แสงดาวส่องทางสร้างความหวัง...แสงธรรมเป็นพลังสู่ความดี
18 กุมภาพันธ์ 2019, 05:06 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน คำถาม: จะแก้นิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นได้อย่างไร  (อ่าน 1252 ครั้ง)
star4life
ผู้ดูแลระบบ
ดาวจรัสแสง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

คำตอบ: 642



« เมื่อ: 20 มกราคม 2014, 19:14 »

ถาม – ผมเป็นคนที่มีนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้น
ถ้าอยากจะแก้ไข ควรทำอย่างไรทั้งในแง่สมถะและวิปัสสนาครับ


ในแง่สมถะคือแผ่เมตตา
ในแง่ของวิปัสสนาคือเห็นความไม่เที่ยงของความเจ้าคิดเจ้าแค้น
การแผ่เมตตาคือการที่เราฝึกที่จะให้ทาน
เริ่มต้นขึ้นมาเลย ฝึกที่จะให้ทาน
สวดมนต์แล้วมีความสุขอยากให้ความสุขนี้เป็นทานแก่สิ่งมีชีวิตทั้งปวง
และพิสูจน์ใจด้วยการที่เราสามารถจะให้ส่วนเกิน
จะเป็นทรัพย์ส่วนเกิน เงินส่วนเกินแก่ผู้มาขอหรือว่าผู้ต้องการ หรือว่าผู้ที่สมควรได้รับ
ลักษณะของทาน ลักษณะของการให้ของส่วนเกินนั่นแหละเป็นการแผ่เมตตาขั้นต้น
การแผ่เมตตาที่ยากขึ้นกว่านั้นอีกนิดหนึ่ง คือ
เวลาเราโกรธใคร เวลามีคนมาทำให้เราโกรธด้วยเรื่องที่มันไม่ยุติธรรมกับเรานะ
ไม่ใช่เราโกรธเขาเพราะเขาไม่ได้อย่างใจเรานะ
มีคนมาทำให้เราขัดเคือง มีคนมาคดโกง มีคนมายั่วแหย่ กระเซ้า
หรือว่ามาด่าว่าด้วยคำหยาบคาย ด้วยคำนินทาอันเผ็ดร้อน
แล้วเราคิดว่านั่นเป็นบาปของเขา เราไม่อยากจะไปเพิ่มบาปให้เขาแล้วก็ตัวเราเอง
ก็ให้คืนบาปนั้นสู่ความว่างเปล่าไป ไม่ไปเอาเรื่องเอาราวเขา
นั่นแหละเรียกว่าให้อภัยเป็นทาน นี่ก็เป็นการแผ่เมตตา

นี่ก็เป็นการอยากให้ความสุขของเราไปเป็นความสุขของเขาด้วยนะ
ไม่ไปมัวคิดถึงเรื่องความยุติธรรมไม่ยุติธรรม คิดแค่ว่าเราไม่เบียดเบียนเขา
แค่นี้ก็คือทำให้เขามีความสุขได้พอสมควรแล้ว ไม่เบียดเบียนเขาคืนนะ
แล้วก็ไม่เบียดเบียนตนเองให้ต้องมีจิตใจคับแคบกระสับกระส่าย แค่นี้เรียกว่าเป็นสมถะ

ส่วนในแง่ของวิปัสสนา คือเรารู้อยู่เห็นอยู่ว่าเกิดความรุ่มร้อนอย่างไร
ยอมรับตามจริง ไม่ใช่ไปพยายามที่จะสาดน้ำเย็นโครมให้ดับไฟร้อนให้มันมอดไปทันที
ไม่ใช่พยายามแบบนั้น
แต่ยอมรับตามจริงว่าขณะนั้นไฟโกรธมันลุกโพลงมันลุกฮืออยู่ขนาดไหน
มันรู้สึกเหมือนกับ อู้หู เร่าร้อน เหมือนกับจะมีใครมาเผาเราออกมาจากข้างใน
มีความรู้สึกเหมือนกับกล้ามเนื้อทุกมัด
มันพร้อมที่จะทำงานประสานกันเป็นอาการชกต่อยเตะตี
เพื่อให้คนที่มาทำให้เราไม่พอใจ มันได้รับความเจ็บปวดมากที่สุด
รู้ไปว่าอาการทางกายเกิดขึ้นอย่างไร อาการทางใจเกิดขึ้นอย่างไร
ยอมรับไปตามนั้นเพื่อให้เห็นว่า
ลักษณะ ณ ขณะนั้นทางกายทางใจมันกำลังปรากฏอยู่อย่างไร
พอยอมรับได้ พอเห็นได้ว่าลักษณะทางกายทางใจปรากฏอยู่อย่างไร
ในอึดใจต่อมาก็จะสามารถเห็นได้ว่า
ลักษณะแบบนั้นๆ มันเปลี่ยนแปลง มันไม่สามารถคงที่อยู่ได้
ต่อให้เรารู้สึกเหมือนกับจุกแน่น ไม่สามารถทนได้
ถ้าหากว่าไม่ไปทำร้ายกลับ ไม่ทำร้ายคืน
ภาวะมันจะสุดขีดที่จะกลั้นแค่ไหนก็ตามนะ
ขอแค่เราสามารถที่จะยอมรับได้ตามจริงว่ามันกำลังมีความเป็นอย่างไรอยู่
ความเป็นอย่างนั้นมันจะแสดงความไม่เที่ยงให้เห็นในเวลาไม่นาน
นี่เรียกว่าวิปัสสนา


แต่คนที่จะทำแบบนั้นได้ คนจะมีความสามารถเห็นอย่างนั้นได้
ต้องมีอภัยเป็นทานมาก่อน ต้องมีทุนมาก่อน
ต้องมีความสุขพอสมควร ต้องมีจิตเป็นกุศลพอสมควร ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็ทำได้
ถ้าเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นมากๆ แล้วไม่เคยฝึกอะไรมาเลย
ไปทำแบบนั้นมันรู้สึกเหมือนกับจะจุกอกตาย มันเป็นไปไม่ได้นะครับ


จาก ดังตฤณวิสัชนา
ที่มา http://bit.ly/1mk2lOI
บันทึกการเข้า

คำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต   

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน

อดีตปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ ไม่สุดวิสัย

=====================================
แจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่ star4life.com@gmail.com
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!