แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
20 กรกฎาคม 2019, 07:56 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ๑๖๕ สุดถนนบนทางหนาม  (อ่าน 2104 ครั้ง)
Aims
คิดดี...พูดดี...ทำดี
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 587



« เมื่อ: 20 มกราคม 2014, 18:54 »

ถาม – ถ้าเราไปมีความสัมพันธ์กับคนที่มีครอบครัวแล้ว จะทำยังไงดีคะ รู้ว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่ซ้ำซาก แต่เป็นทุกข์จริงๆ ค่ะ


อันที่จริงปัญหาของมนุษย์จะวนเวียนอยู่ไม่กี่เรื่องค่ะ สำหรับลูกค้าที่มาตรวจดวงแล้วประเด็นที่สุดฮิตคือเรื่องความรัก และปัญหาที่หนักสุดคือเรื่องมือที่สาม เท่าที่เคยสนทนากับทั้งฝ่ายภรรยาหลวงและภรรยาน้อย พบว่าต่างฝ่ายต่างทุกข์ แต่คนที่มาทีหลังมีทางเลือกเดียวคือถอยออกมา เว้นเสียแต่ว่าฝ่ายที่มาก่อนยอมรับให้คุณเป็นอีกบ้านหนึ่ง อย่างนั้นคงจะพออยู่ร่วมกันได้ แม้กระนั้นความน้อยเนื้อต่ำใจในฐานะคนที่เป็นรองก็เป็นความทรมาน ยังไม่รวมถึงเส้นทางกรรมในภายภาคหน้าด้วยค่ะ


กรณีศึกษาในฉบับนี้ เป็นเรื่องของลูกค้าหญิง (นามสมมติว่าคุณเด็บบอรา) เมื่อคำนวณดวงชะตาแล้วก็เห็นว่าลูกค้ามีพื้นฐานจิตใจที่ดี แม้จะเจ้าอารมณ์ไปบ้างแต่ไม่ใช่คนอาฆาตแค้นใคร มีอารมณ์ขัน ร่าเริง นับว่าน่าคบหาคนหนึ่ง ลูกค้าถามว่าช่วงนี้ความรักและคนที่คบอยู่เป็นอย่างไรบ้าง อ่านดวงแล้วเห็นว่ามีปัญหามากเหลือเกิน จึงตอบไปตรงๆ ใจความว่าช่วงนี้ไม่ดี ระวังต้องตกเป็นมือที่สาม ความสัมพันธ์ก็ไม่ยั่งยืนเสียด้วย ถามลูกค้ากลับไปว่าคนที่คบอยู่เขามีเจ้าของแล้วหรือยัง ควรจะสืบประวัติให้ดีๆ ก่อนนะคะ คุณเด็บบอราตอบว่าผู้ชายที่คบหาและมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยนั้น (ขอสมมตินามว่าคุณนิโคลา) เขาแต่งงานแล้ว ซึ่งตัวเธอเองก็รู้มาตั้งแต่ต้น แต่ว่าก็เผลอใจไปมีสัมพันธ์ โดยที่คุณนิโคลาบอกไว้ก่อนแล้วว่าถ้าภรรยาเขารู้เรื่องเข้า ก็ต้องจบกันนะ นั่นแปลว่าคุณเด็บบอราเองไม่มีอนาคตในความสัมพันธ์นี้มาตั้งแต่ต้น แม้จะทุกข์มากแต่ตัดใจยังไม่ได้ค่ะ


อันที่จริงโดยมากแล้วคนเราก็รู้ดีนะคะ ว่าแต่ละปัญหามันควรจะแก้ไขอย่างไร ติดตรงที่ว่าทำใจไม่ได้ที่จะดำเนินการนี่แหละ ในกรณีของคุณเด็บบอรานั้น ฟังแล้วก็ให้กำลังใจลูกค้าไปว่าเรื่องอย่างนี้รู้ดีค่ะว่าพูดง่ายแต่ทำยาก แต่อยากขอให้ลูกค้าพิจารณาให้ดี ถ้าไม่มองในแง่บาปบุญคุณโทษ มองแต่ผลประโยชน์ที่เห็นได้ก็จะพบว่าคุณนิโคลาไม่เสียอะไรเลย ถ้าภรรยาจับได้ เขาตอบไปตามจริงว่าคุณเด็บบอรารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาเลือกภรรยาแน่นอน คราวนี้คนที่จะเสียทั้งขึ้นทั้งล่อง นอกเหนือจากการร่วมผิดศีลธรรมกับคุณนิโคลาแล้ว คือตัวลูกค้าเองเท่านั้น ที่สุดแล้วฝ่ายชายเลือกอยู่กับภรรยา ส่วนคุณเด็บบอราจะไม่เหลือใครเลย นอกจากความทรงจำแย่ๆ ที่จะย้อนมาทำร้ายจิตใจได้เรื่อยๆ มิหนำซ้ำถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป มีคนรับรู้ความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้องนี้ เธอยิ่งจะไม่เหลือที่ยืนในสังคม ปลอบปลุกใจลูกค้าว่าควรพาตัวเองออกจากถนนสายบาปเส้นนี้ เพราะนอกจากจะเจ็บปวดตลอดเส้นทางแล้ว สุดท้ายที่ปลายถนนก็จะไม่ได้อะไรเลย เธอเองมีกรรมทางด้านความรักที่ไม่ดี ก่อนหน้านี้เคยไม่สมใจในรัก จึงไม่ควรจะไปทำบาป ซ้ำเติมชีวิตตัวเองเข้าไปอีก อันที่จริงแล้วชีวิตในด้านอื่นก็แทบไม่มีอะไรเสียหาย เว้นเรื่องนี้เรื่องเดียวเท่านั้น สรุปว่าความสัมพันธ์นี้มีแต่เสียกับเสีย เพราะฉะนั้นพาตัวเองออกมาเถอะค่ะ อย่าปล่อยชีวิตไว้อย่างนี้เลย


ลูกค้าเปิดใจให้ฟังว่า เหตุผลหนึ่งที่ไม่อยากบอกเลิกคุณนิโคลาเพราะว่ากลัวจะเป็นบาปที่เป็นฝ่ายทอดทิ้งเขา ตอบคุณเด็บบอราไปว่านี่ไม่ใช่การทอดทิ้ง แต่เป็นการปลดปล่อยเธอและเขาออกจากความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้อง ยิ่งถ้ารู้สึกดีกับคุณนิโคลาเท่าไร ยิ่งต้องจบความสัมพันธ์ให้เร็วขึ้นเท่านั้น จะได้ไม่ร่วมเส้นทางบาปไปมากกว่านี้ อีกทั้งยังเป็นการพาตัวเองออกจากความรู้สึกผิดบาปอีกด้วย จากที่ตรวจดวงและพูดคุยกันมา รู้ดีว่าคุณเด็บบอราไม่ได้เป็นคนใจคอโหดร้ายอะไร แต่บางครั้งคนเราก็พลาดท่าให้กับกิเลสได้ค่ะ ปุถุชนคนธรรมดาจึงไม่ควรประมาท อย่าคิดว่าคุยกันนิดๆ หน่อยๆ ไม่เป็นไร เพราะความสัมพันธ์มันก่อร่างสร้างตัวได้จากทีละเล็กทีละน้อยนี่แหละ โดยเฉพาะคนที่ตกอยู่ในอารมณ์เหงา อกหัก มีปัญหาชีวิต ฯลฯ ยิ่งต้องระวังค่ะ


ในประเด็นความเหงานี้ เท่าที่เก็บข้อมูลมาพบว่าหลายคนกลัวการเผชิญความอ้างว้าง ทั้งๆ ที่จริงแล้วการอยู่กับความเหงานั้นทุกข์น้อยกว่าการอยู่อย่างอกหัก ไม่สมใจในรัก หรืออยู่กับรักที่ผิดศีลธรรม เป็นนางรองในมุมมืดของชีวิตผู้ชายสักคน ดังนั้นจึงได้บอกกับคุณเด็บบอราเหมือนกับที่เคยบอกลูกค้าที่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้ว่า เหมือนคนอุ้มลูกทุเรียนไว้ กอดไว้แน่นๆ เพื่อที่อ้อมแขนจะได้ไม่ว่าง เพราะกลัวว่าจะต้องอยู่กับอ้อมแขนที่ว่างเปล่า ไม่มีอะไรให้กอด แม้จะโดนหนามแหลมของมันทิ่มจนเลือดไหล เจ็บปวด ทรมาน แต่ก็ทำใจไม่ได้ที่จะวางลูกทุเรียนลงเพราะกลัวจะไม่มีอะไรให้ยึดถือ อันที่จริงแล้วแค่วางลงไป แล้วเอาแขนสองข้างมากอดอก กอดตัวเองไว้ ก็อบอุ่นได้เหมือนกัน ขอให้เชื่อเถอะค่ะว่าความเหงาน่ะรับมือง่ายกว่าความทรมานใจเพราะการเป็นมือที่สาม (เรื่องการบริหารจัดการกับความเหงา เคยเขียนไว้นานแล้วในตอน "เกี่ยวก้อยกับความเหงา" (คลิก) http://bit.ly/1aHz9M2) เท่าที่ได้รับฟังจากลูกค้าหญิงที่ผ่านสถานะนี้มาก่อน พวกเธอเปิดเผยตรงกันว่าภูมิใจที่พาตัวมาสู่แสงสว่างได้ ไม่ต้องหลบในมุมมืดอีกต่อไป จากนั้นได้บอกคุณเด็บบอราถึงเหตุการณ์ในช่วงเวลาต่างๆ ที่จะต้องเผชิญนับจากนี้ไป ตอบคำถามเกี่ยวกับชีวิตด้านอื่นๆ จนครบถ้วน ปิดท้ายด้วยการให้กำลังใจให้ลูกค้าผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปให้ได้เร็วที่สุดค่ะ


เส้นทางบางสายนั้น ไม่ควรแม้เพียงเฉียดกรายไปใกล้ แต่พลาดพลั้งก้าวเดินไปบนหนทางนั้นแล้ว ก็ควรรีบถอยออกมาให้เร็วที่สุด อย่าฝืนเดินดุ่มต่อไปอีกเลย เพราะสุดถนนนั้นมีเพียงดงหนามและความเจ็บปวดรอคอยอยู่ ไม่มีใครคนใดรออยู่ที่นั่น จึงเป็นเส้นทางที่เจ็บปวดและอ้างว้างอย่างแท้จริง ดังนั้นใครก็ตามที่พลาดเข้ามาในทางสายนี้ ควรหักใจ เลี้ยวหลังกลับในทันที เพราะนอกจากความภาคภูมิใจในตนเองที่จะได้รับแล้ว ยังไม่ต้องมีความทรงจำเลวร้ายฝังใจไปยาวนานด้วยค่ะ


(^/\^)

☆Aims Astro☆
aims5000@hotmail.com
สำหรับท่านที่สนใจตรวจดวง รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างค่ะ
http://sites.google.com/site/aimsastro/
บันทึกการเข้า

นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา     
ขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมของท่านผู้หลุดพ้นแล้ว


     

"...ชีวิตนี้น้อยนัก  แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ  เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด  เลือกให้ดีเถิด..."


จาก "ชีวิตนี้น้อยนัก"
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!