แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
11 เมษายน 2021, 11:51 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: ได้คิด และคิดได้  (อ่าน 2116 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 652



« เมื่อ: 20 มกราคม 2014, 19:26 »

สิ่งใดดึงดูดความสนใจได้ทุกวัน
สิ่งนั้นจะควบคุมทิศทางชีวิตของคุณได้เป็นปีๆ หรือตลอดไป

หลายคนมีสิ่งดึงดูดใจอยู่ในอดีตหรือไม่ก็อนาคต
ซึ่งก็ขอให้จำไว้ว่า ถ้าสิ่งที่ดึงดูดใจคุณไม่ได้อยู่ในปัจจุบัน
สิ่งนั้นจะก่อให้เกิดโรคคิดไปเอง หรือโรคคิดมาก
ซึ่งจัดเป็นอาการไม่ปกติของจิต

ตัวอย่างของโรคคิดไปเอง ก็เช่น
เห็นคนที่เคยยิ้มให้แล้วไม่ยิ้ม ก็คิดว่าเขาคงไม่พอใจอะไรเรา
ตัวอย่างของโรคคิดมาก ได้แก่
อย่างเช่นมองไม่ออกว่าอนาคตจะทำอะไร ก็คิดว่าชีวิตข้างหน้าต้องมืดมน

การแกล้งคิดบวกไม่ได้ช่วย
ยกตัวอย่างเช่น เวลาอ่านคำคมหรือวาทะของคนอื่น
คุณอาจได้ความคิดบวก
พูดง่ายๆว่า ‘ได้คิด’ อะไรดีๆที่เป็นประโยชน์
และสามารถผ่านความรู้สึกติดขัดในตัวเองไปได้ครั้งหนึ่ง
แต่หากไม่สามารถ ‘คิดได้’ ด้วยตัวเองเสมอๆ
คุณก็ต้องหาที่พึ่งทางใจใหม่ๆกันทุกวันร่ำไป

จริงๆแล้ว แม้อาการ ‘ได้คิด’ ก็มีหลายระดับ
บางระดับช่วยให้ผ่านวันนี้ไปได้ด้วยดี
แต่สูงขึ้นมาอีกระดับจะช่วยให้ผ่านทั้งชีวิตนี้ไปได้ด้วยดี
สำหรับพุทธเรา เน้นการได้คิด และคิดได้แบบถาวร
ซึ่งทางเดียวก็คือ เราต้องได้คิด และสามารถคิดได้เกี่ยวกับความจริง

สำหรับผมเอง ได้คิดเกี่ยวกับชีวิตจริงๆครั้งแรก
ก็จากการที่พุทธศาสนาสอนผมว่า
ไม่มีใครหนีความตายได้พ้น
ซึ่งเป็นคำสอนที่จริงมาก สอนให้เห็นความจริงกันตรงๆ
แต่สอนแบบนี้ไม่ถูกจริตคนไทย
เพราะคนไทยมองการตายเป็นเรื่องอัปมงคลกันไปหมด

แท้จริงแล้ว การคิดถึงความตายให้เป็น คือสุดยอดของการคิดบวก
เพราะเป็นการคิดถึงความจริงแบบรวบยอดว่าสุดท้ายจะเกิดอะไรขึ้น
จะเอาจิตเอาใจของเราไปแบกของหนักไว้ทำไม
และถัดจากได้คิดแบบนี้
ก็จะมีสติเตือนใจตัวเองไม่เลิก
เช่น พอผมกลุ้มใจเรื่องไหนมากๆ
ก็มักคิดว่าถ้าต้องตายไปพร้อมกับความกลุ้มใจเดี๋ยวนี้
มันคุ้มหรือไม่คุ้มกับเรื่องที่กำลังกลุ้ม

หรืออย่างถ้าไปเจอข้อคิดดีๆเกี่ยวกับความปล่อยวางและความตาย
ก็จะเกิดความรู้สึกกระทบใจ คลายอารมณ์ยึดได้ตลอด
เช่น มีข้อความกินใจของนักเขียนคนหนึ่ง ชื่อ เอลเบิร์ต ฮับบาร์ด
บอกว่า อย่าซีเรียสกับชีวิตให้มาก เพราะถึงยังไงคุณก็เอาชีวิตไม่รอดอยู่ดี

อาการคิดได้ คือ อาการที่ใจเราแม่นอยู่กับความจริง
ความจริงเป็นของติดตัว
ความอยากโน่นอยากนี่และการเฝ้าคิดถึงแต่อดีตและอนาคตต่างหาก ที่ไม่ใช่

ความจริงที่อยู่ติดตัว คือ สภาพจิต สภาพอารมณ์ที่เกิดดับอยู่ตลอดเวลา
เมื่อถูกสังเกตรู้บ่อยๆ ก็ช่วยให้เราคิดได้ถูก คิดได้ตรงบ่อยๆ
เช่น เมื่อคิดไปเองหรือคิดมาก หรือต้องตัดสินใจผิดๆขึ้นมาเมื่อใด
ก็จะได้ถามตัวเองว่า จะยอมลำบากข้างหน้าเพื่อแลกกับอารมณ์ชั่ววูบ
ที่เกิดขึ้นแล้วจะต้องดับลงเป็นธรรมดาอย่างนั้นหรือ?

ดังตฤณ
สิงหาคม ๕๖

ที่มา http://bit.ly/KqDzAG
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!