แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
16 กุมภาพันธ์ 2019, 04:58 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ทำบุญมามากมาย ทำไมไม่ได้เจอคนดีสักที?  (อ่าน 5827 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 6 กุมภาพันธ์ 2008, 02:08 »

ถาม – ผมอายุก็ไม่น้อยแล้ว แต่ยังไม่เคยเจอกับคนที่ถูกใจและเหมาะสมกันเลย ความจริงก็เจอนะครับ ที่ถูกใจ แต่ตอนเจอจะมีแฟนกันอยู่แล้วทุกครั้งเลย ตอนแรกๆก็คิดว่าคงบังเอิญ แต่พอบ่อยเข้าก็ชักเชื่อว่าไม่บังเอิญ คือเหมือนชะตาแกล้งจงใจซ้ำๆว่าต้องเป็นอย่างนี้เสมอ ผมไม่เคยแย่งแฟนใครเลย บางทีก็คิดว่าความซื่อของเราคือการปิดโอกาสให้ตัวเอง อีกอย่างหนึ่ง ผมไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่ แล้วก็ทำบุญช่วยเหลือคนมาไม่น้อย ก็ไม่เห็นว่าจะเป็นเหตุดึงดูดคนเหมาะๆมาคู่กันสักที อย่างนี้แปลว่าผมทำกรรมอะไรมาในอดีตชาติ กลายเป็นอุปสรรคขวางทางคู่บุญหรือเปล่าครับ?


กรณีของคุณ เราอาจต้องคุยกันในมุมมองใหม่ครับ คืออย่าถามว่า ‘ทำกรรมอะไรมา’ แต่ควรถามว่า ‘ไม่ได้ทำกรรมอะไรมา’ มากกว่า

ที่กล่าวว่าเป็น ‘กรณีของคุณ’ โดยเฉพาะ ก็เพราะคุณบอกว่าตัวเองชอบช่วยเหลือคน หน้าตาไม่ขี้ริ้ว ก็แสดงว่าต้องมีเสน่ห์อันเกิดจากหน้าตาดีๆและจิตที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อยู่ไม่น้อย อย่างไรก็ต้องมีผู้หญิงมาชอบอยู่บ้าง และอาจจะเยอะด้วย แต่เรื่องของเรื่องก็คือคุณไม่ถูกใจ หรือคิดว่ายังไม่ใช่คนที่เหมาะสมสำหรับคุณ อันนี้คุณจะทราบอยู่กับตนเองถึงเหตุผลแท้จริง

บุญกรรมในเรื่องคู่นั้น คุณทำคนเดียวไม่ได้ ต้องมีใครอีกคนหนึ่งทำมาด้วยกัน เป็นไปในทางเดียวกัน และลงรอยกันสนิท จึงจะเรียกได้ว่าเป็นคู่บุญกันจริงๆ คู่บุญจะได้พบกันด้วยแรงดึงดูดอันลึกลับ และสนิทใจกันด้วยแรงดึงดูดที่ลึกซึ้ง

หันกลับมาดูความคิดของคุณ คุณคิดว่าถ้าทำบุญ แม้จะทำอยู่เดี่ยวๆในชาตินี้ อย่างไรบุญก็คงดึงดูดผู้หญิงดีๆที่คู่ควรกับคุณมาหา ซึ่งก็อาจจะดึงดูดจริงๆ แต่ถ้าคุณไม่ชอบล่ะ? นั่นแหละปัญหาของการ ‘ไม่ได้ร่วมกรรมกันมา’ หาใช่เป็นปัญหาของตัวบุญแต่อย่างใด

หน้าที่ของบุญคือเป็นปัจจัยให้สุขสมยินดีที่ได้ทำเรื่องน่าสบายใจ และเป็นแรงหนุนให้สมปรารถนาในขอบเขตที่พึงมีพึงได้ ปัญหาอยู่ที่ใจคนครับ คือทำบุญอยู่ในขอบเขตหนึ่ง แต่จะตั้งความปรารถนาไว้เกินขอบเขตกันอยู่เรื่อย ของคุณยังดีที่บ่นเรื่องแฟน ผมเคยเจอยิ่งกว่านี้ ลงทุนทำบุญไม่กี่สิบกี่ร้อย แต่บ่นว่าไม่เห็นรวย ไม่เห็นถูกหวยสักที เลยท้อถอยไม่อยากทำบุญอีกแล้ว

กฎแห่งกรรมวิบากมีจริง แต่ถ้าเราไม่เข้าใจกฎอย่างแท้จริง ก็จะต้องเสียกำลังใจเพราะรอสิ่งที่ไม่มีวันมาถึงเรื่อยไป

อีกประการหนึ่ง จากที่เห็นกับตามาหลายคู่ในช่วงระยะเวลาหลายปีที่มีโอกาสรู้จักชายหญิงใจบุญใจกุศลทั้งหลาย ผมพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าการชอบธรรมะด้วยกันยังไม่ใช่ใบรับประกันความสุขในการครองคู่เสมอไป คู่รักที่มีใจฝักใฝ่ธรรมะแค่โน้มเอียงที่จะอยู่ด้วยกันอย่างผาสุกมากกว่าคู่ที่ฝักใฝ่อธรรม

นี่เป็นการให้ข้อมูล ให้ทราบข้อเท็จจริง คือว่ากันตามเนื้อผ้าจากสิ่งที่มีอยู่ให้เห็นนะครับ มีหญิงชายจำนวนหนึ่งพอใจเรียกตนเองว่าผู้ประพฤติธรรม แต่ไม่ได้มีความเต็มใจเปิดรับธรรมเข้าไปอยู่ในใจอย่างแท้จริง ผลที่ปรากฏออกมาจริงๆก็เลยไม่แตกต่างจากหญิงชายอื่นซึ่งจับคู่กันด้วยกิเลส อยู่ร่วมกันอย่างมีกิเลส มีทิฐิมานะ มีอัตตาใหญ่โต และมีช่องว่างที่กว้างขวางถมไม่เต็มทั้งหลาย

หากคุณผ่านการมีแฟนที่ใจบุญด้วยกันมา ก็ย่อมเห็นความจริงได้ว่าแค่ ‘ทำบุญตามมาตรฐาน’ อย่างเดียวยังไม่พอ คุณต้องต่อยอดขึ้นไปอีก ทำให้เกินมาตรฐาน คือช่วยเหลือกัน เกื้อกูลกันทั้งทางโลกทางธรรมกับใครก็ตามที่โคจรเข้ามา จนกระทั่งเกิดความซึ้งใจกัน ผูกพันกัน และสนิทใจกัน หากคุณรอคนรักสำเร็จรูป คุณอาจจะไม่ได้เจอเธอตลอดไป แต่หากคุณกำหนดใจไว้ว่าเอาแค่พอเข้ากันได้โดยพื้นฐาน แล้วค่อยๆเติมสายใยความสัมพันธ์ด้านดีเข้าไปทีละน้อย กระทั่งเกิดความผูกพันเหนียวแน่น นั่นแหละคุณอาจจะพบว่าตัวเองเจอแล้ว แต่ลืมสร้างเหตุปัจจัยให้ถูกใจกันและกัน

กรณีของคุณมีอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจ ถ้าเป็นไปตามที่คุณเล่าเป๊ะๆ คือพบคนถูกใจก็มีแฟนแล้วนั่นแหละ หากไม่มองในแง่ที่ว่านี่คือผลกรรมจากอดีตชาติ แต่มองในแง่ที่ว่านี่เป็นบทพิสูจน์ ว่าคนมีบุญจะ ‘รักบุญ’ สักแค่ไหน ของรักของหวงของคนอื่น คุณห้ามใจไม่แย่งมาได้ไหม คุณไม่ตามใจตัวเอง ไม่ยอมมีความสุขบนบาดแผลของคนอื่นไหม การเป็นชายผู้โชคดีที่อาจหมายถึงการยัดเยียดความเป็นชายผู้โชคร้ายให้คนอื่นนั้น จะทำให้คนที่รักบุญไม่อาจรักหญิงด้วยความภาคภูมิใจแต่อย่างใดเลย

พูดแยกมาอีกทางให้ครอบคลุมนะครับ ต้องยอมรับว่าคนบางคนก็เกิดมาเพื่อที่จะอยู่คนเดียว นับจากอุปนิสัยใจคอ นับจากความปรารถนาเช่นมีจิตฝักใฝ่ในการพ้นทุกข์อย่างเด็ดขาด ถ้าส่วนลึกของคุณรักอิสระ ไม่ชอบตัดสินใจร่วมกับใคร กับทั้งทำบุญฟังเทศน์ฟังธรรมแล้วเกิดความซาบซึ้ง อยากรู้จักพระนิพพานอันพระพุทธองค์ทรงตรัสว่าเป็นรสที่เหนือรสทั้งปวง ความปรารถนาในส่วนลึกนั้นของคุณอาจก่อร่างสร้างตัวเป็นกำแพงหรือสนามพลังไร้ตน กั้นขวางไม่ให้ผู้หญิงคนไหนเข้าถึงตัวคุณได้

นี่ก็เป็นสิ่งที่ต้องสำรวจใจตัวเอง ขุดค้นให้พบส่วนลึก ว่าจิตของคุณติดอยู่กับภาวะแบบไหนกันแน่ อยากมีคู่หรืออยากเป็นอิสระ ติดใจภาวะแบบไหน จิตคุณก็เสวยภพแบบนั้น หลายคนที่ชอบทำบุญจะสับสนนะครับ นับเป็นเรื่องน่าเห็นใจเหมือนกัน เพียงคุณติดใจความเป็นอิสระอย่างมาก ก็จะเหมือนมีช่องว่างเกิดขึ้นระหว่างคุณกับผู้หญิงที่จะเข้ามา คือต่อให้กายสนิทใกล้ชิดอย่างไร ต่าง ใจของแต่ละฝ่ายก็จะสำเหนียกรู้สึกถึงช่องว่างนี้ได้



โดย ดังตฤณ
ที่มา http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare082.htm
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!