แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
25 พฤษภาคม 2019, 22:52 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: รักต่างศาสนา จะยั่งยืนหรือไม่?  (อ่าน 4671 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 6 กุมภาพันธ์ 2008, 02:08 »

ถาม – แฟนเป็นคนต่างศาสนา ค่อยๆตะล่อมดิฉันให้ไปโบสถ์ด้วยกัน แล้วตามมาด้วยการอ่านพระคัมภีร์ จากนั้นก็เริ่มแสดงท่าไม่พอใจหากดิฉันไม่ค่อยกระตือรือร้น สิ่งที่อยากถามคือตามหลักของกรรมวิบากแล้ว เป็นไปได้ไหมคะที่ทำบุญร่วมกันมา มาพบกัน รักกันอีก แต่เป็นคนต่างศาสนา


พระพุทธเจ้าตรัสว่าองค์ประกอบของรักแท้ที่ตั้งมั่น ได้แก่ศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา หากมีองค์ประกอบเหล่านี้ครบถ้วนบริบูรณ์ พึงหวังว่าจะครองรักกันตลอดชาตินี้ และได้ไปพบกันอีกในชาติต่อๆไป แต่หากองค์ประกอบข้อใดข้อหนึ่งพร่องไป ก็ไม่อาจเป็นประกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นทั้งปัจจุบันและอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าขึ้นต้นมามีศรัทธาต่างกัน ก็นับว่าขาดองค์ประกอบระดับหัวหน้าของรักแท้ไปแล้ว

ศรัทธาในหลักการดำเนินชีวิต หรืออารมณ์ทางศาสนาของคนเรานั้น มีอยู่สองประเภทใหญ่ๆ หนึ่งคือเข้ามาเต็มตัวถอยยาก สองคือครึ่งๆกลางๆพร้อมจะถอย หากต่างฝ่ายต่างมีศรัทธาที่ตั้งมั่นแล้วไปคนละทิศทาง โอกาสจะครองรักด้วยกันได้ตลอดรอดฝั่งคงยาก ไม่ต้องพูดถึงว่าชาติหน้าจะกลับมาพบกันอีกหรือไม่

ในความเป็นจริง ไม่ว่าคนของศาสนาไหน มักมาได้แค่ต้นทางหรือครึ่งทาง หมายความว่าศรัทธายังอาจกลับเปลี่ยน หากมีเหตุผลทางความคิดหรือเหตุผลทางอารมณ์แรงพอ ก็พร้อมจะถอย เช่นถ้าอำนาจความรักแรงเกินความศรัทธาในหลักศาสนาเดิม ก็พร้อมจะโอนอ่อนผ่อนตาม ติดตามไปทำบุญตามความเชื่อของคนรักได้เสมอ

เมื่อตามใจคนรัก บางทีก็อาจเห็นข้อดี บางทีก็อาจไปคลิกเข้ากับวาทะเด็ดประจำศาสนา แล้วเกิดความเลื่อมใสขึ้นมาจริงๆ อยากประพฤติปฏิบัติตนตามที่เห็นดีเห็นงามจริงๆ อันนั้นก็เป็นอันจบปัญหา ศรัทธาลงกัน ก็เหมือนเริ่มต้นดี เมื่อเริ่มต้นดี ความรักก็ได้ใบรับประกันความเจริญงอกงามไปกว่าครึ่ง

คนเราลงถ้าศรัทธาต่างกันเสียแล้ว แม้รักกันก็มองอะไรๆต่างกัน และเมื่อมองอะไรต่างกัน อยู่ด้วยกันนานๆก็ไม่มีตัวเชื่อมใจให้เข้าถึงกัน ความดึงดูดระหว่างเพศหรือความวาบหวามอันเกิดจากฤทธิ์ของบุญเก่าใดๆที่ทำร่วมกันมา ก็ย่อมจืดจางลงตามกาล ความรักมักมีอายุไม่ยืนก็เพราะความต่างกันนี่แหละ

อย่าไปคิดถึงคำพูดสวยๆ ทำนองว่าความรักไม่ต้องการสายตาที่ตรงกัน แต่ต้องการหัวใจเป็นอันเดียวกัน ปรัชญาแสนหวานทำนองนี้จะติดตรึงใจแค่ไม่นาน ชีวิตคู่อันเต็มไปด้วยแรงกระทบกระแทกทางความเชื่อต่างหากที่อยู่กับคุณจริง และจะทำให้คุณระอากับความขัดแย้งทางความคิดมากขึ้นทุกวันครับ


โดย ดังตฤณ
ที่มา http://dungtrin.com/mag/?12.prepare
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!