก่ใจคิดแก้ คิดเปลี่ยน
คิดต่อสู้ คิดต้านทานกับมัน
ไม่ต่างจากศัตรูร้ายที่ต้องกำจัด
ไม่ให้เป็นเสี้ยนหนามเสียดแทงใจกันอีก

แต่ถ้าตัวเดิมที่เคยผิด เคยน่าอาย มันหายไปแล้ว
คือ อารมณ์แบบนั้นไม่หลงเหลือ
ไม่มีผิด ไม่มีพลาด ไม่มีพลั้ง ไม่มีเผลอเช่นนั้นอีกแล้ว
ก็ให้บอกตัวเอง อาจแค่คิด
หรืออาจหาญเปล่งเสียงออกมาทางปากชัดๆว่า
"เป็นคนละตัวกันแล้ว ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว"
คุณจะได้เกิดวูบความรู้สึกว่านั่น เป็น ‘อนัตตาที่หายไป’
เหลือแต่ ‘ความทรงจำที่ยังเตือนอยู่’
ทว่าความทรงจำดังกล่าว ก็ไม่ใช่ ‘กรรมใหม่’ อีกต่อไปแล้ว
จึงไม่ใช่เรื่องต้องน่ารู้สึกผิดหรือรู้สึกอายอีกแล้ว

ตัวตนของคุณมีสองภาครบกันอยู่เสมอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
‘ความไร้สติที่เป็นอดีต’ กับ ‘ความมีสติที่เป็นปัจจุบัน’
หากความมีสติที่เป็นปัจจุบันชนะ ใจคุณจะสงบสุข
แต่หากความไร้สติที่เป็นอดีตชนะ ใจคุณจะทุกข์ร้อน

โดย ดังตฤณ
ที่มา http://bit.ly/1CrGbo6
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!